“พิธา” ติวเข้ม ส.ส.คึก กำชับ ส.ส.เริ่มงานทันที ห้ามกร่าง ส่งแกนนำเดินสายเจาะกลุ่ม 50 ส.ว.อิสระตัวแทนสาขาอาชีพ พท.ถกเครียดสแกนร่างข้อตกลง ขวางใส่แก้ ม.112 ลงเอ็มโอยู ค้านมัดคอดันนิรโทษคดีการเมืองโยง “ทักษิณ” “ชูศักดิ์” แนะควรมีแค่หลักการ หวั่นจุดไฟแตกแยกเตือนคิดให้ดี ทสท.ไม่เอาด้วยเลิก ม.112 ก๊วน ส.ว.สาย 2 ลุงส่งซิกงดออกเสียง ประเมิน ก.ก.ได้เสียงหนุน 20 บวกลบ ไม่ถึง 63 เสียง ไม่พอส่ง “พิธา” นั่งนายกฯ ปชป.แตกยับ 2 ขั้วชิงยึดอำนาจ “เฉลิม” ขอฉันทามติซุ่มดีลร่วมรัฐบาลเพื่อไทย แต่ล็อกถล่มผิดแผน ก.ก.แลนด์สไลด์
การฟอร์มรัฐบาลพรรคก้าวไกล (ก.ก.)มีความคืบหน้ามากขึ้นโดยลำดับ โดยนัดแถลงการลงนามในข้อตกร่วมหรือเอ็มโอยูการร่วมรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค.ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยืนยันยังไม่มีการหารือเรื่องการแบ่งกระทรวง ขอโฟกัสการจัดทำเอ็มโอยูให้เรียบร้อยก่อน
ก.ก.โฟกัสเอ็มโอยูมากกว่าแบ่งเค้ก
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการฟอร์มทีมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรค ก.ก.ว่า ตอนนี้เรื่องเฉพาะหน้าวาระหลักคือ การทำเอ็มโอยูระหว่างพรรคที่จะร่วมรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังประสานงานกันอยู่ว่าเอาวาระนี้เป็นตัวตั้ง หลังจากนั้นค่อยมาแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบเรื่องกระทรวง หน่วยงานต่างๆ สิ่งที่ต้องทำคู่ขนานกันไป ต้องเข้าหา ส.ว.เพื่อทำความเข้าใจ ทางออกดีที่สุดพบปะพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และอย่างเป็นมิตร ตอนนี้ถือว่ายังอยู่ในสัญญาณทิศทางที่ดีอยู่ จากนี้ไปมีเวลาอีก 1 เดือนกว่าที่จะมีการโหวตนายกฯยังอยู่ในทิศทางที่ดีอยู่ เรื่องเอ็มโอยูเราพูดหลายครั้งตอนหาเสียงว่าเราจะทำ และประกาศข้อตกลงร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลต่อสาธารณะว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ เหมือนเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ใช่ว่ามาเริ่มต้นกันที่คุยกันหลังบ้าน แล้วแบ่งกระทรวงกันเลยหรือเอาโควตา หาร แบบนั้นมันไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
...
ปัดยกให้ พท.คุมกระทรวงเศรษฐกิจ
เมื่อถามว่ามีการค่อยๆแย้มออกมาว่าอยากให้พรรคเพื่อไทยดูแลด้านเศรษฐกิจ พรรคก้าวไกลดูแลความมั่นคงและมิติด้านสังคม ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร นายชัยธวัชตอบว่า จริงๆไม่หรอก คิดว่าก้าวไกล และเพื่อไทย เป็น 2 พรรคหลักคงมีทั้ง 2 มิติ พรรคก้าวไกลมีวาระทางเศรษฐกิจ เพื่อไทยก็มี มันคงจะมีไม่ได้แบ่งขาดกันไปเลยขนาดนั้น หรือให้พรรคเพื่อไทยดูเศรษฐกิจ ก้าวไกลดูสังคมการเมือง ความมั่นคง คงไม่ใช่ขนาดนั้น ก้าวไกลมีนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานซ่อมประเทศ ต้องการใช้งบฯเข้าไปลงทุน เอาไปแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวัน ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตไปด้วย สามารถสร้างอุตสาหกรรมและงานแต่ละหัวเมืองได้ด้วย เป็นต้น นี่ยกตัวอย่างให้เห็นว่าเรามีข้อเสนอทางเศรษฐกิจหลายเรื่อง พรรคเพื่อไทยก็มีหลายเรื่อง เอามาประกบกันได้
อุบไต๋คุมเเรงงาน-มท.-กห.-พณ.-อุตฯ
เมื่อถามว่า กระทรวงแรงงานน่าจะอยู่กับพรรคก้าวไกล รวมทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม หรือแม้แต่กระทรวงพาณิชย์ น่าจะอยู่กับฝั่งพรรคแกนนำ นายชัยธวัช ตอบว่า อย่าเพิ่งไปสรุปขนาดนั้น แน่นอนว่ามันเป็นการร่วมรัฐบาลในสถานการณ์ที่มีพรรคใหญ่พอๆ กันสองพรรคด้วย และแน่นอนพรรคอันดับหนึ่งที่เป็นแกนต้องมีใจกว้าง โดยเปิดกว้างที่จะไม่ได้เอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นตัวตั้ง ต้องเรียกว่าเปิดกว้างเพื่อทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้
ปธ.สภาฯต้องเป็นโควตาพรรคแกนนำ
เมื่อถามว่าพรรค พท.ส่งสัญญาณมาคืออยากได้เก้าอี้ประธานรัฐสภา ตรงนี้ ก.ก.มองอย่างไร นายชัยธวัชตอบว่า เบื้องต้นจริงๆยังไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ยังอยู่ในขั้นที่เราคุยกันในเรื่องข้อตกลงร่วม แต่เบื้องต้นก้าวไกลเห็นว่าประธานสภาฯเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะมีบทบาทในการดูแลฝ่ายนิติบัญญัติให้เป็นไปในทิศทางที่จะยกระดับการทำงานของสภาฯด้วย อันนี้เป็นความต้องการของพรรคก้าวไกล เราคิดว่าการยกระดับคุณภาพการทำงานของสภาฯ จะช่วยทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาในระบบรัฐสภา และมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาร่างกฎหมาย หรือวาระหลายเรื่องที่เป็นบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะช่วยสนับสนุนและผลักดันนโยบายต่างๆของฝ่ายบริหารด้วย รวมทั้งมีบทบาทสำคัญแต่แรกคือในการเลือกโหวตนายกฯ ดังนั้น คิดว่าตำแหน่งประธานสภาฯมีความสำคัญ และโดยปกติมักจะเป็นตำแหน่งที่มาจากพรรคที่ชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งอยู่แล้ว
ใช้เอ็มโอยูให้ ส.ว.คิดก่อนฟันธง
เมื่อถามว่ามาตรา 112 ที่เหมือนยังเห็นไม่ตรงกัน มีในเอ็มโอยูหรือไม่ ทางพรรคเพื่อไทยบอกไม่มี ตรงนี้เป็นอย่างไร นายชัยธวัชตอบว่า จริงๆตอนนี้ยังไม่ได้สรุปกัน ขออนุญาตยังไม่ลงรายละเอียด เอ็มโอยูคงจะแถลงทีเดียวเลยวันที่ 22 พ.ค. มีความหมายเป็นวันครบรอบการรัฐประหาร ปี 2557 ด้วย ถ้าเราได้ประกาศข้อตกลงร่วมของรัฐบาลชุดใหม่ที่เรากำลังจัดตั้งอยู่ จะเป็นสัญลักษณ์สำหรับประชาชนว่าเราจะก้าวไปอีก กลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพ ออกจากระบอบรัฐประหาร 8-9 ปี ที่ผ่านมามันชัดเจนว่าไม่ได้สร้างผลดีให้กับใคร อีกอย่างหนึ่งวันที่ 22 พ.ค.ถ้าได้แถลงออกไปแล้ว ส.ว.จะมีการประชุมอยู่แล้วในวันที่ 23 พ.ค. จะทำให้ ส.ว.ได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ชัดเจนมากขึ้นสำหรับการโหวตเลือกนายกฯ
ก.ก.คึก“พิธา”ย้ำชัยชนะประวัติศาสตร์
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พัฒนากอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พรรค ก.ก.จัดประชุม ว่าที่ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งและผู้สมัคร ส.ส.ไม่ได้รับเลือกตั้งรวม 500 คน เป็นการภายในไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว โดยมีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. กล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนในความสำเร็จของพรรคในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ย้อนไปดูเป้าหมายของพรรค ก.ก.ที่ตนได้ประกาศไว้ช่วงการเลือกตั้ง คือ 1.ต้องได้คะแนนเสียงมากกว่า 6.3 ล้านเสียง 2.ต้องได้ ส.ส.จำนวนมากกว่าอนาคตใหม่ 3.ต้องได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ก้าวไกลประสบความสำเร็จ ทำได้ทะลุเป้าที่วางไว้ เพราะเราได้รับ ส.ส. แบบแบ่งเขตถึง 112 เขต และมีคะแนนบัญชีรายชื่อถึง 14 ล้านเสียง กลายเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รวมแล้วได้ ส.ส.กว่า 152 ที่นั่ง แม้ในหลายจังหวัดที่ไม่ชนะ แต่ได้คะแนนบัญชีรายชื่อมาเป็นอันดับ 1 ชนะบ้านใหญ่หรือพรรคประจำภูมิภาค-จังหวัดได้ 14 ล้านเสียงในปี 2566 กลายเป็นพรรคที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุดในประเทศไทย
กำชับ ส.ส.เริ่มงานทันที-ห้ามกร่าง
“นี่คือโอกาสที่แท้จริงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เป็นจังหวะประวัติศาสตร์ความคิดอุดมการณ์แบบพรรค ก.ก.กลายเป็นความคิดกระแสหลักของสังคมพรรคเราโตขึ้นเรื่อยๆ แต่เราต้องทำตัวให้เล็กลงเรื่อยๆ หลังจากนี้ให้ออกไปขอบคุณประชาชน และเริ่มทำงานได้เลยทันที ที่สำคัญที่สุดต้องห้ามทำตัวกร่าง ห้ามเจ้ายศเจ้าอย่าง และท่องจำประโยคเหล่านี้ไว้ให้ดีๆ ใหญ่กว่าเราคือพรรค ใหญ่กว่าพรรค คือความคาดหวังประชาชน”นายพิธากล่าวและว่าหลังจากนี้จะใช้เวลาเดินสายพบสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย กลุ่มแรงงานกลุ่มวิชาชีพต่างๆไปร่วมงานไพรด์ และไปเดินขอบคุณประชาชนให้มากที่สุด ในฐานะว่าที่นายกฯ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลแจ้งคร่าวๆได้ว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ปัจจุบันมี ส.ส.และจำนวนพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลก้าวไกลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฝากทุกท่านร่วมติดตามการแถลงอีกครั้งในวันที่ 22 พ.ค.
“ธนาธร-ป๊อก-เกษียณ-ประจักร”ร่วมวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการจัดสัมมนาครั้งนี้ นอกจากนายพิธานำบรรยายแล้ว ยังมีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค บรรยายหัวข้อ “พรรคก้าวไกลและองค์ประกอบของพรรคเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง” ช่วงเย็นจะมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล บรรยายหัวข้อ “ผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล” ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค บรรยายหัวข้อ “เเนวทางการสื่อสารของพรรคก้าวไกล” รวมทั้งมีนักวิชาการสายประชาธิปไตยร่วมบรรยายด้วย อาทิ นายเกษียณ เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายหัวข้อ “การเมืองเเบบก้าวไกล ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน” นายประจักร ก้องกีรติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเมืองการปกครองคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ บรรยายหัวข้อ “มองการเมืองไทยผ่านการเลือกตั้ง 66” โดยสถานที่อบรมสัมมนาครั้งนี้เป็นของคนตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” สายนายธนาธร เป็นกรรมการทั้งหมด
รบ.รวมได้แล้ว 10 พรรค 316 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลนำโดยพรรคก้าวไกล จากเดิมมี 8 พรรคการเมืองที่ตกลงร่วมเป็นรัฐบาลรวม 313 เสียง คือ พรรคก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ เสรีรวมไทย เป็นธรรม ไทยสร้างไทย เพื่อไทรวมพลัง พลังสังคมใหม่ ช่วงบ่ายวันที่ 19 พ.ค. ได้รับการยืนยันจากนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลว่า พรรคใหม่ที่ ส.ส.ได้รับเลือกตั้งมา 1 เสียง มีนายกฤดิทัช แสงธโยธิน เป็นหัวหน้าพรรค ตกลงเข้าร่วมรัฐบาลอีก 1 พรรค ขยับเพิ่มเป็นรัฐบาล 9 พรรค 314 เสียง ล่าสุดช่วงเย็นเวลา 17.58 น. นายพิจารณ์ในฐานะผู้ประสานงานไปยังพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ที่มีอยู่ 2 เสียง เปิดเผยว่า พรรค ชพก.ตกลงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลแล้ว ทำให้รัฐบาลพรรคก้าวไกลมี 10 พรรครวมแล้ว 316 เสียง
“สุวัจน์” แถลงข่าวที่โคราช
ช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค ชพก.ว่า พรรค ชพก.ได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรค ก.ก.ให้เข้าร่วมรัฐบาล โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ชพก.ได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว โดยเวลา 17.00 น. วันที่ 20 พ.ค. นายสุวัจน์จะเข้าร่วมงานราตรี “ร้อยดวงใจ 100 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา” และมีการแถลงประเด็นดังกล่าว ก่อนหน้านี้นายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ยืนยันจุดยืนของพรรค ชพก.มาตลอดว่า พร้อมสนับสนุนพรรคที่ประชาชนเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ พรรค ชพก.มี ส.ส. 2 คน ได้แก่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และนายประสาท ตันประเสริฐ ว่าที่ ส.ส.นครสวรรค์
“สมศักดิ์” โวกล่อม ส.ว.คืบหน้า
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินหน้าพูดคุยกับ ส.ว.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.เป็นนายกฯ คนที่ 30 ว่า เวลานี้คืบหน้าทางบวก แต่จะเดินได้เต็ม 100 คงต้องรอให้บันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยูของพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค.ออกมาก่อน จากการพูดคุยกับ ส.ว. ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ดี ส.ว.รับฟังเหตุผล ระหว่างนี้รอเพียงแนวทางการทำงาน และนโยบายต่างๆหากเอ็มโอยูทำออกมาได้ดีเชื่อว่าเสียง ส.ว.จะไหลเข้ามาเพิ่มแน่นอน การตั้งรัฐบาลนี้คนสนับสนุนไม่ได้มีเพียงแค่ส.ว.บางส่วน เพราะยังมี ส.ส.บางส่วนของพรรคอื่นๆ พร้อมยกมือสนับสนุนแต่รอดูอยู่ จากการพูดคุยทุกฝ่ายอยากเห็นประเทศเดินหน้า อยากเห็นประชาชนมีชีวิตดีขึ้น
“ชูศักดิ์” ชี้เอ็มโอยูควรมีแค่หลักการ
เมื่อเวลา 10.00น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยถึงการทำเอ็มโอยูร่วมรัฐบาลว่า พรรค ก.ก.ส่งตัวร่างให้พรรคร่วมพิจารณาแล้ว พิจารณาแล้วเห็นว่าเนื้อหา ส่วนใหญ่เป็นนโยบาย จึงได้มอบหมายให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคดูและประสานกับพรรค ก.ก. เบื้องต้นเห็นว่าหากจะนำนโยบายมาใส่ในเอ็มโอยูควรใส่ให้ครบทุกพรรค ส่วนตัวเห็นว่าควรทำแค่เรื่องหลักการก่อน เช่น รับหลักการที่จะร่วมรัฐบาลด้วยกัน รับหลักการว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว จะรวมนโยบายของแต่ละพรรคมาเป็นนโยบายรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภาฯ เรื่องการบริหารจัดแบ่งผู้บริหารกันอย่างไรตามความเป็นธรรม และจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เช่นนั้นจะมัวแต่ไปยุ่งว่าจะใส่นโยบายของใคร อย่างไร เรื่องนี้ควรไปพูดคุยกันหลังจัดรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภาฯดีกว่า และในเอ็มโอยูจะยังไม่มีเรื่องมาตรา 112 เข้าใจว่าจะพูดคุยเรื่องนี้ แต่สำหรับพรรค พท. คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาก จึงอยากให้ไปคิดดูให้ดี
ไม่ควรใส่ ม.112-ยังไม่คุยกระทรวง
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ในเอ็มโอยูจะยังไม่มีเรื่องมาตรา 112 เข้าใจว่าจะพูดคุยเรื่องนี้ แต่สำหรับพรรค พท. คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาก จึงอยากให้ไปคิดดูให้ดี เมื่อถามว่าขณะนี้มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงกันหรือยัง นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวง ข่าวที่ออกมาเป็นแค่ข่าว คนในพรรคยังไม่ได้พูดกันเรื่องนี้ ไม่อยากให้ปรากฏภาพว่ามีการแบ่งเค้กกัน เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสงวนท่าที ไม่ทำอะไรให้ล้ำหน้าเกินไป จนให้มีความรู้สึกว่าเราแบ่งขนมกัน พรรค พท.ระมัดระวังมากเรื่องนี้ และไม่ขอแสดงความคิดเห็นของกระแสข่าวว่าพรรค พท.จะคุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ เศรษฐกิจ เพราะไม่ใช่พรรคแกนนำ ขณะที่ นพ. พรหมินทร์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดเอ็มโอยู พูดเพียงสั้นๆว่า “กำลังดูอยู่”
ค้านมัดนิรโทษหวั่นโยงคนแดนไกล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พท.ว่า ร่างเอ็มโอยูที่พรรค ก.ก.ยื่นมาให้พรรคร่วมฯ ลงรายละเอียดยึดหลักนโยบายของพรรค ก.ก. เป็นหลัก อาทิ คืนความยุติธรรมจากผู้ได้รับผลกระทบจากรัฐประหาร ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง โดยไม่รวมความผิดคดีคอร์รัปชันและเป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย พรรคร่วมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะพท.มองว่าหากผลักดันเรื่องนี้จะถูกโยงว่าทำไปเพื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และจะไม่ร่วมเซ็นในเอ็มโอยูหากมีประเด็นนี้ แต่ถ้าพรรค ก.ก.จะเสนอในนามพรรคในวาระต่อไปไม่ติดใจ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการยกเลิกการผูกขาดอุตสาหกรรมผลิตสุรา ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่พรรคประชาชาติไม่เห็นด้วย เพราะขัดกับหลักศาสนาอิสลาม ฐานเสียงหลักของพรรคประชาชาติ ประเด็นที่พรรค ก.ก.เสนอมาทุกพรรคเห็นว่าเป็นประเด็นที่ผูกมัดบีบให้ทุกพรรคยอมรับเงื่อนไขของพรรคก.ก.มากเกินไป จึงอยากให้ปรับให้เขียนเป็นหลักการกว้างๆไว้ก่อน แล้วค่อยนำนโยบายของแต่ละพรรคมาปรับใช้ภายหลัง โดยเนื้อหาไม่มีการพูดถึงการแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 ประเด็นนี้ทุกพรรคเห็นด้วย เพราะไม่มีใครอยากให้นำประเด็นนี้มาผูกมัดในเอ็มโอยูอยู่แล้ว
จัด รมต.เป็นธรรม-ประพฤติมิชอบต้องยุติ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในเอ็มโอยูยังได้ระบุถึงการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีว่า จะคำนึงถึงความเป็นธรรม เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายพรรค ให้เกียรติ จริงใจ สนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน หากใครได้ตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วประพฤติในทางมิชอบ ต้องยุติการดำรงตำแหน่ง แต่ในเรื่องการจัดสรรโคตารัฐมนตรีนั้น แกนนำพรรค พท.ยังไม่ได้รับการประสานอย่างเป็นทางการจากแกนนำพรรคก.ก. และยังไม่อยากให้คุยไปไกลถึงเรื่องดังกล่าว อยากให้ได้ข้อสรุปเรื่องเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยก่อน และแปลกใจกับข่าวที่ออกมาเช่นนี้ไม่เข้าใจว่าคนที่ปล่อยมีเจตนาจองเก้าอี้ไว้ก่อนหรือไม่อย่างไร ปกติการแบ่งโควตานั้นต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการ แล้วค่อยนำจำนวน ส.ส.พรรคร่วมมาเฉลี่ยว่าแต่ละพรรคควรได้กี่เก้าอี้ อย่างไร เช่นเดียวกับตำแหน่งประธานรัฐสภา ที่พรรค พท.ยังไม่ได้รับการประสานมา
แกนนำตั้งวงเร่งสปีดหารือข้อสรุป
ต่อมาเวลา 16.00 น. แกนนำพรรค พท.เดินทางเข้าพรรคร่วมหารือร่างเอ็มโอยูร่วมรัฐบาลที่พรรค ก.ก.เสนอเข้ามานำโดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค จนกระทั่งเวลา 19.00 น. การประชุมดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น โดยพรรค พท.ต้องเร่งสรุปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 พ.ค. ก่อนที่พรรค ก.ก.และพรรคร่วมอื่นๆจะแถลงร่วมกันวันที่ 22 พ.ค.
“เจ๊หน่อย” แจงยังไม่ได้คุยเรื่อง รมต.
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สีลม ซอย 5 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อม น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรค ลงพื้นที่ตลาดละลายทรัพย์ พบปะพ่อค้าแม่ขาย พี่น้องประชาชนย่านสีลม เพื่อขอบคุณผู้ที่สนับสนุนพรรค ทสท.และฝ่ายประชาธิปไตย หลายคนเข้ามาให้กำลังใจ โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่เลือกพรรค ทสท. และไม่ได้เลือกพรรค วันนี้ได้ลงพื้นที่ตลาดละลายทรัพย์อีกครั้ง แสดงเจตนารมณ์มุ่งมั่นทำงาน โดยเฉพาะรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการต่อแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยให้ฟื้นกลับมาโดยเร็วที่สุดอีกครั้ง ส่วนการจัดโผคณะรัฐมนตรีที่สื่อมวลชนคาดการณ์กันว่าอาจได้เป็น รมว.สาธารณสุขอีกครั้ง ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุย เราจะเริ่มต้นพูดคุยนโยบายก่อน ขอให้รอทุกอย่างมีความชัดเจน เพราะตอนนี้เป็นเพียงการคาดเดาจากสื่อมวลชนเท่านั้น
“ศิธา” ย้ำไม่เอายกเลิกมาตรา 112
ด้าน น.ต.ศิธากล่าวว่า ในเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาล มีข้อสรุป 8 ข้อพรรค ทสท. ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะส่วนใหญ่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน เช่น ขึ้นค่าแรงและการสมรสเท่าเทียม ส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังไม่ถูกบรรจุไว้ในเอ็มโอยู เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ในเอ็มโอยูจะเขียนเป็นหลักการที่ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการผลักดันเท่านั้น ส่วนข้อกังวลมาตรา 112 ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นขั้นตอนที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะพิจารณาในสภาฯอีกครั้ง ไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร ไม่ได้เน้นว่าทุกพรรคจะต้องเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ หากไม่มีการหยิบยกประเด็นนี้มาพูดคุยพรรค ทสท.จะไม่มีข้อเสนอใดๆ แต่หากหยิบยกปัญหาเรื่องข้อบังคับมาใช้ต้องใช้วิจารณญาณ และการพูดคุยกันของสภาฯว่าจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือไม่อย่างไร พรรค ทสท.ชัดเจนว่าหากยกเลิกมาตรา 112 ไม่เอาเด็ดขาด ถ้ามีการแก้ไขและทำให้สถาบันอ่อนแอลง ถูกวิพากษ์วิจารณ์จนเสื่อมเสียเราไม่สนับสนุน
“พรรคเป็นธรรม” ระบุไร้ข้อต่อรอง
นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างเอ็มโอยูร่วมรัฐบาลที่พรรคก้าวไกลส่งมาว่า ภายในเย็นวันที่ 19 พ.ค. จะประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อนำเสนอข้อเสนอของพรรคไปยังพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประมวลผลและสรุปก่อนวันที่ 22 พ.ค. มีหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้นำแถลง เนื้อหาเอ็มโอยู ยังไม่มีเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เพราะกำหนดกรอบใหญ่ ไม่ใช่การลงลึกในรายละเอียดถึงแต่ละมาตรา ต้องเข้าใจง่าย ครอบคลุมและเห็นทิศทาง จึงไม่สามารถระบุอย่างเจาะจงได้ ทั้งนี้พรรคเป็นธรรมไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ต้องอยู่ที่พรรค ก.ก.เห็นว่าเราจะช่วยผลักดันนโยบายต่างๆได้ แค่นี้ก็ดีแล้ว ส่วนการต่อรองกันระหว่างพรรคอื่นไม่ทราบ
จี้ “บิ๊กตู่” ส่งสัญญาณ ส.ว.หนุน “พิธา”
น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะพูดเหมือนยอมรับความพ่ายแพ้ พรรครวมไทยสร้างชาติไปต่อไม่ได้ เสียงไม่เพียงพอ แต่เพื่อให้การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของฝ่ายค้านสมเจตนารมณ์ประชาชน อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารให้ชัดเจนว่า พร้อมสนับสนุนพรรคที่ชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ลดความกังวลภาคธุรกิจ นักลงทุนที่ห่วงจะมีเหตุแทรกซ้อนช่วงจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้สังคมจับตาท่าที 250 ส.ว.จะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯจากเสียงข้างมากหรือไม่ ส.ว.หลายคนมีท่าทีจะไม่โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.เป็นนายกฯ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณชัดเจนไม่ควรขัดขวางนายพิธา เพราะ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ หากส่งสัญญาณไปชัดเจน อาจทำให้ ส.ว.ส่วนใหญ่หันมาสนับสนุนนายพิธา ประเทศจะไม่ติดหล่มอยู่กับความขัดแย้ง นี่คือโอกาสสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ที่จะแสดงสปิริตพร้อมทำตามเสียงประชาชน ยอมรับกติกาประชาธิปไตย อยากให้ฝากภาพจำดีๆให้คนไทยบ้าง โดยเฉพาะสปิริตสนับสนุนผู้ชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล
ส.ว.ส่งซิกงดออกเสียงโหวต “พิธา”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงการโหวตเลือกนายกฯที่ ส.ว.จะเป็นตัวแปรสำคัญชี้ขาดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. จะมีเสียงถึง 376 เสียง ได้เป็นนายกฯหรือไม่ ขณะนี้แกนนำฝ่ายที่กำลังฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลเริ่มเดินสายล็อบบี้ขอคะแนนจาก ส.ว. ให้ช่วยโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ พุ่งเป้าขอคะแนนจาก ส.ว.สายอิสระ 50 คน ที่มาจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพต่างๆ เนื่องจาก ส.ว.กลุ่มนี้คอนเนกชันคุ้นเคยกับนักการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านใหญ่ จนเริ่มเห็นท่าที ส.ว.กลุ่มดังกล่าวบางส่วนประกาศพร้อมสนับสนุนนายพิธา ขณะเดียวกัน ส.ว. กลุ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเริ่มได้รับสัญญาณจากแกนนำกลุ่มมาแล้ว ให้ลงมติงดออกเสียงการโหวตนายกฯในรัฐสภา เพื่อแสดงถึงการวางตัวเป็นกลาง ให้การโหวตนายกฯเป็นเรื่องเฉพาะของสภาฯ โดย ส.ว.กลุ่ม 2 ลุงประเมินแล้วว่าเสียง ส.ว.กลุ่มอิสระรวมถึง ส.ว.บางส่วนที่ต้องการโหวตหนุนนายพิธาจะได้เสียงสนับสนุนเต็มที่อยู่ราว 20 เสียงบวกลบเล็กน้อย และประเมินว่านายพิธาไม่น่าจะได้รับคะแนนสนับสนุนจาก ส.ว.ถึง 63 เสียง เมื่อรวมกับ 313 เสียงของ 8 พรรคที่จับมือตั้งรัฐบาลจะไม่ถึง 376 เสียง ไม่เพียงพอส่งนายพิธาเป็นนายกฯได้
โวยโตๆกันแล้วอย่ามาบีบ ส.ว.โหวต
พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ส.ว. กล่าวถึงกระแสการเรียกร้องให้ ส.ว.โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ ต้องขอรวบรวมข้อมูลให้พร้อมก่อน จึงยังไม่ได้ตัดสินใจจะโหวตอย่างไร รอให้ข้อมูลพร้อมก่อน ตนขอเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ยังมีเวลาอีกเป็นเดือน เมื่อถึงเวลาตัดสินใจจะตัดสินใจอยู่ในพื้นฐานดังกล่าว และนำเรื่องการแก้มาตรา 112 มาพิจารณาด้วย เมื่อถามว่า ตอนนี้สังคมก็กดดันให้ ส.ว.โหวตตามเสียงข้างมาก พ.ต.ต.ยงยุทธตอบว่า คนอย่างตนไม่ให้ใครมากดดันในเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์ของประเทศ ตนชัดเจน ใครอย่ามากดดัน สังคมไทยไม่ชอบการกดดัน มันไม่ดี โตๆกันแล้ว พูดกันได้คุยกันรู้เรื่อง
“เจตน์” โบ้ยถูกมั่วนับโหวตหนุน “พิธา”
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กว่าถูกมั่วผลักไปอยู่ข้างโหวตให้คุณพิธาโดยไม่มีข้อแม้ เพื่อกดดันให้เปลี่ยนมติไม่ได้ในวันประชุมร่วมรัฐสภาเลือกนายกฯ ทั้งที่พูดเงื่อนไขชัดเจนว่าการตัดสินใจลงมติต้องรอถึงวันสุดท้าย เพราะยังมีเงื่อนไขระหว่างนี้อีกมาก กกต.ยังไม่ได้รับรองผล 95% ส.ส.แต่ละพรรค ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะคุณสมบัติ และการทำผิดของว่าที่ ส.ส.แต่ละคน นายพิธายังมีคดีค้างอยู่ในมือ กกต.จะส่งให้ศาลฎีกา หรือศาลรัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้ หรือพรรคก้าวไกลอาจรวมเสียงได้มากจนสามารถปิดสวิตช์ ส.ว.ก็เป็นได้ ข้อสำคัญมีเงื่อนไข 2 ข้อคือ ต้องไม่แตะ มาตรา 112 สร้างความขัดแย้งในประเทศ และต้องไม่ยอมให้ขั้วอำนาจใดอำนาจหนึ่งสร้างฐานทัพในประเทศชักศึกเข้าบ้านเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ พรรคก้าวไกลอาจยอมถอยเพื่อให้ได้ตำแหน่งนายกฯและอำนาจบริหารประเทศ ที่เป็นเป้าหมายสำคัญกว่าก็ได้ จะทำให้ ส.ว.สะดวกใจลงมติ หรือทำให้ดึงพรรคใหญ่อื่นๆเข้าร่วมได้โดยไม่ต้องพึ่ง ส.ว.หากถึงวันสุดท้ายยังไม่แก้เงื่อนไข 2 ข้อ ไม่โหวตให้อย่ามาว่ากัน
“ชัยชนะ” ปัดข่าวซุ่มดีลร่วม รบ.
นายชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวว่าที่ ส.ส.พรรคสายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ปชป. พยายามติดต่อไปยังพรรค ก.ก. และพรรค พท.ขอเข้าร่วมรัฐบาล โดยมีนายเดชอิศม์ ขาวทอง ว่าที่ ส.ส.สงขลาและตนเป็นคีย์แมนหลักเดินเกมว่า ขอยืนยันกระแสข่าวนี้ไม่เป็นความจริง แต่พอเข้าใจว่ามีกระแสข่าวออกมา เพราะประชาชนอยากทราบจุดยืนของพรรค การที่พรรค ปชป.ได้ ส.ส.เพียง 24 คน ชี้ให้เห็นถึงคำตอบของประชาชนที่อยากให้พรรคเดินไปทางไหน ที่ผ่านมาจุดยืนพรรคในการหาเสียง 4 ทำ 3 ไม่ สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่เอากัญชาเสรี พร้อมกับไม่เลิกมาตรา 112 และไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน การตัดสินใจว่าพรรค ปชป.จะไปในทิศทางใด จะต้องรอกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ประชุมร่วมกับสมาชิกสภาฯชุดใหม่ หลัง กกต.ประกาศผลเลือกตั้งเป็นทางการ
“จ้อน” โต้ข่าวเท็จไม่เป็นความจริง
นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ทันทีที่เห็นข่าวนี้ได้สอบถามนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ปชป.ได้รับการยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขอให้สื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะการอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุตัวตนอาจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองดิสเครดิตพรรคโดยไม่รู้ตัว ยังยืนยันข้อเสนอให้พรรค ปชป.โหวตหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อสนับสนุนหลักการเสียงข้างมากในสภาฯต้องได้เป็นรัฐบาล โดยพรรค ปชป.ต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลพรรค ก.ก. ยืนยันจุดยืนของพรรคอีกครั้งว่า เราไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
“สมบัติ” ระบุ ก.ก.สุดโต่ง ถ้า พท.ง่ายกว่า
นายสมบัติ ยะสินธุ์ ว่าที่ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่น่าจะร่วมรัฐบาลพรรค ก.ก.สุดโต่ง แต่ถ้าเกิดพรรค ก.ก.จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ แล้วกลายเป็นพรรค พท.จัดตั้งแทน และไม่มีเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เป็นไปได้ที่ ปชป.จะร่วมรัฐบาลด้วยได้ง่ายกว่า โดยเอานโยบายของเราไปผสมเหมือนกับครั้งที่แล้วที่เราไปร่วมรัฐบาล “ผมคุยกับท่านเฉลิมชัยอยู่ ท่านยืนหลักเหมือนกับผมนี่แหละ ถ้าเป็นของก้าวไกล เราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนขั้วเป็น พท. ออกมาในโทนกลางๆ เพื่อลดความขัดแย้งเรื่องสีเสื้อ อีกทั้งไม่แตะสถาบัน เรารับได้”นายสมบัติ กล่าวและว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยทั้งการจะแก้ไข หรือจะยกเลิกมาตรา 112 และต้องดูในรายละเอียดว่า แก้แล้วมีประโยชน์อะไร กระทบสถาบันหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ เสียงสนับสนุน ส.ว.นายพิธายังขาดอยู่ พรรค ก.ก.ต้องหาเสียงในสภาฯให้ได้ 376 เสียงเอง เราอยู่เฉยๆ ถ้าเขารวมได้ เราพร้อมเป็นฝ่ายค้านไม่มีปัญหาอะไร
ปชป.แตกยับแย่งชิงยึดอำนาจ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค ปชป. หลังพรรคพ่ายแพ้เลือกตั้งมี ส.ส.เข้ามาได้เพียง 24 คน จนหัวหน้าพรรคต้องลาออกรับผิดชอบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ได้เรียกว่าที่ ส.ส.พรรคไปหารือที่บ้านดาวล้อมเดือนย่านชัยพฤกษ์ โดยมีแกนนำหลักคือนายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้และว่าที่ ส.ส.สงขลา และนายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรคและว่าที่ ส.ส.นครศรี ธรรมราช รวมถึง น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมพรรค ปชป.ให้ ส.ส.มอบฉันทามติให้นายเฉลิมชัยมีอำนาจติดต่อเจรจาจัดตั้งรัฐบาล จะเรียกถก กก.บห.พรรคชุดรักษาการวันที่ 24 พ.ค.หารือถึงจัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเลือกตั้งคณะกก.บห.ชุดใหม่ ให้ผู้เสนอชื่อนายเฉลิมชัยขึ้นทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค ดูแลควบคุมการประชุมใหญ่วิสามัญเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยมีการเสนอชื่อคนรุ่นใหม่คือนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ น.ส.วทันยา บุนนาค แต่ได้ปฏิเสธ จึงวางตัวนายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้เป็นหัวหน้าพรรค และนายชัยชนะ รองเลขาธิการพรรค เป็นเลขาธิการพรรค เตรียมเสนอในที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค
ซุ่มดีล พท.แต่ผิดแผน ก.ก.แลนด์สไลด์แทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำกลุ่มมีอำนาจใน ปชป. มีการเจรจาจะร่วมรัฐบาลที่มีพรรค พท.เป็นพรรคหลัก แต่พรรค ก.ก.แลนด์สไลด์แทนเลยผิดแผนต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน โดยว่าที่ ส.ส.ปชป.16 คน ได้มอบฉันทามติให้นายเฉลิมชัยเป็นผู้มีอำนาจเต็ม แต่อีก 6 ว่าที่ ส.ส.เห็นควรสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคฟื้นฟูพรรค และทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาชุดนี้ โดยนายเฉลิมชัยจะไม่รับตำแหน่งใดๆในพรรค รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีหากเข้าร่วมรัฐบาล
“บิ๊กตู่” เก็บตัวเงียบทำงานตึกไทยฯ
เวลา 09.12 น.วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีวาระงาน แต่ได้ทำงานเคลียร์งานเอกสารบนตึกไทยคู่ฟ้า และ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงสงวนท่าทีทางการเมืองว่าวางมือทางการเมืองหรือไม่ จากก่อนหน้านี้ที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะพอแล้วทางการเมือง เพื่อพักผ่อน
“ตุ๋ย” ลุยต่อ รทสช.ยัน “พี่ตู่” ยังอยู่
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวขอบคุณประชาชน ผู้สนับสนุน ที่ลงคะแนนให้พรรครวมไทยสร้างชาติ และตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พร้อมเดินหน้าทำงานพรรครวมไทยสร้างชาติ จุดยืนพรรคยังคงยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประโยชน์ของประชาชน และ พล.อ.ประยุทธ์จะยังคงเดินหน้าทำงานกับพรรคต่อไปในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเสริมสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติให้แข็งแกร่งและเป็นพรรคหลักในการปกป้องและค้ำจุนสถาบันหลักทั้งสามของประเทศ ทั้งนี้วันที่ 22 พ.ค. เวลา 16.00 น. พรรค รทสช.นัดประชุมผู้สมัคร ส.ส.พรรคที่ได้รับเป็น ส.ส.ทั้ง 36 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางเข้าพรรคด้วย
กกต.จัด ลต.ใหม่หน่วยเจอพายุ
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้ลงนามคำสั่ง กกต.ที่ 913/2566 ลงวันที่ 18 พ.ค.2566 เรื่องให้มีการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขต 1 จ.นครปฐมใหม่ ระบุว่า กกต.รับรายงานกรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ประกาศงดลงคะแนนในวันที่ 14 พ.ค.เวลา 16.45 น. เกิดเหตุฝนตกหนัก และลมพัดแรง ทำให้ปะรำที่เลือกตั้งล้ม จึงไม่อาจใช้สิทธิเลือกตั้งได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 102 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกอบข้อ 5 และข้อ 166 ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2566 ที่มีมติให้ยกเลิกการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งที่ 10 และกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค.66 เป็นวันลงคะแนนใหม่ ทั้งสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครปฐม ได้ออกประกาศเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่บ้านเลขที่ 1 ถึงบ้านเลขที่ 88/100 หมู่ 8 ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม จำนวน 943 คน ออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.ในวันดังกล่าว ที่ปะรำบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบางแขม
ขีดเส้น 90 วันแจงค่าใช้จ่ายหาเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำนักงาน กกต.ยังเผยแพร่เอกสารข่าวแจ้งให้ผู้สมัคร ส.ส.และพรรค การเมืองและยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ตามประกาศของ กกต.เรื่องกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.2566 ที่กำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1.9 ล้านบาท และพรรค การเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อใช้ไม่เกิน 44 ล้านบาท ขอให้จัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ต้องประกอบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จ่ายไปแล้ว และที่ยังค้างชำระ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงโดยให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต หรือหัวหน้าพรรคแล้วแต่กรณีลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องอย่างครบถ้วน ยื่นต่อ ผอ.สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดและ กทม.ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทน สำหรับพรรคการเมืองให้หัวหน้าพรรค ยื่นต่อเลขา ธิการ กกต.ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนภายใน 90 วัน นับจากวันเลือกตั้ง
แจงปมหุ้นสื่อ ก.ม.ชี้ขาดได้หลังเป็น ส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องให้ กกต.เร่งตรวจสอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล มีลักษณะต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งจากการมีชื่อถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) 42,000 หุ้น ให้ชัดเจนก่อนนายพิธาได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯนั้น สำนักงาน กกต.พิจารณาข้อกฎหมายแล้ว ขณะนี้เป็นช่วงหลังวันเลือกตั้ง แต่ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง กฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้ กกต.ส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลใดพิจารณา ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้าย บัญญัติไว้ว่า กรณี กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.หรือ ส.ว.มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ดังนั้นช่องทางที่ดำเนินการเรื่องนี้ หาก กกต.มีมติว่านายพิธามีลักษณะต้องห้ามลงสมัคร ส.ส. จะต้องเป็นหลังประกาศรับรองนายพิธาเป็น ส.ส.แล้ว ระหว่างนี้คำร้องดังกล่าวเป็นขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนสอบสวนตามระเบียบ กกต.
“โรม” บุกจับพิรุธ กกต.เขต 10 ชลบุรี
ที่ จ.ชลบุรี นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมนางนิชนันท์ วังคะฮาต ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 10 พรรค ก.ก. ที่ได้คะแนนมาเป็นที่ 3 ห่างผู้ชนะและที่ 2 แค่ 1 พันกว่าคะแนนนำทีมงานเดินทางไปเข้าพบนายสุนทร มูเนาวาเราะ นอภ.สัตหีบ ที่หน่วยนับคะแนนรวมของ อ.สัตหีบ เพื่อขอทราบถึงปัญหาการนับคะแนนของเขต 10 นายรังสิมันต์กล่าวว่า หลังทราบข่าวเรื่องร้องเรียนการนับคะแนนของ กกต.เขต 10 ชลบุรี จากสื่อมวลชนหลายแขนง ทั้งนับคะแนนล่าช้า เรื่องบัตรรวมคะแนนแล้วไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิโดยไม่มี กกต.เขต 10 ผู้รับผิดชอบให้ความชัดเจน ชี้แจงแต่เพียงว่าเนื่องจากอินเตอร์เน็ต ณ หน่วยรวมคะแนนชั้นล่างของอาคารช้า แล้วเจ้าหน้าที่ย้ายขึ้นไปรวมคะแนนบนชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอสัตหีบเพียงคนเดียว แต่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลับมีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นใครยืนดูอยู่ด้วย เกิดความสงสัยในคำตอบไม่ตรงกับที่ให้ไว้ ที่สำคัญไม่เห็นด้วยที่จะย้ายหีบบัตรไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน กกต.จังหวัดชลบุรี และวันนี้ไม่มี กกต.เขต 10 มาให้คำตอบ
แฉวงจรปิดมีคนอื่นร่วมเฟรม จนท.
ด้านนางนิชนันท์กล่าวว่า ขออย่าได้มีการเคลื่อนย้ายหีบบัตรไปที่ กกต.จังหวัดชลบุรี เนื่อง จากยากต่อการติดตามตรวจสอบดูแล ขอให้เก็บรักษาไว้ที่ กกต.เขต 10 และจากการสอบถาม จนท.รวบรวมคะแนนที่อ้างว่าคีย์ข้อมูลเพียงคนเดียวบนชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอสัตหีบ แต่จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีบุคคลอื่นยืนกำกับอยู่ด้วย ไม่ตรงกับคำตอบที่ได้ให้ไว้ คงต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป
“เต้น” ชง ก.ม.เอาผิดสลายม็อบแดง
วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)โพสต์เฟซบุ๊กรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 ว่า 19 พ.ค.66 ครบรอบ 13 ปี การยุติการชุมนุมที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติ ศาสตร์การเมืองไทย ทุกปีมีกิจกรรมรำลึก ติดตามทวงถามความยุติธรรมให้คนเจ็บคนตาย จากการหารือฝ่ายกฎหมาย และทีมนโยบายพรรคเพื่อไทย พบแนวทางที่กระชับตรงเป้าเป็นหลักประกันไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้กำลังปราบปรามประชาชนลอยนวลพ้นผิด ด้วยการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต คือ 1.หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่รับเรื่อง ให้ผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรงได้ 2.กรณี ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมติไม่มีมูลให้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาฟ้องอีกได้ ถ้าอัยการฯ เห็นว่าไม่มีมูล ให้ผู้เสียหายยื่นฟ้องได้โดยตรง ได้เตรียมประสาน ส.ส. 30 รายเข้าชื่อเสนอร่างญัตติด่วน เป็นกฎหมายอีก 1 ฉบับในแผนงาน 100 วันแรกของรัฐบาลใหม่ หากสำเร็จ ญาติคนเจ็บตายจะเริ่มต้นฟ้องได้ภายใน 6 เดือน
นปช.รำลึก 13 ปีถูกสั่งปราบ
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ใต้สะพานลอยหน้าศูนย์ การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 53 (คปช.53) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายณัฐวุฒิ ใสย เกื้อ อดีตเลขาธิการ นปข. และ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. จัดกิจกรรม “13 ปีเมษา-พฤษภา 53” รำลึกเหตุสลายชุมนุม นปช. ที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ที่คนเสื้อแดงและทหารบาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก มีญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ มวลชนคนเสื้อแดง รวมถึงแกนนำแนวร่วมกลุ่มราษฎร กลุ่มทะลุวัง ฯลฯ ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล การกล่าวแสดงความอาลัยสดุดีให้ผู้วายชนม์
“ธิดา” ขู่ ส.ว.ระวัง ปชช.จะไม่ทน
นางธิดากล่าวว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ได้มาจัดงานรำลึกในสถานที่เกิดเหตุ ตอนนี้ถึงโอกาส ที่จะรื้อฟื้นคดีสลายชุมนุมเพราะเหลืออายุความเพียง แค่ 7 ปี ที่จะนำผู้สั่งการและผู้กระทำผิดมาลงโทษเพื่อไม่ให้ในอนาคตต้องมีคนตายกลางถนนอีก ขอเรียกร้องรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยที่กำลังตั้งขึ้น ให้เร่งรัดคดีต่างๆทั้งในอดีตและปัจจุบัน ยอมรับเขตอำนาจศาลระหว่างประเทศ หรือไอซีซี แก้กฎหมายให้ทหารที่ทำผิดกับประชาชนมาขึ้นศาลพลเรือน ลบล้างผลพวงรัฐประหารในอดีตให้หมด รวมถึงการ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นมาจากผลพวงการต่อสู้ของประชาชน อยากดูว่า ส.ว.จะท้าทายและเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนมากขนาดไหน ประชาชนอดทนมามากแล้ว โดยเฉพาะคนเสื้อแดงที่อดทนมา 17 ปีแล้ว ขอส่งสารไปถึง ส.ว.ว่า ก่อนที่จะหมดวาระไปถ้าไม่อยากอายไปชั่วลูก ชั่วหลาน ขอให้สนับสนุนนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง มิฉะนั้นประชาชนจะขาดความอดทน
“เหวง” ขอใช้ไม้นวมก่อนไม้แข็ง
ด้าน นพ.เหวงกล่าวว่า ภารกิจของคนเสื้อแดงยังไม่หมด ฝ่ายตรงข้ามเริ่มออกมาท้าทายฝ่ายประชา ธิปไตยแล้ว พวก ส.ว.เผด็จการ ถามคนเสื้อแดงว่า เราพร้อมจะเผชิญหน้ามันหรือไม่ คนเสื้อแดงเป็นคนสุภาพเบื้องต้นจะขออ่อนน้อมถ่อมตนกดดันขอร้องเชิงสันติให้ ส.ว.สนับสนุนนายพิธา แต่ถ้าถึงเวลาทนไม่ไหวได้เห็นดีกัน
“ช็อกมิ้นท์” ฟีเวอร์คนแห่ตาม “อุ๊งอิ๊ง”
วันเดียวกัน เกิดปรากฏการณ์ “ช็อก มิ้นท์ ฟีเวอร์” ขึ้น หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ระบุก่อนแถลงข่าวแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ว่า ชื่นชอบเครื่องดื่ม Cocoa Mint หรือช็อกโกแลต มิ้นท์ ที่ ThinkLab Creative Space And Cafe ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 อาคาร OAI Tower ที่ทำการของพรรค พท. ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโซเชียลมีเดีย ทำเอาหลายคนต้องแวะเวียนมาลิ้มลองรสชาติ และรีวิวพูดกันปากต่อปาก จนมีคนแห่เข้ามาต่อคิวซื้อในราคาแก้วละ 90 บาท มากกว่า 160 คิวต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศบริเวณใกล้เคียงและนักศึกษา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามคลองแสนแสบ ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้ติดตามกระแสมาจากโซเชียลอยากมาลิ้มลอง
ศาลยกฟ้อง “ช่อ” พ้นผิด พ.ร.บ.คอมฯ
ที่ศาลอาญา ศาลพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลเป็นจำเลยฐานผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความจำเลย เผยว่าคดี นี้เจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นผู้เเจ้งความร้องทุกข์ตั้งแต่ช่วงปี 64 กรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ โพสต์ข้อความสมัยเรียนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยช่วงปี 56-57 ในลักษณะพาดพิงเบื้องสูง ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามความผิด พ.ร.บ.คอมฯตามที่โจทก์ฟ้อง เพราะไม่ใช่การนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่จะก่อความเสียหาย หรือตื่นตระหนกต่อสังคมแต่อย่างใด พิพากษายกฟ้อง