ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก "วิ่งเพื่อชีวิตที่ดีกว่า" ยัน เจตนารมณ์ ต่อต้านกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย ด้วยใจบริสุทธิ์ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ในการต่อสู้อย่างสันติอหิงสาโดยไร้อาวุธพร้อมยื่นยัน ไม่มีใครอยู่ข้างหลัง
วันที่ 12 พ.ค. 66 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ "วิ่งเพื่อชีวิตที่ดีกว่า" ยัน เจตนารมณ์ ต่อต้านกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย ด้วยใจบริสุทธิ์ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ในการต่อสู้อย่างสันติอหิงสาโดยไร้อาวุธพร้อมยืนยัน ไม่มีใครอยู่ข้างหลัง
วิ่งเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
สมัยผมยังเป็นเด็กวิ่งเล่นอยู่เยาวราช จะได้ยินเสียงเพลงดังว่า
“กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำตนให้เป็นคน”
เวลาผ่านไปจนอายุผมเลย 60 ปี ประเทศไทยกลับตาลปัตร
ในปัจจุบันมีรัฐบาลไทยโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกโรงเชียร์ให้กัญชาเป็น “ยาวิเศษ” แทนการกีฬา
ทั้งที่รัฐบาลทุกประเทศมีหน้าที่ดูแลสุขภาพให้กับประชาชน
การวิ่งคือการออกกำลังกายที่ ถูก ง่าย และทำได้คนเดียว นึกอยากจะวิ่งเมื่อไรก็ทำได้
แต่พรรคภูมิใจไทยกลับมาเชียร์กัญชา อ้างว่ารักษาได้ทุกโรค
ไม่เคยพูดถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเสพกัญชา การบริโภคกัญชาทั้ง ขนม อาหาร ในรูปแบบต่างๆ
รวมถึงการถูกรบกวนจากกลิ่นกัญชา ที่สำคัญ เยาวชนที่ไม่รู้กลับเสพกัญชาโดยอ้างเอาว่า “ถูกกฎหมาย”
การควมคุมไม่มีทางทำได้ เพราะตำรวจไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
การวิ่งของผมวันนี้จึงเป็นการพิสูจน์ตัวเองต่อสังคมว่า
ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ในการต่อสู้อย่างสันติอหิงสาโดยไร้อาวุธ ต่อพรรคการเมืองที่นำนโยบายสาธารณะที่เลวร้าย ไร้การควบคุม รีบเร่งมาใช้กับสังคมอย่างไร้ความรับผิดชอบ
เช่น นโยบาย “กัญชาเสรี” อย่างทุกวันนี้
ถึงแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะพยายามร้องศาลเพื่อปิดปากผมสักกี่ครั้ง ศาลท่านก็ยังเข้าใจถึงเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของประชาชนในการต่อสู้ มีสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยใจเป็นธรรม
เพราะผมต่อต้านกัญชาเสรีโดยปราศจากการก่อกวนบุคคลอื่น ปิดสถานที่ราชการ ปิดสนามบิน อย่างที่นายสนธิกระทำ อันนำความแตกแยกบาดลึกต่อสังคมถึงทุกวันนี้
แต่ผมใช้วิธีแสดงให้เห็นถึงผลร้ายของยาเสพติดอย่างกัญชา ด้วยลีลา และประสบการณ์การเมือง
ส่วนการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่กลัวถึงขนาดลนลานจนต้องมาร้องศาลให้สั่งห้ามผมไปร่วมฟังปราศรัย
พรรคการเมืองนั้นต้องเปิดกว้างให้กับประชาชนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
ใช่จะเอาแต่เกณฑ์คนมาเชียร์ตบมือตะพึดตะพือ เอาดอกไม้พวงมาลัยมามอบให้ โดยปราศจากความจริงใจใดๆ
เหมือนไปดูลิเกหลอกคนกลางแจ้ง
แต่วันพรุ่งนี้จะเห็นเครือข่ายทางการแพทย์ตัวจริง เสียงจริง ที่ต่อต้านกัญชา
ไม่ใช่จะมีแต่ผมคนเดียวเสียที่ไหน?
แต่บรรดาแพทย์เหล่านั้นเขาใช้ลีลาแบบผมไม่ได้
จากนี้จะรวบรวมผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากกัญชา หรือแม้กระทั่งผู้ถูกรบกวนจากกลิ่นกัญชา ทำลายสุขภาพกาย และจิตใจ สร้างปัญหาต่อครอบครัว ชุมชน เยาวชน
อันถือว่าเป็นประชาชนผู้มีส่วนเสียหายจากผลร้ายนโยบายกัญชาเสรี
คนที่เสพกัญชาแล้วช็อก กินคุกกี้ กินอาหาร แล้วมีผลเสียต่อสุขภาพ รักษาด้วยกัญชาแต่ไม่ได้ผล หรือแม้แต่ถูกหลอก
ล้วนเกิดจากนโยบายของพรรคภูมิใจไทยโดยทั้งสิ้น
ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน สามารถแจ้งผมได้ที่ “ศูนย์ต่อต้านกัญชาเสรี” หรือติดต่อแจ้งได้ที่อินบ็อกซ์เพจ เพื่อรวมตัวกันฟ้องพรรคภูมิใจไทย
เพราะแม้ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเอง จะกลับลำ “ไม่เอากัญชาเสรี”
แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว เพราะกัญชาได้แทรกซึมเข้าไปในครอบครัว สังคม ทุกชุมชนแล้ว
หัวหน้าพรรคอย่างนายอนุทินยังคงยืนกราน โดยมีสมุนอย่างนายสนธิ และนายปานเทพ ให้การสนับสนุนทุกอย่าง
ขอให้สังคมได้จดจำว่า “การต่อต้านกัญชาเสรีนั้น เกิดจากเสรีชนคนธรรมดา”
เป็นสิทธิเสรีภาพในการต่อต้านโดยปราศจากอาวุธ
เป็นบทเรียนให้ทุกพรรคการเมืองที่นำเอานโยบายต่างๆ มายัดใส่ทำร้ายประชาชนอย่างเรา
...