เลขาฯ พรรคก้าวไกล เผย ยังมั่นใจกับเพื่อไทย ไม่พูดกับสื่อเรื่องประธานสภาแล้ว ชี้ความขัดแย้งไม่ได้รุนแรงเหมือนที่ปรากฏหน้าสื่อ ขอคุยกันเองภายใน ย้ำการพูดคุยกับ ส.ว. มีทิศทางดีขึ้น
วันที่ 29 พ.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางเข้ามาถึงที่พรรคก้าวไกล ในเวลา 11.55 น. โดยเปิดเผยว่า วันนี้จะมีการประชุมพูดคุยกับทางพรรคภายใน ถึงการประชุมร่วมกันกับพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ และยังไม่มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษ
ด้าน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรคก้าวไกลเช้าวันนี้ เพื่อประชุมภายในร่วมกับคณะทำงาน โดยระบุว่า ปกติทุกวันจันทร์จะมีการประชุมร่วมกันเป็นการภายใน โดยวันนี้เน้นประชุมคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเป็นหลัก เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานบริหารแบบไร้รอยต่อ
ส่วนประเด็นร้อยร้าวระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ที่มีการพูดถึงตำแหน่งเก้าอี้ประธานสภา นายชัยธวัช ระบุว่า จริงๆ แล้ว ความขัดแย้งไม่ได้รุนแรงเหมือนที่ปรากฏหน้าสื่อ เพราะการประสานงานภายในที่ได้มีการพูดคุยก็เป็นไปด้วยดี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตนก็ประสานคุยกับพรรคเพื่อไทยแล้วเรื่องตำแหน่งประธานสภา โดยทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยเห็นตรงกันว่า ควรหยุดให้ข่าวประเด็นนี้ แล้วหันกลับมาคุยกันแบบภายใน และส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ยังมีเวลาพูดคุย เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน
ขณะที่วันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย จะมีการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นการประชุมพูดคุยแนวทางและแผนงานการทำงานร่วมกันหลังการลงนาม MOU ที่ทำการพรรคประชาชาติ โดยจะเน้นวาระแนวทางการทำงานร่วมกันหลังจากนี้ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และจะเสนอให้มีการนัดประชุมวาระประจำ โดยจะเวียนไปทุกพรรค พร้อมทั้งเสนอให้ตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยเป็นการรวมตัวจากทุกพรรค เพื่อพูดคุยการทำงานที่มีใน MOU และปัญหาตกค้างจากรัฐบาลที่แล้ว ที่รัฐบาลเก่าสร้างปัญหาไว้ ซึ่งต้องเร่งทำงานเพราะประชาชนคาดหวังเยอะ ต้องทำการบ้านล่วงหน้า วางแผนให้ทุกอย่างสอดคล้อง ซึ่งการพูดคุยทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่จะนำไปสู่การแบ่งกระทรวงต่างๆ ได้คร่าวๆ ส่วนกระแสที่มีการวิเคราะห์ว่า จะมีการแลกตำแหน่งกระทรวงพลังงานกับประธานสภา เป็นแค่การคาดเดา เพราะขณะนี้โผเก้าอี้ ครม.ยังไม่มีการยืนยัน ต้องรอคุยร่วมกันก่อน และยืนยันว่า จนถึงตอนนี้พรรคก้าวไกลก็ยังให้เกียรติ ไว้ใจกัน เชื่อใจกันกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีการพูดคุยกันตลอด
...
สำหรับการพูดคุยกับ ส.ว. มีทิศทางดีขึ้น หลังแถลง MOU ได้พบปะพูดคุย ส.ว. มากขึ้น เพราะพอมี MOU แล้วก็สามารถประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ทิศทางดีขึ้น ก่อนหน้านี้รับสารจากที่อื่น แต่พอได้เจรจาแล้วก็เข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งแกนนำพรรคก็จะหาโอกาสไปคุยเอง ส่วนประเด็นหุ้นสื่อ เตรียมทนายสำหรับเรื่องนี้ หยิบยกมาใช้ทางการเมือง ถ้าการตัดสินเป็นไปตามบรรทัดฐาน เชื่อว่าไม่มีปัญหา ตอนนี้ ส.ส. ในพรรคเริ่มทำงานหลังจากสัมมนาแล้ว วางแนวทางทำงานได้เลย ตามนโยบายที่ให้ไว้ ไม่ต้องรอ กกต. รับรองเป็นทางการ ให้เริ่มจากพบหน่วยงานราชการท้องถิ่น.