“ศิธา” มองรัฐบาล 300 กว่าเสียงเหมาะสมแล้ว พรรคไทยสร้างไทยพร้อมหนุนรัฐบาลที่มาจากเสียงประชาชน เผย “ส.ว.กิตติศักดิ์” ท่าทีอ่อนลงหลังปรับทัศนคติกัน ยินดียกมือโหวตนายกฯ แต่ไม่ใช่ “พิธา”
วันที่ 17 พฤษภาคม 2566 น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ถูก นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พูดคำหยาบใส่ขณะออกอากาศในการสัมภาษณ์รายการหนึ่งว่า ช่วงนี้ออกรายงานกับ ส.ว. หลายคน ขอคุยกับแบบมีวุฒิภาวะ เหมือนกับการเข้าสู่กระบวนการปรับทัศนคติที่เคยโดนมา จึงนำมาลองใช้ ก็พบว่า ส.ว. มีท่าทีอ่อนลง ทั้งนี้ การโหวตนายกรัฐมนตรี ส.ว.ก็จะให้เหตุผลในความไม่เหมาะสมต่างๆ จึงบอกไปว่านั่นคือความรู้สึกส่วนตัว ทุกคนใช้สิทธิในเลือกตั้งที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเมื่อ ส.ส.ชนะการเลือกตั้งก็มีสิทธิที่จะเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรี แต่กระบวนการของ ส.ว. ไม่ได้มาจากประชาชน มาจากการทำรัฐประหาร และ ส.ว.เป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของคนทำรัฐประหารเท่านั้น
ดังนั้น ส.ว. ควรจะมองว่าพรรคที่ได้อันดับ 1 สามารถรวมเสียงได้ 60% ของคนทั้งหมดแล้ว ถ้า ส.ว.ไม่ต้องโหวต หรือไม่มีกระบวนการที่ใช้ ส.ว.มาโหวต คงจะฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลและประเทศเดินหน้าได้แล้ว อีกทั้งการรวบรวมได้กว่า 310 เสียงของสภา ถือว่าเป็นสภาผู้แทนราษฎรในอุดมคติ เพราะถ้าน้อยกว่านี้เป็นปกติก็โหวตผ่าน แต่จะทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ถ้ามากกว่าจนต้องถึง 376-377 ก็จะซ้ำรอยปี 2548 ทำให้โดนบอกว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาบ้าง เผด็จการเสียงข้างมากบ้าง
“ตัวเลขปัจจุบันเหมาะสมแล้ว ประชาชนเห็นแบบนี้แล้ว ท่าน (ส.ว.) ก็ควรที่จะสนับสนุนบ้าง พรรคการเมืองเองก็เช่นเดียวกัน เช่น ก้าวไกลบอกตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าเขายินดีที่จะโหวตให้ฝั่งประชาธิปไตยถ้าเขาไม่ได้ร่วมรัฐบาล ก็จะออกเสียงให้ คุณหญิงสุดารัตน์ ก็บอกว่า ในส่วนของไทยสร้างไทยเราก็จะโหวตให้เช่นเดียวกัน โดยไม่ได้เอาเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลมาต่อรอง วันนี้ออกรายการกับ ส.ว.กิตติศักดิ์ ท่านก็อ่อนลงมานิดนึง บอกว่ายินดียกมือให้แต่อาจจะยังไม่ใช่คุณพิธา เขาต้องเคลียร์ในหลายๆ เรื่องที่เขายังกังขาอยู่ก็แค่นั้น”
...
ส่วนคำถามว่ายินดีเป็นคนประสานระหว่าง ส.ว. กับพรรคก้าวไกลหรือไม่ น.ต.ศิธา ตอบว่า ตนเองไม่ได้เกี่ยวพรรคก้าวไกล แต่ซัพพอร์ตทุกพรรคฝั่งประชาธิปไตย ยินดีที่จะพูดให้เห็นกระบวนการ ในหลักการ ส่วนการตกลงหรือคุยกันเป็นเรื่องของพรรคก้าวไกลที่ได้อันดับ 1 ซึ่งหลักๆ จะเป็นพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่พูดคุยกัน
ขณะที่กระแสเรื่องอุบัติเหตุทางการเมืองนั้น น.ต.ศิธา เผยว่า ต้องยอมรับที่ผ่านมากระบวนการการเอาผิดคน การยุบพรรค การตัดสินทางการเมือง คนจะมีข้อกังขาตลอด และเกิดซ้ำซากในฝั่งเดียวกัน จึงมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เชื่อว่าที่ผ่านมาเขาพิสูจน์ตัวเองค่อนข้างมาก เราไม่สามารถไปก้าวล่วงในรายละเอียดสิ่งที่ถูกร้องเรียนได้ เชื่อว่าเขาคงจะสู้ และอยากให้กระบวนการยุติธรรม หรือกระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าพรรคไทยสร้างไทยจะไม่เปลี่ยนใจหลังจากนี้ใช่หรือไม่ น.ต.ศิธา ระบุว่า เราไม่ได้เสนอตัวว่าจะเข้าร่วม แต่บอกว่าใครก็แล้วแต่ที่มาจากเสียงของประชาชนแล้วรวบรวมเสียงข้างมากได้เราจะสนับสนุน เพราะฉะนั้นเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล แม้จะบอกว่าเสียงมากพอแล้ว ไม่ต้องการให้เราเข้าร่วมรัฐบาล เราก็ไม่มีปัญหาและยินดีที่จะโหวต ประชาธิปไตยยังเดินหน้าได้ คนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้รับสิทธิอันชอบธรรมในการเลือกหรือไม่เลือกใครเข้าร่วม.