“พิธา” เผย ต้องรอ กกต. รับรอง ส.ส. ก่อนคุยเรื่องประธานสภา ขออย่าเอาเรื่องศาสนามาเกี่ยวสมรสเท่าเทียม ยันเป็นการรับรองสิทธิ ไม่ได้บังคับ “หมอชลน่าน” ยัน ตำแหน่งประธานสภาไม่มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 30 พ.ค. 2566 ที่พรรคประชาชาติ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงเรื่องคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ว่า คือคณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในการกำหนดวาระจากคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งมา ทั้ง 7 คณะนี้ ตั้งตาม MOU 23 ข้อ โดยสามารถหาจุดวาระร่วมที่จะทำงานของพวกเราได้แล้ว โดยคณะทำงานก็จะผลักดันต่างๆ ใน MOU ซึ่งสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมกันอีก เพื่อจะทำให้ได้อีก 8-9 วาระ และนำเอาผู้เชี่ยวชาญแต่ละพรรคมาเป็นคณะทำงาน ในช่วงระหว่างรอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง ส.ส. ก่อนที่สภาจะเปิดประชุม เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี 

เมื่อถามถึงช่วงระยะเวลาในการพูดคุยเรื่องตำแหน่งประธานสภา ระหว่างพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่มีเวลาเจาะจง แต่จะให้เป็นการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล โดยจะต้องสอดคล้องกับเวลาของ กกต. แต่เวลาวันที่เฉพาะไม่มี

“ต้องเร็วที่สุด เพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดที่ 30 ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามถึงเรื่องการขึ้นค่าแรง 450 บาท นายพิธา กล่าวว่า จะให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องประเด็นเศรษฐกิจได้พูดคุยกัน แต่ในเบื้องต้นที่คุยกับสภาอุตสาหกรรม และจะมีการพูดคุยกับหอการค้า ยังมีความจำเป็นที่จะขึ้นให้ครบ 450 บาท เพราะจะต้องดูในมุมมองจีดีพี เงินเฟ้อที่โตขึ้น และประสิทธิภาพของแรงงานที่โตขึ้น แต่หากภาคเอกชนมีความต้องการมาตรการเพิ่มเติมที่ดูแลทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ตนเองพร้อมที่จะรับฟัง และจะใช้คณะกรรมการนี้ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในสัปดาห์หน้า

...

เมื่อถามถึงเรื่องกัญชาที่นำกลับไปเป็นยาเสพติด ร้านกัญชาที่เปิดเพื่อสันทนาการ จะเปิดต่อไปได้หรือไม่ และการสูบกัญชาเพื่อสันทนาการจะผิดกฎหมายหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า จะยังนะ กัญชากลับไปสู่ยาเสพติด แต่วันนี้ต้องพูดให้ชัด และต้องมาหาจุดสมดุล เชื่อว่า 8 พรรค น่าจะเห็นว่ากัญชาเพื่อการแพทย์เป็นสิ่งที่ทำได้ ถึงแม้เป็นยาเสพติดก็ยังสามารถทำได้ ส่วนเรื่องสันทนาการก็ต้องมีการควบคุมโซนนิ่ง การพกในที่สาธารณะ แต่ขอยืนยันว่า ร้านค้าที่ทำถูกกฎหมายทุกอย่าง จะมีวิธีการให้คณะกรรมการไปพูดคุย เพื่อปกป้องหรือนิรโทษกรรมได้อย่างไร และต้องยืนยันว่า กัญชาในหลายประเทศที่อยู่ในยาเสพติด ก็ยังนำมาใช้เพื่อการแพทย์ได้ ไม่ใช่ว่าพอกลับไปเป็นยาเสพติดแล้วจะใช้ไม่ได้ ไม่เป็นความจริงแน่นอน

เมื่อถามถึงเรื่องความชัดเจนในประเด็นสมรสเท่าเทียม ที่มีประเด็นเชื่อมโยงถึงศาสนา นายพิธา กล่าวว่า ในส่วนของพรรคเป็นการรับรองสิทธิ ไม่ใช่การบังคับ 

“ผมคิดว่าไม่ควรเอาเรื่องของศาสนามาเป็นตัวตั้งคำถาม ถึงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศตรงนี้ ขอยืนยันเป็นการรับรองสิทธิ แต่ไม่ได้เป็นบังคับ” นายพิธา กล่าว

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นกฎหมายที่จะใช้กับผู้ที่สมัครใจและไม่บังคับกับผู้ที่นับถือศาสนาใดๆ ที่มีข้อห้ามของศาสนา แต่ในรายละเอียดนั้นจะต้องกำหนด เพราะต้องออกกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งขอบเขตจะมีมากแค่ไหน จะปรากฏในกฎหมายที่จะออกต่อไป

นอกจากนี้ นายพิธา ยังกล่าวว่า ในคณะทำงานมี 23 คณะ ตาม MOU ที่เซ็นไว้ และใน MOU มีเรื่องสาธารณสุขแน่นอน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมกัน ส่วนแรงงานแพทย์ที่ทำงาน 100 ชม./สัปดาห์ มองว่ามากเกินไป และควรอยู่แค่ 60 ชม./สัปดาห์ ซึ่งต้องมีการทำงานหลายๆ อย่าง เช่น เพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้ป่วย เพิ่มการเข้าถึงแพทย์ปฐมภูมิ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีคณะทำงานเพิ่มขึ้น และจะเห็นภาพตรงนี้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อเข้าสู่การบริหารงานกระทรวงสาธารณสุข ก็จะปัญหาได้โดยเร็ว

นายพิธา ยังกล่าวถึงคณะกรรมการตาม MOU ต้องดูแต่ละพรรค ว่าจะส่งผู้เชี่ยวชาญคนไหนมาบ้าง เพราะต้องการความเชี่ยวชาญในแต่ละพรรคมาร่วมแก้ปัญหา ในหลายเรื่องตนเองคิดว่าเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน แต่กระบวนการที่จะไปถึงอาจจะต่างกัน การทำให้กฎหมายที่ไม่จำเป็นลดน้อยลง เช่น ทางไทยสร้างไทย เสนอให้ใช้พระราชกำหนด แต่ทางฝั่งก้าวไกล เสนอแบ่งเป็น 2 ช่วง 2 ปี ค่อยๆ เอากฎหมายกิโยตินออก แต่เป้าหมายคือจะลดกฎหมายที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อลดส่วนใต้โต๊ะ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะพูดคุยถึงข้อดีข้อเสียแต่ละพรรค เพื่อดูเป้าหมายของประชาชนว่าจะใช้ของใคร ก่อนจะรายงานเข้าคณะกรรมการประสานงานและหัวหน้าพรรคอีกครั้ง จะทำให้ทราบเนื้อหาในการผลักดันเข้าสภา และวาระประชุม ครม.

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยกับก้าวไกล ได้เคลียร์ใจเรื่องประธานสภากันบ้างหรือไม่ในวันนี้ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตำแหน่งประธานสภา ก็ยืนยันยันตาม นายพิธา โดยคณะทำงานได้พูดคุยเบื้องต้น ได้ตกลงร่วมกันชัดเจนว่า ตำแหน่งดังกล่าว เราจะพิจารณาร่วมกัน ไม่ได้คำนึงถึงว่าเป็นโควตาของพรรคใดพรรคหนึ่ง และจะไม่ให้เกิดเป็นปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรค โดยเฉพาะก้าวไกลและเพื่อไทย ไม่ให้เป็นประเด็นข้อขัดแย้งหรือแตกแยก 

“เรามัดกันแน่นอยู่แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเองต้องการให้ตำแหน่งประธานสภาเป็นการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีให้ได้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน และจะทำให้เร็วที่สุด ถ้า กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. ก็จะมีการยุติตรงนั้น” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีผลต่อการเจรจาหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เห็นแต่พาดหัวข่าว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เรามั่นใจว่าไม่ได้มีการข่มขู่แต่อย่างใด มันเป็นการพูดคุยกัน เพื่อรักษาระบบของประเทศนี้ไว้ให้ได้ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง

“ผมเองมั่นใจว่าไม่ได้มีอะไร เท่าที่ผ่านมาคณะเจรจามีการพูดคุย เป็นไปในทิศทางที่ดีโดยตลอด ไม่น่ามีปัญหาอะไร” นายพิธา กล่าว.

ภาพ : ชุติมน เมืองสุวรรณ