เลขาธิการพรรคก้าวไกล ประสาน 4 พรรคร่วม พูดคุยจัดตั้งรัฐบาลพรุ่งนี้ 16.00 น. สถานที่ยังไม่แจ้ง ด้าน “หญิงหน่อย” จี้ ส.ว. แสดงความกล้าหาญ เดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตย หนุน “พิธา” เป็นนายกฯ

วันที่ 16 พ.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เลขาธิการพรรคก้าวไกลได้ประสานมายังพรรคการเมืองที่เคยร่วมทำงานกันในฝ่ายค้านปัจจุบันพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย เสรีรวมไทย ประชาชาติ และพรรคไทยสร้างไทย ที่เคยร่วมกันตอนช่วงหลังเลือกตั้งปี 62 เพื่อพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาล ในเวลา 16.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ส่วนสถานที่ขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลยังไม่ได้กำหนด อย่างไรก็ตามเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้นจะเป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเป็นหลัก และหลังการพูดคุยจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อหารือข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่องนโยบาย เรื่องตำแหน่ง เพื่อร่างเป็นบทสรุปออกมาก่อนจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวีเช่นเดียวกันว่า “พรุ่งนี้ ก้าวไกลจะนัดหมายให้ไปหารือกันที่ไหน เขาจะแจ้งอีกครั้ง”

ขณะที่ พรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย และ น.ต.ศิธา ทิวารี ได้จัดประชุมภาค กทม. โดยมีผู้สมัครส.ส.กทม. สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ในส่วนของ กทม.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

มีการประกาศย้ำว่า จะไม่เป็นที่เหยียบยืนให้เผด็จการ จะไม่ร่วมงานกับคนที่มีส่วนร่วมกับการรัฐประหาร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

...

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทย ยืนยันที่จะสนับสนุน และลงมติให้ความไว้วางใจ ผู้ที่ได้รับฉันทามติ จากประชาชน มาเป็นลำดับที่ 1 ตามครรลองประชาธิปไตยและมารยาททางการเมือง และขอสื่อสารไปถึงสมาชิกวุฒิสภาทุกคน ผู้ทรงคุณวุฒิ และในฐานะผู้ทรงเกียรติของบ้านเมือง ขอให้แสดงความกล้าหาญ เดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตย สนับสนุน พรรคการเมืองที่ได้รับฉันทามติจากประชาชน มาเป็นลำดับที่ 1 ให้จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ และปฏิเสธ อำนาจที่เข้ามาแทรกแซง รวมถึงการตอบแทนบุญคุณ ผู้ที่แต่งตั้งเข้ามา ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะเป็นการทำลายประชาธิปไตย ทำลายฉันทามติของประชาชน

และขอสื่อสารไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ได้เดินหน้า ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้สำเร็จ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และวิกฤติการเมือง 2 ขั้วที่ฝังรากลึก อยู่กับประเทศไทยมายาวนานถึง 17 ปี และมาร่วมกันสร้างกติกาที่เที่ยงธรรม กติกาที่เป็นสากลให้สำเร็จ