“พิธา” หัวหน้าก้าวไกล เชื่อ ทีมเจรจาก้าวไกล ได้คลายข้อกังวลใจ ปม ม.112 กับวุฒิสภา ทำให้สบายใจมากขึ้นแล้ว เชื่อ ม็อบนัดชุมนุมกดดัน ส.ว.พรุ่งนี้ ไม่น่าหนักใจ ยัน กระบวนการเจรจาสันติภาพ "พลเรือนต้องนำการทหาร" 

วันที่ 22 พ.ค. 2566 ที่โรงแรมคอนราด กทม. ภายหลัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำ 8 พรรคการเมือง ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้กล่าว ให้คำมั่นเรื่องกระบวนการสันติภาพ ยืนยัน ต้องมีพลเรือนอยู่ในกระบวนการ แต่อาจจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านเล็กน้อย แต่คิดว่าพลเรือนต้องนำทหาร ในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องภัยความมั่นคง ต้องเปลี่ยนให้เป็นเรื่องความมั่งคั่งทางอาหาร ทางสาธารณสุข แก้ไขปัญหา แต่ไม่ใช่ใช้งบประมาณ 4-5 แสนล้านต่อปี

ส่วน กรณี ม.112 นายพิธา เปิดเผยว่า หลังมีทีมเจรจา ได้ตอบคลายข้อกังวลใจของ วุฒิสภา หลายเรื่องถึงเจตจำนงเนื้อหาของกฎหมาย ที่ตั้งใจทำให้ ม.112 ไม่เป็นเครื่องมือในการโจมตีทางการเมือง และใน MOU ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า “ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพ สักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์” ก็น่าจะทำให้ทางวุฒิสภา สบายใจมากขึ้น รวมถึงพี่น้องประชาชน จำนวนมาก ยืนยัน ม.112 เป็น 1 ใน 45 กฎหมาย ที่พรรคก้าวไกล ได้เตรียมยื่นเข้าสภา เพื่อให้มีการพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะในสภา

"ส่วนวันพรุ่งนี้ที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุม รวมตัวไปพูดคุยกับ ส.ว.ที่รัฐสภา ก็เป็นไปตามประชาธิปไตย ที่ต้องมีการพูดคุย ส่วนตัวคิดว่า พรุ่งนี้ วุฒิสภาคงเข้าใจ และคิดว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรน่าหนักใจ" นายพิธา กล่าว...

...