“หมอชลน่าน” เผย เพื่อไทยคุยกัน 10 โมงเช้าวันนี้ แนวทางร่วมรัฐบาล ไม่ติด MOU ของก้าวไกล มองชัดเจนดี จะได้ไม่หักกันหลังร่วมงาน เป็นไปไม่ได้ตั้งรัฐบาลแข่ง รับผลเลือกตั้ง คนต้องการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเวลา 07.37 น. วันที่ 15 พ.ค. 2566 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ถึงการยอมรับผลการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับ 2 ว่า แม้ผลจะออกมาไม่เป็นทางการ เมื่อดูจากผล แต่ก็ต้องยอมรับ ขอแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล และขอบคุณเสียงจากประชาชนว่าความชัดเจนคือฝ่ายประชาธิปไตยชนะอย่างชัดเจน เมื่อถามถึงความสงวนท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะจับกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า จะเรียกว่าสงวนท่าทีไม่ได้ เพราะเมื่อผลคะแนนออกมาเป็นอย่างนี้ต้องให้เกียรติพรรคอันดับ 1 จะไปประกาศก่อนว่าจะไปจับมือกับพรรคโน้นพรรคนี้ มันเป็นการเสียมารยาท เมื่อเรายอมว่าให้พรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต้องให้เขาเป็นคนพูด
เมื่อถามว่า ก้าวไกลพูดแล้วเมื่อวานนี้ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ใช่ เป็นการพูดในหลักการทั่วไป แต่ว่าเราเองยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคก้าวไกล เพราะทางเขาต้องประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน จึงต้องฟังเขา เพราะเราเองประกาศในท่าทีอยู่แล้วว่าเรายินดีเป็นฝั่งประชาธิปไตย เมื่อถามว่า พูดได้หรือไม่ ว่าถ้าเขาชวนก็พร้อม นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ต้องรอพรรคก้าวไกลพูดคุยเข้ามา เมื่อถามว่าโมเดลของก้าวไกลโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศว่าจะต้องใช้ MOU บันทึกข้อตกลงเพื่อยึดถือในการร่วมรัฐบาล เพื่อไทยเห็นแนวทางนี้อย่างไร นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี มีความชัดเจน ที่ตกลงกันตั้งแต่เบื้องต้นถ้าไปด้วยกันได้ในเรื่องหลักการในการทำงาน เพราะตอนนี้มันต้องพูดถึงนโยบายที่เอามารวมกันในการเป็นรัฐบาล ถ้าเป็นไปในทางเดียวกัน ถือเป็นเสถียรภาพรัฐบาล และเป็นสิ่งที่ดี ถ้ารับได้ มันดีกว่าจะไปหักกันตอนที่ร่วมรัฐบาลกันแล้ว เพราะจะทำให้โอกาสของประเทศสูญเสียไป
...
เมื่อถามว่า ได้คุยกันในพรรคหรือไม่ในการร่วมรัฐบาล นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุย โดยทางพรรคมีการนัดกันเช้านี้ในเวลา 10.00 น. เพื่อดูแนวทาง เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ เพื่อไทยรอดูก้าวไกลแต่ถ้าไปกันไม่ได้ แล้วเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลแข่ง นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า “ไม่น่าจะมีความคิดแบบนี้ เพราะเมื่อคืนนี้ได้มีการให้ข่าวออกไปโดยแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้ง 2 คน โดยเรายึดหลักการให้พรรคที่มีเสียงข้างมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเราเองก็ดูท่าทีที่มีต่อเรายังไงในฐานะที่เราเป็นพรรคที่สองโดย MOU จะเป็นตัวบอกว่าอะไรได้ หรือไม่ได้ยังไง คงไม่มีการสงวนท่าทีว่าจะตั้งรัฐบาลแข่งกัน”
เมื่อถามว่า ถ้าจะมีพรรคการเมืองที่ตั้งรัฐบาลแข่งกันได้ มันจะมีแค่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น มันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า “ในเบื้องต้นที่กลุ่มพรรคเพื่อไทยที่คุยกัน เรายอมรับในเสียงและต้องให้เกียรติประชาชน เมื่อประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคก้าวไกล ก็ต้องให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล”
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไปจับกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อตั้งรัฐบาลแข่ง นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ต้องให้เกียรติก้าวไกลจริงๆ แต่ต้องดูว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรหรือไม่ แม้ว่าเราไปร่วมถ้าเกิดก้าวไกลทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เราก็ต้องหาทางออก แต่ทางออกนั้นจะเป็นอะไรต้องมาดูกัน เมื่อถามว่าเร็วเกินไปที่จะไปพูดถึง นายแพทย์ชลน่าน ยอมรับว่าใช่ ต้องเอาสิ่งที่เป็นความจริงให้มากที่สุด ในสิ่งที่ควรจะเป็นต้องเอาตรงนี้ก่อน เราต้องยึดหลักการเสียงข้างมาก เพราะเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถ้าเราไม่เคารพเสียงข้างมากมันก็จะเป็นไปไม่ได้ในระบอบนี้
เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกันหรือไม่ในพรรคว่าเพื่อไทยจะได้เป็นพรรคอันดับ 2 และมันเกิดอะไรขึ้น เพราะมีการตั้งเป้าไว้ที่ 280 คะแนน แต่หลังเลือกตั้งหายไปครึ่งหนึ่ง นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ไม่ได้คุยถึงที่มาและที่ไป รวมถึงเหตุผลที่คะแนนเป็นอย่างนี้ เพียงแต่ประเมินดู เราเองก็พอทราบตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง เพราะว่าเพื่อไทยก็ติดตามผลการสำรวจโพลทุกสำนัก “แม้ว่าของเราเองเรายังจะยืนมาอยู่ แต่กระแสช่วงท้ายๆ มันแรงมาก ประกอบกับการสื่อสารทางการเมืองที่ทรงประสิทธิภาพมันออกผลจริงๆ และสิ่งที่พรรคก้าวไกลต้องการสำคัญที่สุด คือต้องการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะรัฐบาลที่ครองอำนาจมา มันจึงชี้ชัดเลยว่าประชาชนต้องการอย่างนี้จริง ผลมันออกมาอย่างนี้ เราก็ต้องยอมรับ”.