“พิธา” ช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล หาเสียงต่อเนื่อง ลุยต่อเขตคลองเตย-วัฒนา ลั่น บ้านหัวหน้าพรรคจะแพ้ไม่ได้ ยัน ไม่หนักใจปมถือหุ้นสื่อ พร้อมฝาก กกต. ทำงานให้คุ้มภาษีประชาชน

วันที่ 13 พฤษภาคม 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วย นายภัณฑิล น่วมเจิม ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 4 (เขตคลองเตย-วัฒนา) พรรคก้าวไกล หาเสียงวันสุดท้าย โดยมีจุดเริ่มต้นจากหน้ามูลนิธิดวงประทีป หาเสียงในชุมชน 70 ไร่ ชุมชนล็อก 1-2-3 ก่อนขึ้นขบวนรถแห่หาเสียงที่รถไฟฟ้า BTS บริเวณสุขุมวิท 23 ไปต่อห้าง EmQuartier และไป BTS ทองหล่อ โดยมีชาวบ้านมารอต้อนรับ พร้อมทั้งมอบดอกไม้ให้กำลังใจและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายพิธา ให้สัมภาษณ์ในช่วงหนึ่งว่า มั่นใจมาก และยังมีเวลาถึง 18.00 น. จึงใช้ยุทธศาสตร์เติมน้ำให้เต็ม ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขตในพื้นที่ เนื่องจากครั้งที่หลายพื้นที่สมัยพรรคอนาคตใหม่คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ครั้งนี้อะไรที่ยังชนะไม่ขาด หรือแพ้นิดเดียว ช่วงโค้งสุดท้ายต้องแยกย้ายกันไปลงพื้นที่ ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้ไปลงพื้นที่เพื่อขอคะแนนในการรักษาเขตเดิมให้กับ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 27 (เขตบางบอน เฉพาะแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน, เขตบางขุนเทียน ยกเว้นแขวงท่าข้าม) ส่วนที่เขตคลองเตยก็เป็นพื้นที่บ้านของตนเอง ซึ่งเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ยังไม่เคยเข้าสภาฯ จึงเป็นวิธีการทำงานของพรรคในช่วงโค้งสุดท้าย

...

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าให้คะแนนประเมินการปราศรัยใหญ่ของพรรคอย่างไร นายพิธา ตอบว่า ไม่ได้หลงกลและไม่ได้ให้คะแนนตัวเอง แต่ก็เป็นความคาดหมาย เพราะเดิมกังวลว่าฝนจะตกและอยากไปใช้สถานที่ใหญ่กว่านี้ แต่ความเป็นจริงไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น และเมื่อวานนี้ทุกคนก็ถ่ายรูปกันนาทีสุดท้าย

สำหรับเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือ นายพิธา เผยว่า เป็นความกังวลแบบเดิมที่ยังมีการส่งข้อมูลมาหลากหลายช่องทางเกี่ยวกับการร้องเรียนความผิดปกติในการเลือกตั้ง เช่น ไม่มีหมายเลขพรรคก้าวไกลในเอกสารแนะนำ หรือการใส่ชื่อพรรคสลับเป็นพรรคอื่น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ สิ่งที่ต้องแก้ไขเพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นคำตอบสุดท้าย คือ เรื่องเขตใหม่ ความสับสนของหมายเลขผู้สมัคร จึงขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบอีกครั้งว่า กกต. ให้ไปเลือกตั้งที่ไหน แล้ววางแผนออกไปใช้สิทธิใช้เสียงกันให้เยอะๆ (คลิกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ต้องไปเลือกที่ไหน)

จากนั้นเมื่อถามต่อไปว่ามีอะไรอยากฝากถึง กกต. หรือไม่ นายพิธา ฝากว่าให้ทำให้ถูกต้อง ถูกครรลองครองธรรม และทำให้เต็มที่อย่างที่ประชาชนคาดหวัง ให้คุ้มกับภาษีกว่า 6,000 ล้านบาทที่ กกต. ได้รับ ขณะที่กรณีถือหุ้นสื่อ เจ้าตัวบอกว่าไม่หนักใจ และมองว่าเป็นวิธีการเดิม แต่ผลลัพธ์จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน เนื่องจากสามารถอธิบายได้

“พาดหัวของสื่อมวลชนวันนี้ควรจะเป็นเรื่องคำตอบสุดท้ายก้าวไกลทั้งแผ่นดิน เป็นเรื่องโค้งสุดท้ายของพรรคก้าวไกล คงไม่มีอยากให้พาดหัวในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่หากมีหมายเรียกก็จะไปชี้แจงตามปกติ”

ส่วนกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีถือหุ้นสื่อผิดระเบียบของพรรคก้าวไกลนั้น นายพิธา ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า เป็นสิ่งที่เขาอนุมานว่าผิดตั้งแต่แรก ไปพูดถึงกระดุมเม็ดที่ 3 เม็ดที่ 4 ทั้งที่เม็ดที่ 1 ยังไม่จบ ขอให้มั่นใจกาก้าวไกลให้ถล่มทลาย ขณะเดียวกัน นายพิธา ประเมินเก้าอี้ ส.ส. ในขณะนี้ว่าจะเป็นตัวเลขเกิน 3 หลัก ตอนนี้ก็ 160 เก้าอี้ แต่ในใจคิดว่าบางเขตก็ชนะหลักร้อยหลักพัน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้หัวคะแนนธรรมชาติ ก่อนจะย้ำด้วยท่าทีอารมณ์ดีว่า “เขตนี้เป็นเขตบ้านหัวหน้า จะแพ้ไม่ได้ ต้องสู้ให้เต็มที่”