“เศรษฐา” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ไม่รู้ ครอบครัวชินวัตร เบรก “ทักษิณ” กลับไทย ชม “อุ๊งอิ๊ง” เป็นหญิงเก่ง เหมาะเป็นผู้นำได้ ปัดแต่งตัวรอเสียบนั่งนายกฯ แทน “พิธา” ยัน ให้เกียรติก้าวไกล ขอให้กำลังใจตั้งรัฐบาลสำเร็จ
วันที่ 9 มิ.ย. 2566 เวลาประมาณ 10.10 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อรายงานความคืบหน้า การรีแบรนด์พรรคเพื่อไทย และร่วมประชุมคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย
โดยนายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้เข้ามารายงานการดำเนินการพัฒนา รีแบรนด์ และเตรียมความพร้อมพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รวมถึงปรึกษาหารือและขอความเห็น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคณะทำงานประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล หรือคณะกรรมการประสานงานจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ การรีแบรนด์พรรคอยู่ระหว่างการดำเนินงาน ตนขอเวลาสักระยะ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
...
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มองการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้มองอะไร เพียงแต่ติดตามการทำงาน และเป็นกำลังใจ อยากให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ เพราะเป็นฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ขออวยพรให้สำเร็จ
ผู้สื่อข่าว สอบถามว่า คดีหุ้นสื่อของนายพิธา หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง พรรคเพื่อไทย จะรับหน้าที่นั้นหรือไม่อย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่าส่วนตัวไม่เคยคิด เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกล ที่มีขั้นตอนการทำงาน เป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ต้องให้เกียรติพรรคก้าวไกลในการจัดการ ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับสอง พร้อมย้ำว่า ส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฟอร์มทีมรัฐบาล หรือคณะทำงานการเปลี่ยนผ่าน ตนทำงานในส่วนของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ซึ่งในวันนี้มาเข้าร่วมประชุมการรีแบรนด์พรรค และคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่ได้พูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการฟ้องกลับนักร้องต่างๆ เรื่องนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยดำเนินการ ตนเองไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับทราบเรื่องนี้จากการติดตามข่าวเมื่อช่วงเช้าวันนี้
ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องการกลับประเทศไทยของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องการกลับบ้านของ ดร.ทักษิณ ต้องถามนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หน้าที่ของตนคือการช่วยเหลือพรรคในการต่อสู้เลือกตั้งครั้งต่อไป
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความเห็นกรณีการพูดคุยในครอบครัวชินวัตร มองว่า นางสาวแพทองธาร ไม่เหมาะสมที่เป็นนายกรัฐมนตรีในตอนนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า นางสาวแพทองธาร มีความเหมาะสม และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้หญิงที่เก่ง และตนเชื่อว่าพี่น้องสื่อมวลชนเห็นฝีมือ เห็นวิธีการทำงาน อายุ 36-37 ปี ถือว่ามีวุฒิภาวะที่ดีพอ ไม่อย่างนั้นพรรคเพื่อไทยคงไม่ใส่ชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรรมการบริหารบริหารพรรคมีมติเห็นชอบแล้วด้วย