“พิธา” ย้ำ มาไม่ทันร่วมงานศพพ่อ ช่วงครึ่งแรก ปี 49 เผย แม่ไม่บอกคุณพ่อเสียแล้ว รอจนกลับมาถึงไทย ถึงรู้ ยืนยัน ไม่มีความรุนแรงในครอบครัว แม้ไม่ได้เป็นสามี-ภรรยากันแล้ว แต่ก็เป็นพ่อและแม่ที่ดีต่อลูกสาว ยันรักลูกสาวมาก

วันที่ 11 พ.ค. รายการ ถามชัด ตอบตรง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย “จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์” ช่วงการเมืองร้อนแรงวันนี้ คุยเดี่ยวแบบล้วงลึก แคนดิเดตนายกฯ ตัวจริง คุย “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พร้อมย้ำชัดจุดยืนทางการเมือง โฉมหน้าเมืองไทยจะพลิกแค่ไหน ถ้าได้ก้าวไกลเป็นรัฐบาล ขั้วการเมืองไหนที่อุดมการณ์พร้อมจับมือพัฒนาประเทศ และประเด็น ม.112 จะเดินเกมวาระนี้อย่างไร ดำเนินรายการโดย “จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์”

โดยเมื่อเวลา 17.40 น. นายพิธา กล่าวถึงคำถาม งานของคุณพ่อเดินทางมาอย่างไร ติดเรื่องบัญชี ผมคิดว่าตอบชัดเจนโดยตลอด ตกลงเอาภาพให้ดู 3 วันแรก มาไม่ทัน 3 วันหลังทัน มาถึงวันที่ 21 ก.ย. 2549 เรื่องผ่านมา 20 ปีแล้ว จนต้องไปค้นรูปในงานศพ ต้องไปหารูปมาให้ได้ แต่ที่มีคนบอกว่าเห็นผมในวันที่ 18 ก.ย. 2549 ยันเป็นไปไม่ได้ เพราะวันนั้นผมยังอยู่อเมริกาอยู่เลย บนเครื่องบินลำนั้น มี 20-30 คน ที่เดินทางมาด้วยกัน แน่นอน เวลาใครถูกจับแยก ก็ไม่เหมือนกัน ผมยังมั่นใจมีรายละเอียดชี้แจงไปก่อนหน้า ผมไม่ได้พูดไม่ตรงกัน 2 เวลา งานศพคุณพ่อไม่ได้มีแค่วันเดียว แต่มีงาน 7 วัน เก็บศพอีก 100 วันเผา ตอนนั้น คุณแหม่ม-สุริวิภา และ คุณสรยุทธ เขาถามมา ผมก็ชี้แจงด้วยรูปกระดานในงานศพ ทั้งนี้ ความจริงคุณแม่โกหกผม ว่า คุณพ่อยังไม่เสีย แต่ความจริงเสียแล้ว เพราะผมเป็นลูกคนโต แม่อยากให้กลับมาถึงก่อน อยู่กับคุณแม่แล้วค่อยบอก  

...

นายพิธา กล่าวต่อว่า ในหัวไม่ได้คิดอะไร คิดอย่างเดียวกลับไทยได้เร็วที่สุดตอนไหน ตอนนั้นถ้ามีไฟลต์บินกลับ ผมก็เดินทางกลับ อะไรก็ได้ที่จะเดินทางกลับได้ให้ทัน แต่ก็ไม่ทัน ผมไม่สนใจ ขอให้ได้ขึ้น คนที่เสียพ่อไปต้องการกลับบ้านเร็วที่สุด ตอนนั้นสนามบินไทยมันก็ปิด

มีคนต่อว่าแบบนี้ ถือว่าใช้สิทธิพิเศษในวันนั้นหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ในฐานะลูกชายคนโต แล้วไม่มีทางเลือกอื่น ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นจะกลับได้ไหม แต่เรื่องถูกคลุมถุงดำ ยืนยันไม่เคยพูดให้สัมภาษณ์ที่ไหน แต่เรื่องไปธนาคารต่างประเทศ เอาเงินออกมาไปจ่ายงานศพพ่อ แต่เอาออกมาไม่ได้นั้น เป็นความจริง 

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์อดีตภรรยา นายพิธา ยืนยันว่า ไม่มีความรุนแรงในครอบครัวของผม แม้ไม่ได้เป็นสามี-ภรรยาแล้ว แต่ก็เป็นพ่อและแม่ที่ดีให้กับลูกสาว น้องพิพิม ได้ ยืนยัน ชี้แจงไม่มีความรุนแรงในครอบครัวผม หากผมตอบโต้เป็นปิงปองไปมา ก็จะไปกระทบ พิพิม ลูกสาวผม อันนี้ต้องเป็นการบริหารความสมดุล สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ถ้าไม่มีลูกสาว ผมอาจบริหารสถานการณ์อีกแบบหนึ่ง แต่ที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ เพราะผมรักลูกสาวคนเดียวนี้มาก.