เครือข่ายสุรา-คราฟต์เบียร์ ยื่นหนังสือให้ ก้าวไกล ดันนโยบายสุราก้าวหน้า "พิธา" ยัน แก้กฎกระทรวงฯ ไม่ให้กีดกันผู้ประกอบการรายย่อย ทำลายทุนผูกขาด ใน 100 วัน โดนแซว ดึงกางเกงประจำ เผย น้ำหนักลด 4 โล บอกที่มาแหวนนิ้วขวา ไม่ใช่แหวนหมั้น
เมื่อเวลา 13.10 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เข้ารับหนังสือจาก นายกสมาคมสุราท้องถิ่นไทย ประธานเครือข่ายสุราแห่งประเทศไทย และตัวแทนสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟต์เบียร์ เพื่อผลักดันนโยบายสุราก้าวหน้า
โดยนายพิธา ระบุว่า วันนี้เป็นการรับหนังสือจากเครือข่ายคราฟต์เบียร์ และเครือข่ายสุราไทย เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และการผลักดันนโยบายสุราก้าวหน้า และขอบคุณฝ่ายภาคประชาสังคม ประชาชน และคนที่อยู่ในวงการสุราไทย สุราพื้นบ้าน และคราฟต์เบียร์ที่เห็นตรงกันกับพรรคก้าวไกล ที่อยากจะเปลี่ยนสินค้าการเกษตร จากสินค้าโภคภัณฑ์ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ และที่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคก้าวไกลที่จะสืบสานประเพณีต่างๆ ทั้งแป้งหมัก สาโท และอีกหลายเรื่องที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ซึ่งทางพรรคขอบคุณที่เห็นว่าเป็นนโยบายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ทำให้ประเทศไทยมีความหลากหลาย และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำให้คนทั่วโลกและเข้าใจศักยภาพของสินค้า และยกเครดิตให้กับ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่ ส.ส.กทม. ที่เคยอยู่ในวงการคราฟต์เบียร์ โดยนำข้อผิดพลาดที่เคยโดนจับ ในการเป็นคนแก้กฎหมายเอง และนายพิธา ยังยืนยันว่า นโยบายนี้ เน้นการเพิ่มผู้ผลิตมากกว่าการเพิ่มผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ ก็จะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย และส่งเสริมเรื่องของการผลิต เรื่องสาธารณสุข การส่งออก การท่องเที่ยว การเรียนรู้ ซึ่งเป็นหนึ่งนโยบายเศรษฐกิจของพรรค
...
นักข่าวถามว่า มีการเปรียบเทียบการนำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติด แล้วสุราก็เป็นอบายมุขเหมือนกัน พรรคก้าวไกลมองอย่างไร นายพิธา ตอบว่า ทั้งกัญชา และสุรา มีทั้งประโยชน์และโทษ ไม่มีอะไรเสรีจริง พรรคจึงใช้คำว่าสุราก้าวหน้า เรื่องกัญชาก็เช่นเดียวกัน ทุกอย่างจึงต้องมีการควบคุมให้เหมาะสม และยืนยันย้ำว่า สุราของพรรคไม่ได้ต้องการให้เกิดการบริโภคมากขึ้นภายในประเทศ และที่กำลังจะทำเป็นสิ่งที่มูลค่าสูงและมีราคาสูงกว่าแอลกอฮอล์ทั่วไป ก็เพื่อให้ต้องการมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในประเทศ และให้นักท่องเที่ยวมีอะไรที่ยึดโยงกับแต่ละพื้นที่ทั้งการกินและดื่ม และตั้งใจว่าจะเป็นผู้นำในการส่งออกไปสู่ตลาดโลกให้มากที่สุด และเมื่อมีการประชุมในประเทศ ก็ไม่ต้องใช้ไวน์ของต่างประเทศแต่ให้ใช้สินค้าจากกลุ่มนี้ เพื่อให้รู้ถึงศักยภาพของไทย
ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงนั้น เป็นของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะต้องเข้าไปแก้ที่กฏกระทรวง เพื่อไม่ให้เกิดการกีดกันผ่านทุนจดทะเบียน หรือแรงม้า หรือคนงานเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมไม่ว่ารายเล็กรายใหญ่ให้ผลิตได้ ส่วน พ.ร.บ. ขอดูรายละเอียดก่อน เพราะหากมองแล้วว่าอาจจะมีการแก้กฎกระทรวงกลับ ก็คงจะต้องไปในระดับ พ.ร.บ. อีกครั้ง และทั้งหมดเป็นแค่กระดุมเม็ดแรก เพราะหลังจากนั้นจะต้องออกกฎหมายห้ามโฆษณา และใบอนุญาตจำหน่ายแอลกอฮอล์ ก่อนจะพัฒนาเข้าสู่ระบบการค้าของโลก โดยนายพิธา ยืนยันว่า จะแก้ไขกฎกระทรวงใน 100 วันแรกหลังเป็นรัฐบาลแน่นอน
ส่วนการสนับสนุนเกษตรกรนั้น ก็จะต้องหารือกับหลายหน่วยงานเพราะเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง
ขณะที่ สมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร นายกสมาคมสุราท้องถิ่นไทย บอกว่า ที่มาวันนี้เพราะนโยบายสุราก้าวหน้า ทำให้มีความหวัง ของผู้ผลิตสุรารายย่อยทั่วประเทศ เพราะกฎหมายตั้งแต่ 2493 เป็นกลุ่มทุนผูกขาดแค่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ เมื่อทางพรรคต้องการทำลายทุนผูกขาด ทางผู้ผลิตสุรารายย่อย จึงถือเป็นสิ่งที่โดนใจเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนสนับสนุน และพรรคการเมืองอื่นก็ไม่เคยพูดชัดเจนที่จะทำลายทุนผูกขาด
“วันนี้เลยอยากอ้อนวอน ผมกราบเลยนะ ช่วยสนับสนุนให้การจัดตั้งรัฐบาบสำเร็จ เพราะเป็นความหวังเดียวของผู้จำหน่ายสุรารายย่อยทั่วประเทศไทย และหวังว่าคงสำเร็จได้ เพราะจะเป็นโอกาสให้กับอาชีพของคนกลุ่มน้อยและรากหญ้า”
ด้านนายศุภพงษ์ พรึงลำภู ตัวแทนสมาคมคราฟต์เบียร์ไทย บอกว่า ที่ผ่านมาร่วมทำงานกับพรรคก้าวไกลมา 3 ปีตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน และทางพรรคก้าวไกลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ของการเข้าถึงใบอนุญาตที่ยากเกินเนื่องจากมีการผูกขาด เพราะจำนวนผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ในไทย มูลค่าตลาดกว่า 2 แสนล้าน และมีจำนวนผู้ประกอบการเพียงหลักสิบราย และผู้ประกอบการหลายคน อยากมีโรงเบียร์เล็กๆ ในพื้นที่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ สร้างคงามสดชื่นให้ชุมชน จึงเรียกร้องให้ทุกท่านช่วยกันสนุบสนุน พรรคก้าวไกลให้จัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว ทั้งการเรียกร้องไปที่ ส.ว. และ ส.ส. แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ก็ขอให้สนับสนุนเสียงที่มาจากประชาชน เพื่อให้กฎหมายการควบคุมแอลกอฮอล์จะได้ยึดโยงกับประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ส่วนกรณีแหวนที่นิ้วนางด้านขวา ที่นายพิธาสวมใส่ ที่ปรากฏในการเซ็น MOU แล้วมีคนแซวว่า ใช่แหวนเกี่ยวกับความรักหรือเปล่า หรือเป็นแหวนแทนใจ ซึ่งมีคนโยงไปถึง คุณแอฟ ทักษอร ที่ลงรูปแล้วมีแหวนที่นิ้วนางข้าวขวา ก่อนที่คุณแอฟจะชี้แจงว่า เป็นแหวนส่วนตัว นักข่าวก็แซวนายพิธา ว่า นี่ใช่แหวนหมั้นหรือเปล่า นายพิธาอมยิ้มแล้วก็เขิน ก่อนที่จะบอกว่า ไม่ใช่แหวนหมั้น แต่เป็นแหวนจากวัดที่ทางครอบครัวเคารพนับถือก็เลยเอามาใส่ไว้เป็นสิริมงคล ไม่ใช่แหวนหมั้น ซึ่งนายพิธาพูดไปก็ขำไป
นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่า ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งน้ำหนักลดไป 4 กิโล ทำให้เวลาไปไหนมาไหนต้องคอยดึงกางเกงขึ้นตลอด จนนักข่าวเอาไปแซวกันเป็นท่าประจำไปซะแล้ว