“ศิธา” ชี้แจงยิบ หลัง “หมอชลน่าน” ติงเสียมารยาทผ่านหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แปลกใจดื่มกินชื่นมื่น แต่วันรุ่งขึ้นกลับตาลปัตร ฝากรักษามารยาท หากสื่อมวลชนตั้งคำถาม
เมื่อเวลา 21.04 น. ของวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาและเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาฝากถึงตนในมุมของการเสียมารยาท จึงขอชี้แจงว่า เมื่อวานนี้ (22 พฤษภาคม 2566) ในการแถลงข่าวเซ็น MOU จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ตนเองได้ตั้งคำถามไปยัง 8 พรรคการเมือง ว่า จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ว่าจะยืนตัวตรงสู้กับกลไกที่เผด็จการฝังไว้ในบทเฉพาะกาล 5 ปีแรกของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ด้วยการเซ็น Advance MOU อีก 1 ฉบับ ระบุว่าจะทำงานร่วมกันตามฉันทานุมัติของประชาชนที่มีให้กับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย (หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม) ไม่ว่าท่านจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านร่วมกันก็ตาม ได้หรือไม่
ทั้งนี้ เนื่องจากการแถลงข่าวยืดเยื้อเกินเวลา ตนเองจึงบอกว่าจะตอบทั้ง 8 พรรค หรือจะตอบเฉพาะ 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ได้ ซึ่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กดไมค์ตอบทันทีว่า เป็นไปได้ที่จะลงนามใน Advance MOU ร่วมกันในอนาคตอันใกล้ ส่วน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ตอบ แต่ตอบคำถามที่นักข่าวฝากให้ตนเองถามให้ จึงได้ย้ำคำถามไปอีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบจาก นายพิธา คนเดียว ส่วน นายแพทย์ชลน่าน ไม่ตอบเช่นเดิม
...
น.ต.ศิธา ระบุต่อไปว่า เมื่อถึงจุดนี้พอจะเข้าใจว่าคำถามของตน นายแพทย์ชลน่าน ไม่ได้ลืมที่จะตอบ แต่อาจเป็นคำถามที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยอึดอัดที่จะตอบ จึงยุติการตั้งคำถาม หลังจากแถลงข่าวเสร็จก็ไปนั่งทานข้าวและพูดคุยชนแก้วกันอย่างชื่นมื่น โดยที่ นายแพทย์ชลน่าน ก็พูดคุยกับตนตามปกติ ไม่ได้มีการคาดคั้น หรือชี้แจงจากทั้ง 2 ฝ่าย
“ผมไม่ทราบว่าหลังจากนั้นคุณหมอโดนใครตำหนิ หรือไปรับบรีฟจากใครมา อยู่ๆ วันนี้จึงงัวเงียออกมาพูดกับสาธารณชนว่าเป็นการเสียมารยาท และฝากหัวหน้าพรรคมาอบรมผมด้วย ในมุมมองผมนั้น ทั้งตามมารยาทที่คุณหมอหยิบยกมาอ้าง และเนื่องจากที่เป็นลูกผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นั้น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เราก็ควรจะพูดคุยด้วยอารมณ์และความรู้สึก และ messages เดียวกัน ไม่ใช่ดื่มกินชื่นมื่นกันเป็นชั่วโมง แต่พอวันรุ่งขึ้นกลับตาลปัตร มาพูดถึงกันในเชิงลบผ่านสื่อมวลชนเช่นนี้”
น.ต.ศิธา เผยอีกว่า สำหรับตนเอง การที่พรรคการเมืองจะออกมายืนยันเพื่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ยิ่งใหญ่กว่าการเสียมารยาทของตนเพียงแค่คนเดียวมากนัก ดังนั้นการที่จะเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เช่นนี้ ตนเองไม่ได้กังวลต่อคำสบประมาทว่าเป็นการเสียมารยาท ถ้าจะให้พูดให้เคลียร์คัต “ผมไม่ได้กลัวการเสียมารยาท มากไปกว่ากลัวการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ”
ส่วนในมุมการรักษามารยาทที่ นายแพทย์ชลน่าน กำหนดบรรทัดฐานมานั้น เมื่อทราบความอึดอัดเช่นนี้ ก็คงไม่ไปถามอะไรถึงเรื่องนี้อีก ในทำนองเดียวกันหากหลังจากนี้มีประชาชนผู้ลงคะแนนให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมร่วม 25 ล้านคน หรือสื่อมวลชนทั่วไปจะมีใครไปถาม นายแพทย์ชลน่าน แทนประชาชน ถึงจุดยืน Advance MOU นี้อีก ก็หวังว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะรักษามารยาทด้วยการตอบคำถามต่อพี่น้องประชาชนด้วย