นักวิชาการ เตือน พรรคก้าวไกล ระวังพรรคเพื่อไทย แนะ หากต้องคุยกับ ส.ว. อย่าเอาพรรคเพื่อไทยไปด้วย เหตุอาจได้เห็นอะไรแปลก หากก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ แล้วเกมเปลี่ยนให้พรรคอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลแทน
วันที่ 17 พ.ค. 66 รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย มองว่า หากมองภาพรวมตอนนี้ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามที่สังคม เรียกร้อง เพราะก่อนการเลือกตั้ง คือ พรรคอันดับ 1 จะได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นอันดับแรก ตอนนี้จึงอยู่ในขั้นตอนที่พรรคก้าวไกล ได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล แต่จะจัดตั้งได้หรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หากถามว่า เรื่องนี้จะไปต่ออย่างไร รศ.ดร.ธนพร ก็ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือของพรรคก้าวไกล ว่า จะสามารถระดมศักยภาพและแสวงหาจุดร่วมได้มากน้อยเพียงไหน
รศ.ดร.ธนพร ได้นำเอกสาร นโยบาย 300 ด้าน ของทางพรรคก้าวไกล มาให้นักข่าวดู ซึ่งก็จะมีนโยบายต่างๆ ที่ทางพรรคบอกว่า ภายใน 100 วัน จะทำนโยบายใดบ้าง และตอนนี้พรรคก้าวไกล กำลังอยู่ในขั้นตอนการแสวงหาการสนับสนุนในนโยบายเหล่านี้ เพื่อให้เป็นวาระสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังคุยกันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมือง ซึ่งเอ็มโอยูที่ออกมาจะสะท้อนว่า วาระสำคัญอะไรที่รัฐบาลจะทำร่วมกัน หลังจากนั้นจะนำไปสู่การเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตัวเองอยากให้จับตาดู เพราะตอนนี้โอกาสที่จะเกิดขึ้นมีอยู่ 2 อย่าง
ประเด็นแรก คือ ทางพรรคก้าวไกล จะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรตามสิทธิ พรรคเสียงอันดับ 1 แต่หากพลิกเกมมาเป็นใครก็ตามที่มาจากพรรคเพื่อไทย ก็จะเป็นสัญญาณทางการเมืองว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี เริ่มจะมีความไม่แน่นอน ซึ่งถ้าการดำเนินการราบรื่น ก็จะถึงขั้นของการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็จะสามารถเป็นไปได้ 2 ทางเช่นกัน ทางแรก คือ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและรัฐบาลได้เข้าไปบริหารประเทศ แต่อีกทางหากเกิดความไม่ราบรื่น ตามหลักการก็จะเป็นสิทธิ์ของพรรคอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย ที่จะต้องเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล หากเป็นแนวทางนี้ก็อาจจะเกิดคำถามว่า มันเกิดจากอารมณ์ความรู้สึก หรือ ธรรมชาติของ ส.ว. เพียงลำพัง หรือจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ ส.ว. หรือไม่ ที่เป็นสิ่งน่าสนใจ
...
นักข่าวถามว่า จะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะมีการทำให้พรรคอันดับ 2 มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล รศ.ดร.ธนพร บอกว่า โดยส่วนตัวก็อยากให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล จะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ในความเป็นจริงทางการเมืองบอกตรงๆ ว่า พรรคก้าวไกลจะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ตามเกมที่มันจะเป็นเพราะในความเป็นจริงการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลจะไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งความชอบธรรมที่พรรคเพื่อไทยจะได้ตั้งรัฐบาลถือเป็นธรรมชาติของ ส.ว. เพราะ ส.ว. อาจจะไม่ยอมรับพรรคก้าวไกล หรืออาจเป็นการสมรู้ร่วมคิด ซึ่งในมุมของตัวเองเรื่องแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง ซึ่งสูตรนี้สำหรับตัวเองถือเป็นสูตรที่ 2 รองลงมาจากสูตรที่พรรคก้าวไกลนำเสนอและหากเกิดสูตรนี้ขึ้นก็จะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกัน ระหว่างใครก็ตามจากพรรคเพื่อไทย กับ ส.ว. และตอนนี้มุมมองของอาจารย์มองว่า แนวโน้มน่าจะไปออกกับพรรคเพื่อไทยมากกว่า ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หากเป็นสูตร สมรู้เรื่องคิดหรือสูตรที่ 2 ที่ตัวเองหมายถึงนี้ คนที่จะถูกรับคัดเลือกให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพราะนางสาวแพทองธาร คือสายเลือดของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย แล้วตัวเองก็เชื่อมั่น 100 เปอร์เซ็นต์ว่า นายทักษิณ จะต้องกลับมาเมืองไทย เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะอำนวยความสะดวกดูแลความเป็นอยู่ช่วงที่ติดคุก อย่างไรเสียการที่ลูกสาวเป็นนายกฯ ก็ย่อมดีกว่า ให้คนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนี่เป็นหลักประกันของนายทักษิณ ขณะเดียวกันระบบของพลเอกประยุทธ์ ก็สามารถกำกับดูแลพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยได้ด้วย
รศ.ดร.ธนพร ยังบอกด้วยว่า ตัวเองอยากจะขอเตือนพรรคก้าวไกลว่า พรรคที่พรรคก้าวไกลควรระมัดระวังมากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งตัวเองขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย ไม่มีทางเห็นพรรคก้าวไกลเป็นมิตร แต่เห็นว่าเป็นศัตรูเบอร์ 1 และถ้าพรรคก้าวไกล จะไปคุยกับ ส.ว. ตัวเองก็อยากฝากบอกพรรคก้าวไกล ผ่านทีมข่าวไทยรัฐทีวีว่า อย่าเอาพรรคเพื่อไทยไปด้วย เพราะพรรคเพื่อไทยมีเกมอะไรแปลกๆ หากเอาพรรคเพื่อไทยไป อาจจะมีข่าวว่า พรรคเพื่อไทยไปแจกกล้วยให้ ส.ว. ก็ได้
อีกหนึ่งประเด็นตัวเองขอเตือนนายพิธา และพรรคก้าวไกล ว่า หลังจากนี้ จะต้องพยายามเปลี่ยนโหมด จากโหมดฝ่ายค้าน มาเป็นการระดมทรัพยากร และความเห็นอื่นๆ มาช่วยกันขับเคลื่อนงานที่ทางพรรคสัญญาไว้กับประชาชน โดยไม่ต้องถอยเกี่ยวกับจุดยืนทางการเมือง แต่ต้องใช้วิธีอธิบายให้คนที่ไม่เข้าใจ ได้กลับมาเข้าใจ เพื่อทำให้คนเหล่านั้นกลายมาเป็นเสียงสนับสนุนพรรค หากทางพรรคทำได้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะจะได้เห็นงานของรัฐบาลภายใต้โรดแม็ปที่พรรคก้าวไกลได้สัญญาไว้กับประชาชนในอนาคต