"ศรีสุวรรณ" ยื่น กกต.ร้องสอบ "ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ" ร่วมวงคุย จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล เข้าข่ายผิดครอบงำพรรคการเมือง หรือไม่ ชี้ "พิธา" เหมาะเป็นนายกฯ เหตุเป็นคนรุ่นใหม่ แต่นโยบาย ม.112 ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย 

วันที่ 22 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณีปรากฏภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมวงพูดคุยการจัดตั้งรัฐบาลที่ร้านอาหาร ผิด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง กรณีการเข้ามาชี้นำ พรรคการเมืองหรือไม่ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ห้ามมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ 10 ปี หลังมีคำสั่งยุบพรรค

พร้อมระบุพฤติกรรมที่ผ่านมาของทั้ง 3 คน ได้เคลื่อนไหว ตั้งคณะก้าวหน้า มูลนิธิก้าวหน้า โดยใช้สถานที่เดียวกับพรรคก้าวไกล รวมทั้งเคลื่อนไหว เรื่องการกระจายอำนาจท้องถิ่น และนำไปบรรจุเป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคก้าวไกล ด้วย ประกอบกับในการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ช่วยหาเสียงให้พรรคก้าวไกล โดยเลี่ยงว่าเป็นผู้ช่วยผู้หาเสียง และหลังเลือกตั้งพรรคก้าวไกล ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็นัดหมายพูดคุยกับพรรคอื่นๆ พบว่าทั้ง 3 คน เข้าไปร่วมในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลด้วย พฤติกรรมต่างๆ ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าทั้ง 3 คน เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกลอย่างต่อเนื่อง ทั้งเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนด้านการเมือง ซึ่งเข้าข่ายการครอบงำกิจกรรมของพรรคการเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีความผิดตามมาตรา 28 กฎหมายพรรคการเมืองอย่างชัดเจน และอาจนำไปสู่ พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคด้วย

นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวด้วยว่า ตนมาร้องเรียนตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ที่ผ่านมาแม้จะถูกทำร้ายร่างกายก็ไม่หวั่นไหว เพราะมีทั้งคนชอบ แล้วไม่ชอบ ขอทำหน้าที่ของตนเองด้วยความบริสุทธิ์ใจ ส่วนกรณีที่ นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล (ลุงศักดิ์ คนเสื้อแดงที่เคยมีกรณีต่อยนายศรีสุวรรณ) ได้ออกมาระบุว่า จะไม่ให้เงินกับนายศรีสุวรรณ แม้แต่บาทเดียวนั้น นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของศาล ซึ่งหากศาลมีคำพิพากษาแม้ไม่มีเงินแต่ศาลสามารถยึดทรัพย์เพื่อนำสู่การขายทอดตลาดได้

...

เมื่อถามว่าเหตุที่มาร้อง เพราะมองว่า นายพิธา ไม่เหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นายพิธา เหมาะสมเป็นนายกฯ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่นโยบายของพรรคบางเรื่องไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย โดยเฉพาะ มาตรา 112 กระทบใจคนไทยมาก ซึ่งนายพิธาก็ยืนยันว่า จะเดินหน้าทำเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องความเหมาะสมก็เรื่องหนึ่ง

ทั้งนี้ มองว่าหัวหน้าพรรคการเมืองทั้ง 70 พรรคนั้น ไม่มีใครเหมาะสม ตนไม่เชียร์ใคร ตนทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเดียว พรรคก้าวไกล ถ้าถอยเรื่อง 112 ได้ คิดว่าจะกลายเป็นฮีโร่ของคนไทยด้วยซ้ำ ถ้าเขาจะสง่างามควรถอยเรื่องนี้ จากนั้นให้ไประดมความคิดเห็นของคนที่เห็นต่างเพื่อให้ตกผลึกก่อนผลักดันเป็นนโยบาย เพราะหากยังดัน 112 ต่อ คนที่ไม่เห็นด้วย คนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ทั้งในและนอกสภา ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง กลัวว่าประเทศไทยจะเป็นยูเครน 2

อย่างไรก็ตาม ต่อไปอาจต้องมีการเปลี่ยนวิธีการ จะไม่แจ้งหมายผู้สื่อข่าวล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน จะขอทำหน้าที่โดยการส่งข่าวให้สื่อมวลชนหลังจากมายื่นแล้ว ทั้งนี้ ทุกคนมีสิทธิคัดค้านสิ่งที่ตัวเองยื่น ซึ่งถือเป็นสิทธิของประชาชน ไม่ว่ากัน และคนที่ทำร้ายตนก็ต้องยอมรับการกระทำผิดตามกฎหมาย ระบุตนร้องเรียนมาเป็นร้อยเรื่อง ร้องทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลผสมกันไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ นายศรีสุวรรณ ได้เปิดแมสก์และบอกว่าแผลที่ถูกชกหายแล้วสามารถกินน้ำพริกได้แล้ว ทั้งนี้ ตลอดการปรากฏตัวของนายศรีสุวรรณ มีการ์ดส่วนตัวมาคอยรักษาความปลอดภัย และที่ผ่านมาภรรยาคอยให้กำลังใจ ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำหน้าที่ต่อไป