"ทิม-พิธา" ลั่น หาก ต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง นานแค่ไหน ก็จะกลับมาเปลี่ยนทิศทางประเทศไทยดีขึ้นให้สำเร็จ เป็นสิทธิ์ "ทักษิณ" กลับไทย แต่ต้องได้สิทธิ์สู้คดีอย่างเป็นธรรม ไม่เอาคู่ต่อสู้  มาเป็นคู่ขัดแย้ง มั่นใจ รัฐบาลก้าวไกล หลัง 15 พ.ค.

วันที่ 11 พ.ค. 66 รายการ "ถามชัด ตอบตรง" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย “จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์” ช่วงการเมืองร้อนแรงวันนี้ คุยเดี่ยวแบบล้วงลึก แคนดิเดตนายกฯ ตัวจริง คุย “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พร้อมย้ำชัดจุดยืนทางการเมือง โฉมหน้าเมืองไทยจะพลิกแค่ไหน ถ้าได้ก้าวไกลเป็นรัฐบาล ขั้วการเมืองไหนที่อุดมการณ์พร้อมจับมือพัฒนาประเทศ และประเด็น ม.112 จะเดินเกมวาระนี้อย่างไร

“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดใจคำถามมีความความสัมพันธ์ กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ลักษณะไหน ว่า 1.ผมยังเป็นประชาชนธรรมดา ในช่วงมีรัฐบาลทักษิณอยู่ คิดว่า สิ่งที่นายกฯ ทักษิณ ทำมา มีคุณูปการกับประเทศไทยพอสมควร แต่พอผ่านมา 20 ปี ปีนี้ 2566 บริบทแตกต่างพอสมควร ยกตัวอย่าง คุณทักษิณ เป็นคนทำเรื่องผู้ว่า CEO ทำให้เห็นว่า ไม่เป็นเรื่องราชการอย่างเดียว แต่สามารถต่อไปยังจังหวัดได้ ถ้ามาถึงตรงนี้ ผมก็จะกระจายอำนาจ แล้วให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ มาจริงๆ แต่อาจไม่ตอบโจทย์ความท้าทายในประเทศ ณ ปัจุบันนี้

บริบทที่ 2.ผมมีโอกาสใกล้ชิดนายทักษิณ แม้เขาไม่ได้สนใจผมในตอนนั้น ผมเป็นคนจดประชุม เวลามีอะไรผมก็นั่งอยู่หลังห้อง คอยจดการประชุมบ้างนิดหน่อย เขาก็คงไม่สังเกตว่า ผมเป็นใครที่ไหน เห็นเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง 3.คุณทักษิณ เป็นคนคนหนึ่ง เขียน เรคคอมเมนเดชั่นให้ผม ไปเรียนต่อ ก็บอกว่า เรื่องบริหารธุรกิจก็แบบหนึ่ง บริหารราชการก็แบบหนึ่ง ฉะนั้นเรียนบริหารรัฐ ก็น่าสนใจ

...

คำถามคิดว่า "คุณทักษิณ" กลับเมืองไทย การเมืองไทยจะเป็นแบบไหน

นายพิธา กล่าวว่า การเดินทางกลับประเทศไทย เป็นสิทธิของพลเมืองคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รวมถึง "คุณทักษิณ" คนเดียว แต่รวมถึงประชาชนทุกคนที่จะเข้าต่อสู้กับคดีความ อย่างมี นิติธรรม นิติรัฐ และความเป็นกลาง เท่าที่ตามคดีมา เอาคู่ต่อสู้ มาเป็นคู่ขัดแย้ง อันนี้คิดว่า ไม่ยุติธรรมกับทักษิณ ก็เป็นสิทธิ์คุณทักษิณจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

สำหรับผม การบริหารประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ต้องเป็นเรื่องของระบบ ไม่ใช่ใคร คนใดคนหนึ่ง คนที่ตัดสิน ต้องไม่ใช่เป็นศัตรู ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คิดว่า จะมีความแฟร์ขึ้นมา เป็นจุดหนึ่งเริ่มความปรองดองสมานฉันท์ บางทีประเทศไทย ไปเริ่มความสมานฉันท์ก่อน แต่ความยุติธรรมยังไม่เกิดขึ้น มันยุติธรรมสำหรับคนทำ แต่คนที่โดนกระทำไม่เคยรู้สึกยุติธรรมเลย ฉะนั้นความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นก่อน แล้วประเทศไทยได้ก้าวข้ามความขัดแย้งตลอด 17 ปี เราจะได้ไปเผชิญหน้ากับปัญหาใหม่ๆ แล้วพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่เราถวิลหากัน

ถามถ้าโดนตัดสิทธิ์การเมือง คุณต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมา คุณจะรอถึงวันนั้นกลับมาทำงานไหม

นายพิธา กล่าวว่า เป็นถ้าที่ใหญ่มาก ผมเชื่อยังพร้อมทำการเมืองวันนี้ เดี๋ยวนี้ ผมบอกว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แต่ผมต้องการ ส่งสังคมที่ดีกว่าให้ลูกสาวผมและคนอื่นให้สำเร็จ ฉะนั้นไม่ว่า นานขนาดไหนก็ต้องทำตรงนั้นให้สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องของเวลา ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง แต่เป็นเรื่องการใช้เวลา และเปลี่ยนทิศทางประเทศไทยให้ดีขึ้น แต่ยังไงผมคิดว่า รัฐบาลก้าวไกลหลัง 15 พ.ค.นี้ครับ