ชาติพัฒนากล้าปราศรัยใหญ่ ชู สู้ทุนผูกขาด “กรณ์” เดินสาย 1,183 วัน ยันจุดยืน เพิ่มโอกาสให้ประชาชน เป็นพรรคเล็กที่คิดใหญ่ ขอทำให้ทุกคนรวยขึ้น ปลุก ประชาชนอย่าเลือกตั้งด้วยความกลัว
วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 พรรคชาติพัฒนากล้า เป็นอีกพรรคการเมืองที่จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ในหัวข้อ “ร่วมสร้างประเทศแห่งโอกาส สู้ทุนผูกขาด เศรษฐกิจต้องเรา” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคทยอยเดินทางเข้าร่วมงานจนแน่น พร้อมถือป้ายสนับสนุนผู้สมัครในเขตต่างๆ และป้ายข้อความสนับสนุน นายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
โดยตั้งแต่เวลา 18.00 น. ขุนพลพรรคชาติพัฒนากล้าขึ้นเวทีช่วงแรก นำโดย นายกรณ์, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค, นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค, นายรวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค จากนั้นผู้สมัคร ส.ส. ทยอยขึ้นมากล่าวความในใจและปราศรัยในช่วงโค้งสุดท้าย
...
จากนั้น นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตนทำในสิ่งที่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อไม่ทำ และได้บอกนายกรณ์ ตั้งแต่วันที่ออกจากพรรคเก่าว่า เราต้องสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน ต้องทำให้ได้ด้วย สิ่งที่สนใจที่สุดคือปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเราทำประชานิยมมาเยอะมาก แต่ไม่เคยมีนวัตกรรมใหม่อีกเลยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา สิ่งที่พรรคชาติพัฒนากล้าทำคือโอกาสนิยม อยากสู้กับทุนพลังงาน ทุนผูกขาด ผลักดันให้เกิดการแข่งขันกันของสถาบันการเงิน ไม่ใช่แค่แจกร่มกับปฏิทิน ส่วนปั๊มน้ำมันไม่ได้แข่งกับราคา แต่แข่งกันเรื่องแถมน้ำ, ค่าไฟแพงเพราะมีการตั้งสำรองไฟเกินไปถึง 50% มีการอนุมัติผลิตไฟฟ้าไว้เกิน คำนวณผิดเพราะคิดว่าจีดีพีจะฟื้นหลังเศรษฐกิจน้ำท่วมเท่ากันทุกปี พอมารัฐบาลชุดปัจจุบันยังจะมาซื้อไฟเพิ่มอีกทั้งที่เกินอยู่ อ้างว่าพลังงานสะอาดแต่ก็ให้นายทุนคนเดิม วิธีหนุนทุนผูกขาดหลายชั่วโคตรแบบนี้ ทำให้ค่าไฟแพงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเกรงใจนายทุนค่าไฟจะแพง และของจะแพงตามมา
“ถ้าเราเข้าไปเป็นรัฐบาล จะทำให้ค่าไฟถูกลงทันทีเดือนละ 500 บาท เพราะทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟ เป็นราคาสมมติทั้งสิ้น กระทรวงการคลังไปดูสิว่าต้องทำอย่างไร ถ้าทำไม่ได้ก็เอา กรณ์ จาติกวณิช ไปทำงานแล้วจะทำให้ดู ต่างประเทศเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้ เช่นการเก็บภาษีลาภลอย ผมกับคุณกรณ์ก็เสนอแนวทางนี้ แต่รัฐบาลก็ไม่ทำอะไรเลย กระทรวงพลังงานก็เช่นกัน อย่าเอานายทุนผูกขาด อย่าเอาคนที่โง่ คนที่แกล้งโง่ และคนขี้ขลาด ไปนั่ง กระทรวงนี้มีความผิดปกติทุกรอบ ตั้งแต่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเรื่องการส่งมอบท่อก๊าซ รัฐบาลเกรงใจนายทุน ลูกน้องลุงนั่นแหละตัวดี เป็นรัฐมนตรีแต่ทำตัวเหมือนซีอีโอธุรกิจพลังงาน กองทุนน้ำมันติดหนี้อยู่แสนกว่าล้าน คนที่จ่ายหนี้แทนคือประชาชน ถ้าทำไม่เป็น อรรถวิชช์ก็ยังว่างนะครับ ทำได้ ทำเป็น เราจะลดเพดานค่าการกลั่นน้ำมัน เพราะมันเป็นราคาสมมติ”
นอกจากนี้ จะยกเลิกการเก็บภาษีคนที่มีรายได้ไม่ถึง 40,000 บาท เพื่อให้มีเงินมาจ่ายค่าครองชีพ และสิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือประเทศแห่งโอกาส ถ้าเราสร้างบรรยากาศการแข่งขันใส่โอกาสให้คนตัวเล็ก เราจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศนี้ได้ และตนเองไม่ตกอยู่ในวังวนความขัดแย้งแบ่งสี บางพรรคอาจปราศรัยกลัวคนนั้นคนนี้จะกลับมาเลือกเราสิ แต่ลืมหรือเปล่าว่านี่คือการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ตอบดีให้ได้ดีกว่า จะทุบทุนพลังงาน โอกาสประเทศข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่หากินอยู่บนความขัดแย้ง วันที่ 14 พฤษภาคม เลือกทั้งคนทั้งพรรคชาติพัฒนากล้า
เป็นพรรคเล็กที่คิดใหญ่ ขอทำให้ทุกคนรวยขึ้น
ต่อด้วยการปราศรัยของ นายกรณ์ ว่า ตนทำงานในฐานะหัวหน้าพรรค เดินสายพบพี่น้องประชาชน ทั้งปราศรัยและลงพื้นที่ มาถึงวันนี้ 1,183 วันเต็ม สะสมความรู้สึก ความคิด ประสบการณ์มามากมาย ทำงานทุกวันไม่เคยท้อ เพราะมีเป้าหมาย อยากบอกกับพี่น้องว่า เป้าหมายการทำงานของพรรคชาติพัฒนากล้า เราจะมาทำงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยรวยขึ้น แต่ความรวยไม่สามารถแก้ปัญหาและทำให้เรามีความสุขได้ เราจะไม่มาอ้างเหมือนนักการเมืองหลายๆ คนว่าจะมากำจัดคนยากคนจนออกจากบ้านเมือง ทุกประเทศทั่วโลกก็ต้องมีคนจนที่เราต้องดูแล แต่สิ่งที่พรรคชาติพัฒนากล้าจะให้คือโอกาสที่จะทำให้อนาคตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น
พรรคชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคแห่งโอกาส ข้อเสนอนโยบายประชาชนนิยมลดแลกแจกแถม เราทำประชานิยมมาแล้วกี่ยุคสมัย สุดท้ายคนไทยก็ยังไม่รวย เพราะติดกับดักว่าโอกาสก้าวหน้าเขาไม่มี วาทกรรมการเมืองว่าเบี้ยผู้สูงอายุ จำนำข้าว และจะไปตัดงบทหารเป็นรัฐสวัสดิการ ขอบอกว่าต่อให้ยุบกระทรวงกลาโหมก็จะได้เงินมาแค่ 2-3 แสนล้านบาท ไม่ถึงครึ่งของนโยบายที่นำเสนอกัน ประเทศเราไปจุดนั้นได้ เราต้องรวยกว่านี้อีกเยอะ นั่นคือการสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ ประชาชนทุกคนต้องมีความเชื่อ มีความหวัง สิ่งที่ตนได้รับมาตลอดจากพี่น้องประชาชนคือฝากให้เราช่วยดูแล แก้ปัญหาปากท้อง เรื่องดอกเบี้ย โอกาสการกู้ยืมเงิน เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาปุ๋ย ประชาชนยังมีความหวัง ถ้าเขาไม่หวัง ไม่ศรัทธา เขาไม่มาฝากพรรคชาติพัฒนากล้า และนี่คือแรงบันดาลใจที่เราสู้มาตลอดพันกว่าวันของเรา ในฐานะหัวหน้าพรรค นอกจากแรงบันดาลใจมาจากประชาชนแล้ว ทีมงานของเราทุ่มเทเสียสละ ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ขอเพียงโอกาสช่วยบ้านเมือง ไม่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น โอกาสทางการเมืองก็สำคัญ การใช้สิทธิของพี่น้องมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เรายืนหยัดคือความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเมือง เราจะเข้าร่วมกับรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาล่าง โดยไม่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.
“แม้เราจะเป็นพรรคเล็ก แต่เป็นพรรคเล็กที่คิดใหญ่ ที่สามารถเปลี่ยนทิศทางประเทศ เราจะทำให้ทุกคนรวยขึ้น มีคำถามว่านโยบายที่เรานำเสนอดูเป็นเรื่องใหญ่ แล้วพรรคเล็กเลือกไปแล้วทำได้จริงหรือ ขอตอบว่าถ้าพี่น้องย้อนกลับไปดู 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อเจอปัญหาหนักๆ เช่น ค่าน้ำมันแพง ไฟแพง อัตราดอกเบี้ยแพง พี่น้องกู้ยืมเงินไม่ได้ มีพรรคไหนสู้เพื่อพี่น้องบ้างนอกจากเราพรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเท่าขนาดของหัวใจ อยู่ที่ความตั้งใจถ้าเรามีโอกาสเราต่อสู้เต็มที่ พรรคเราจะมี ส.ส.กี่คน ก็แล้วแต่ ผมมั่นใจหัวใจของผู้สมัครทุกคน”
ในช่วงท้าย นายกรณ์ ยังระบุในช่วงท้ายด้วยว่า วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคมนี้ เป็นโอกาสพิเศษที่ทุกคนรอมา 4 ปี ในการที่จะใช้สิทธิไปเลือกตั้ง เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ การเลือกตั้งแต่ละครั้งจะมีกระบวนการปั่นให้เราทั้งกลัวทั้งเกลียดในทุกยุคทุกสมัย ไม่มีอะไรต้องกลัว สิ่งที่เขาไม่พูดถึงคืออิทธิพลของทุนผูกขาดที่อยู่เหนือการเมือง พรรคยิ่งใหญ่ยิ่งต้องอาศัยทุนผูกขาด แต่เราพรรคเล็กที่มีอิสระในการต่อสู้ที่ประชาชนวางใจได้ เราไม่อยู่ภายใต้ทุนผูกขาด วันที่ 14 พฤษภาคม พี่น้องเลือกด้วยพลังบวก เลือกคนที่ท่านศรัทธา อย่าเลือกด้วยความกลัว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราจะเก็บความภาคภูมิใจจนถึงวันเลือกตั้งครั้งหน้าว่าเราได้ใช้ 1 เสียงของเราไปสู่พลังบวก ดีกว่าเราเลือกด้วยพลังลบที่ทั้งเกลียดและกลัว.