“บิ๊กตู่” ยัน ยุติส่งไฟฟ้าให้เมียนมาไม่กระทบไทย ส่วนเรื่องส่วยทางหลวง ส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก เร่งสอบทั้งคนรับ-คนให้ หากมีความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย วันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม ครม. 6 คน
วันที่ 6 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก โดยก่อนเข้าห้องประชุมได้หยุดพูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยช่วงที่กำลังเดินเข้าห้องโถง ผู้สื่อข่าวได้กล่าวทักทายพร้อมถามว่า เมื่อสักครู่ พล.อ.อนุพงษ์ รายงานเรื่องอะไร โดย พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ ก่อนเดินเข้าห้องโถงไป
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ซึ่งเดินตามหลังมา ตอบผู้สื่อข่าวแทนว่า รายงานเรื่องไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามคู่สัญญาที่ได้ทำกับรัฐบาลเมียนมา เพราะเมียนมาต้องการให้ตัดไฟ เนื่องจากหมดสัมปทานแล้ว ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากเมื่อคืนวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา แจ้งเตือนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว โดยดำเนินการไม่ส่งกระแสไฟจนกว่าทางเมียนมาจะมีการต่อสัมปทานหรือแจ้งกลับมา ซึ่งจะมีการทำเรื่องมาทางกระทรวงการต่างประเทศ หากมีการแจ้งกลับมาเรื่องสัมปทาน ก็คงจะต่อไฟได้ ส่วนเรื่องระยะเวลาไม่สามารถตอบได้
ทั้งนี้ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากห้องโถงเพื่อเดินไปยังห้องประชุม ครม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกรับสินบน หรือ ส่วยทางหลวง ส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก ว่า "กำลังดำเนินการอยู่ ก็ต้องสอบสวนทั้งคนให้และคนรับ คนให้ทำความผิดด้วยหรือเปล่าก็ต้องดู เพราะวันนี้ปัญหาของเราคือมีคนเสนอ มีคนรับ มีคนให้ มีคนเรียก ก็ต้องสอบสวนว่ามีการกระทำผิดด้วยกันหรือเปล่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ตำรวจทำความผิดก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว ทุกเดือนก็มีการพิจารณา ก็เข้าติดตามอยู่ในขณะนี้" ส่วนเรื่องการยุติการส่งไฟฟ้าไปยังประเทศเมียนมา เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของเมียนมา พร้อมย้ำว่าไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อประชาชนไทย
...
ทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าร่วมการประชุม ครม. โดยผู้สื่อข่าวได้ถามถึงความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงหันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการประชุม ครม. วันนี้ รัฐมนตรีแจ้งลาการประชุม 6 คน ได้แก่
1. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
2. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
3. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
4. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
5. นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
6. นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์