หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่มีปัญหา หลังถูกปูด เซ็นค้ำสินทรัพย์ แต่ไม่ได้แจ้ง ป.ป.ช. ขอตรวจสอบข่าว “ฮุน เซน” ก่อนแจง ยันหากได้เป็นนายกฯ พร้อมเดินทางไปสร้างความมั่นใจกับผู้นำในอาเซียน “หมอชลน่าน” ขอไม่สมมติ “บิ๊กป้อม” พปชร.จะไหลซบเพื่อไทย ยันเพื่อไทยไม่มีหารือเรื่องนี้
วันที่ 7 มิ.ย. 2566 ที่พรรคเพื่อไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้นำแถลงข่าว ภายหลังการประชุมร่วมกันของ 8 หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล สืบเนื่องการประชุมของคณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.)
โดยผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เมียนมา-กัมพูชา รวมถึงข้อห่วงใยเรื่องแรงงานข้ามชาติของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายพิธา กล่าวว่า อย่างที่บอกไปแล้วเมื่อวานนี้ เราขอตรวจสอบข่าวว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก่อนที่จะสื่อสารถึงข้อห่วงใยต่างๆ ไปยังผู้นำเพื่อนบ้าน และตนเองก็คิดว่ารัฐมนตรีการต่างประเทศก็จะทำเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หากตนเองได้ก้าวมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะเดินทางไปหาผู้นำในอาเซียน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า สิทธิแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย จะเท่าเทียมกับแรงงานชาวไทย และให้เชื่อมั่นว่าพวกเขานั้นเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมานานถึงกว่า 10 ปีแล้ว และจะเกิดขึ้นต่อในอนาคต จึงขอยืนยันว่าพวกเขาจะมีศักดิ์ศรีและสิทธิตามที่ได้รับ
ส่วนคำถามเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ที่นักลงทุนต่างชาติ มองว่าควรเน้นไปที่การปฏิรูปการศึกษา และการใช้เทคโนโลยี นายพิธา กล่าวว่า คำถามนี้ไม่ใช่แค่การตัดสินใจว่าจะต้องดึงดูดการลงทุนของต่างชาติ แต่จะต้องมีความพร้อม ความสามารถ รวมถึงเต็มใจที่จะจ้างงานในค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทด้วย หมายถึงว่าแรงงานจะต้องดูแลตนเองและครอบครัวได้ ก่อนที่จะมีการพัฒนาทักษะ เราไม่ใช่พวกเขา ดังนั้น จึงไม่ทราบหรอกว่าชีวิตของพวกเขาลำบากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ปฏิรูปการศึกษา หรือจะไม่ใช้เทคโนโลยี เพื่อลดความเท่าเทียมในประเทศนี้
...
ซึ่งตนเองก็ได้รับข้อห่วงใยของนักลงทุนต่างชาติโดยตรงเช่นกัน แต่ถ้าตนเองได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะลดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน พัฒนาข้าราชการ ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาเทคโนโลยี เหมือนกันกับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ นั่นคือการพัฒนาศักยภาพที่พวกเขาควรเป็นในการใช้ชีวิตบนโลกนี้
เมื่อถาม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่า ดูเหมือน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นไปได้สูงจะวางมือจากพรรคการเมือง และอาจจะทำให้สมาชิกพรรคบางส่วนมาอยู่กับเพื่อไทย พร้อมจะอ้าแขนรับหรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่มีการพูดคุยกัน และไม่มีการสมมติว่ามันจะเกิดขึ้นด้วย
จากนั้น นายพิธา ได้กล่าวต่อว่า หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง ทำให้ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อนุมานได้หลายอย่าง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นขณะนี้ ก็เป็นสิ่งที่เราได้คิดไว้ก่อนแล้ว และเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อให้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองน้อยที่สุด ส่วน นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่น เจตนารมณ์ ว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ตาม MOU ที่เคยได้ลงนามกันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และจากการพูดคุยกันกับแบบพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจ เราสามารถตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น สถานการณ์สมมติเรื่องที่ 1 2 3 นั้น ขออนุญาตไม่สมมติ และมั่นใจว่าจะไม่เกิดขึ้น
เมื่อถาม นายพิธา ว่า เบื่อหรือไม่ มีแต่ข่าวหุ้น จนทำให้อาจจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ นายพิธา ตอบว่า ไม่รู้สึกกังวล แต่จะไม่ประมาท เพราะทั้ง 3 ด่าน ไม่ว่าจะเป็น ศาลรัฐธรรมนูญ ส.ว. และ กกต. ได้มีคีย์แมนวางแผนการทำงานไว้หมดแล้ว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายพิธา ไปเซ็นค้ำสินทรัพย์ แต่ไม่ได้แจ้งกับคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. จะมีผลต่อคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีปัญหาในเรื่องกระแสข่าวดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาได้ประสานกับ ป.ป.ช. มาโดยตลอด และบางครั้งอาจจะเห็นข้อมูลไม่ครบทั้งหมด ถ้ามีคนร้องจริง ก็พร้อมยินดีตอบ ไม่ต่างจากเรื่องหุ้น ไม่ได้กังวลใจ
ส่วนกรณีใบแดงของ กกต. 20 ใบ หากมี ส.ส. ก้าวไกล อาจจะมีความเสี่ยงที่จะได้ประมาณ 10 คน จะส่งผลต่อการเปลี่ยนขั้วจะตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธา ตอบว่า หลังจากได้สอบถามเป็นการภายใน ได้รับคำตอบว่า ไม่ได้มีเรื่องร้องฝั่งของ 8 พรรค แต่น่าจะเป็นฝั่งตรงกันข้าม แต่หากมีการพูดคุยเรื่องนี้จริง มีการรับรอง ส.ส. ไม่ได้จริง พรรคก้าวไกลก็พร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่ และอาจจะทำให้เป็นโอกาสให้ก้าวไกลได้ ส.ส. เพิ่มมากขึ้น หลังการเลือกตั้งใหม่หากมีเกิดขึ้น ไม่ได้เป็นประเด็นทั้งคู่.
ภาพ : ธนัท ชยพัทธฤทธี