เลือกตั้ง 2566 : “ส.ว.ดิเรกฤทธิ์” มองส่วนตัว แก้ไข ม.112 ไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะต้องเคารพเสียงประชาชน แนะ ส.ว.แจ้งเหตุผลช่วงโหวตนายกฯ แบบขานชื่อ
วันที่ 17 พฤษภาคม 2566 นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยถึงกรณีที่ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่า ตนเองคำนึงถึงเสียงของประชาชนที่มาใช้สิทธิเป็นสำคัญ และการที่จะพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี มองว่าต้องผ่าน 3 ด่าน คือ
1. ต้องมีเสียง ส.ส. 250 เสียงขึ้นไป
2. ต้องดูว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงที่มีการร้องเรียนต่างๆ กับองค์กรอิสระ อยากเรียกร้องให้องค์กรอิสระ เร่งวินิจฉัยออกมา เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาของ ส.ว.
3. ต้องดูความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบาย
ทั้งนี้ หากชี้แจงได้และไม่กระทบต่อความมุ่งหมาย ความเห็นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการขับเคลื่อนประเทศ ก็พร้อมเลือก ส่วนเรื่องนโยบายแก้ไขมาตรา 112 มองว่าพรรคก้าวไกลควรชี้แจงให้ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงมติ แต่ตนส่วนตัวมองว่าไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะเห็นว่าต้องเคารพเสียงประชาชน
สำหรับความเห็นที่กรณีมี ส.ว.บางคนบอกว่า ผู้ที่จะเป็นรัฐบาลจะต้องรวมเสียงได้ 376 เสียง ไม่ควรมาหวังพึ่งเสียงของ ส.ว.นั้น นายดิเรกฤทธิ์ มองว่าถ้าจาก 500 เสียง มีเสียง ส.ส. 376 เสียง ก็จะยิ่งเป็นเรื่องดีที่ระบอบประชาธิปไตยได้รับการยอมรับ อาจจะไม่ต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วยซ้ำไป แต่หากจะต้องใช้เสียงของ ส.ว.จริงๆ ส.ว.ก็ต้องแจ้งเหตุผลช่วงที่มีการเปิดให้ลงมติแบบขานชื่อ
ทางด้าน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ส.ว.อีกคน ระบุว่า ขั้นตอนยังอีกห่างไกล อีก 2-3 เดือน ยังไม่มีอะไรจะพูด ส่วนจะยกมือโหวต หรืองดออกเสียง ยังไม่สามารถตอบได้ พร้อมบอกว่า ขณะนี้ไม่มีใครสื่อสารอะไรมา จึงยังไม่มีเหตุที่จะให้ความเห็นตอนนี้
...
ขณะเดียวกัน นางสาวภัทรา วรามิตร ในฐานะ ส.ว. ก็โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงจุดยืนว่า “เคารพมติของประชาชน ขอประกาศจุดยืนสนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี”