โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เผย ต้องรอ กกต.รับรองว่าที่ ส.ส. ก่อนเคาะวันเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 ว่า ที่ประชุมรับทราบการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ จำนวน 89,180 คน ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตามข้อบังคับพรรคจะต้องมีการแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้ และที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องนี้
ทั้งนี้ จะต้องมีการดำเนินการตามข้อบังคับพรรค ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน โดยในส่วนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ กำหนดไว้ว่า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค จะต้องมีการเปิดให้มีการหยั่งเสียงเบื้องต้นจากสมาชิกทั่วทั้งประเทศ แต่ขณะนี้เรามีกลไกตัวแทนพรรค ตัวแทนจังหวัด และมีสาขาพรรคทั่วทั้งประเทศ ที่ประชุมจึงเสนอให้มีการยกเว้นข้อบังคับในเรื่องของการหยั่งเสียงเบื้องต้น
“การหยั่งเสียงเบื้องต้นในเรื่องของการเลือกหัวหน้าพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ได้กำหนด แต่ข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับสมาชิกพรรค เมื่อมีการยกเว้นข้อบังคับพรรคข้อที่ 32 คือไม่มีการหยั่งเสียงเบื้องต้น เราก็จะมีขั้นตอนรับฟังสมาชิกพรรคทุกท่าน เหตุผลเพราะว่าเมื่อมีการเข้าสู่โหมดการเลือกหัวหน้าพรรค ก็จะมีการเลือกประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งจะมีตัวแทนของพรรคทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ถกเถียงเรื่องขององค์ประชุม เพื่อจะกำหนดองค์ประชุมในการเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งองค์ประชุมที่เป็นสาระสำคัญ คือตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้มีการรับรองผลการเลือกตั้ง จึงต้องรอให้ กกต. รับรอง ส.ส.ก่อน ส่วนองค์ประชุมอื่นๆ เป็นไปตามข้อบังคับพรรคทุกประการ
...
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุต่อไปว่า “ข้อบังคับพรรคข้อที่ 81 ในส่วนขององค์ประชุมกรรมการบริหารพรรคก็จะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคคือรักษาการชุดนี้เป็นองค์ประชุมร่วมด้วย อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรคอดีต ส.ส. ก็จะร่วมเป็นองค์ประชุมในกรณีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคในรอบที่จะถึงด้วย สมาชิกที่เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เป็นองค์ประชุมสำคัญที่จะมีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อกำหนดสัดส่วนขององค์ประชุมในการที่จะเลือกหัวหน้าพรรค”
อย่างไรก็ตาม การประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ (รักษาการ) จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย จะมีการนัดประชุมอีกรอบหนึ่ง เพื่อที่จะมากำหนดองค์ประชุม กำหนดวัน เวลา สถานที่ ในการดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง วาระที่สำคัญคือการเลือกหัวหน้าพรรค.