“วราวุธ” เตรียมปิดท้ายหาเสียงโค้งสุดท้าย พรุ่งนี้ลุยตลาดสุพรรณบุรี มั่นใจได้ไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่ง แนะ กกต. ผิดพลาดต้องแก้ให้เร็ว ลั่น ไม่ได้จ้องแต่จะเป็นรัฐบาล ย้ำเงื่อนไขจับมือเทิดทูนสถาบัน
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้ง 2566 ว่า ในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ คาดหวังยังเดินหน้าเต็มที่ อย่าง จ.สุพรรณบุรี หากพื้นที่ไหนน่าเป็นห่วงเราจะไปย้ำ ไปพบปะประชาชน โดยวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ จะหาเสียงที่ จ.สุพรรณบุรี จะไปเดินตลาดสดใน อ.เมือง เพื่อหาเสียงขอคะแนน พร้อมเชิญชวนประชาชนมาลงคะแนนในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566
ส่วนในพื้นที่ กทม. ภาคอีสาน ภาคเหนือ ผู้สมัคร ส.ส.ของเรายังเดินหน้าเต็มที่ เคาะประตูทุกบ้าน เพราะการลงคะแนนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและสับสน ต้องไปทำความเข้าใจว่าบัตรสีเขียวคือเลือกพรรค บัตรสีม่วงคือเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต ผู้สมัคร ส.ส.ต้องมีหน้าที่ทำความเข้าใจเรื่องนี้ เพราะการหาคะแนนทำกันมาเยอะแล้ว ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงคะแนนให้ถูกต้อง ซึ่งสำคัญ เพราะหากจำสลับขึ้นมาจะเสียทั้งคนทั้งพรรค
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงที่ผ่านมา นายวราวุธ ตอบว่า การจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนกว่า 50 ล้านคน การทำงานในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ มีความยากง่ายแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย บางพื้นที่เจ้าหน้าที่อาจต้องใช้ความระมัดระวังกว่านี้ ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ แต่หากเกิดขึ้นแล้วต้องแก้ไขให้เร็วที่สุดเพื่อลดความกังขา ทำความเข้าใจต่อข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนสบายใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับ กกต.
...
แนะ กกต. อย่าผิดพลาดจะดีกว่า
ส่วนครั้งที่แล้วเรื่องมีเรื่องบัตรเขย่ง ครั้งนี้มีการมองว่าพิมพ์บัตรเกิน กกต. ต้องระวังอะไรหรือไม่นั้น นายวราวุธ เผยว่า การกระทำของ กกต. ต้องชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจนในทุกประเด็น เพราะการทำงานกับประชาชนกว่า 50 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่ข้อแก้ตัว เราเข้าใจถึงความยาก แต่ กกต.ทุกคน ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด ถ้าชี้แจงชัดเจนเชื่อว่าประชาชนจะให้อภัย เมื่อผิดพลาดแล้วต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด แต่ดีที่สุดอย่าให้ผิดพลาดดีกว่า
สำหรับคำถามมีกังวลเรื่องการซื้อเสียงหรือไม่ เพราะขณะนี้เริ่มมีข่าวในบางจังหวัดภาคอีสาน นายวราวุธ กล่าวว่า มีทุกครั้ง จะมีประมาณเขาเล่าว่า คนนั้นบอกว่า คนนี้บอกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ายากที่จับได้คาหนังคาเขา แต่ต้องจับ และเมื่อจับได้แล้ว เป็นหน้าที่ของตำรวจ และ กกต. ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องดูให้ดีว่าเป็นความผิดหรือกลั่นแกล้งกัน การเลือกตั้งเป็นเกมการเมืองที่ใหญ่ที่สุด ทุกฝ่ายจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด ฝ่ายรัฐต้องทำให้เต็มที่ ภาคเอกชนและองค์กรอิสระต้องจับตาใกล้ชิดเช่นกัน
ขณะเดียวกันกระแสพรรคก้าวไกลมีมากพอสมควร พรรคชาติไทยพัฒนาจะต้องปรับกลยุทธ์ในพื้นที่คาดหวังหรือไม่ นายวราวุธ ระบุว่า เน้นการทำงานที่ผ่านมาของพรรค ประสบการณ์ ความตั้งใจของเรา อย่างที่ จ.สุพรรณบุรี เข้าใจว่าอยู่มานาน มีความต้องการที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราจึงตอกย้ำให้เห็นถึงความเข้าใจ ความตั้งใจ และประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถครองใจชาวสุพรรณบุรีและอีกหลายจังหวัดได้อีกครั้ง ส่วนในพื้นที่ใหม่ที่เราเป็นผู้ท้าชิง ยอมรับว่าการทำงานไม่ง่าย และแม้รอบนี้อาจจะยังไม่ได้ แต่ถ้าทิ้งไปเลย มันจะสะท้อนให้เห็นความตั้งใจของผู้สมัคร ส.ส.ของเรา ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาจะทำงานต่อไม่ว่าอยู่ในสถานะไหน
ยังมั่นใจได้ตามเป้า ไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่ง
นอกจากนี้ กรณีที่หลายพรรคประกาศไม่เอาลุง จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลยากขึ้นหรือไม่ นายวราวุธ ตอบว่า ไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลครั้งไหนง่าย และสมการที่จะเกิดหลังเลือกตั้งถ้าถามตอนนี้ตอบลำบาก ตอนนี้อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และวันนี้ยังไม่มีพรรคไหนที่มั่นใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะได้เท่าไร และได้แล้วจะมีการฟ้องร้อง กกต. เท่าไรอย่างไร
เมื่อถามต่อไปว่าพรรคชาติไทยพัฒนาได้ทำโพลหรือไม่ และผลโพลที่ออกมายังเป็นไปตามเป้าหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคทำในทุกพื้นที่ ซึ่งออกแบบหนึ่ง แต่ถ้าฟังจากหน่วยงานอื่นจะออกมาอีกแบบหนึ่ง 10 โพลออกมาไม่เหมือนกัน และประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแม้แต่เอ็กซิตโพลยังเคยคว่ำถล่มทลายมาแล้ว แต่โพลที่ออกมาทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไม่ประมาท และย้ำในพื้นที่ว่าให้ไปขอคะแนน อย่าเอาผลโพลมาทำให้เราท้อแท้ โพลแม่นที่สุดคือ 14 พฤษภาคม ขณะนี้ตนยังมั่นใจอยู่ว่าจะทำได้ตามเป้า คือไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่ง
ทางด้านคำถามมองว่ามีโอกาสจะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยขึ้นหรือไม่นั้น นายวราวุธ ไม่เห็นด้วย การทำงานในสภาฯ เวลาลงคะแนนเสียง 250 เสียงของ ส.ว. ไม่สามารถเข้ามาร่วมได้ และการทำงานถ้าพึ่งแต่เสียง ส.ว. การทำงานจะไปไม่รอด เช่น การพิจารณากฎหมายร่าง พ.ร.บ.ประมาณวาระ 1 ซึ่งหากกฎหมายฉบับนี้ไม่รอด แปลว่ารัฐบาลต้องยุบสภา
“คงไม่มีพรรคการเมืองไหนอยากให้มีการเลือกตั้ง 2 ครั้งในปีเดียวกัน เพราะมันเป็นอะไรที่เหนื่อย สิ้นเปลืองงบประมาณประเทศ ชะลอการพัฒนาของประเทศ ดังนั้น รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่เป็นประโยชน์ในการทำงานให้กับประเทศไทย”
ไม่ร่วมในรัฐบาลที่ไม่เทิดทูนสถาบัน
ในส่วนคำถามว่าหากมีการแย่งกันจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงจำนวน ส.ส.เสียงข้างมาก พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีหลักการพิจารณาอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า คงต้องดูก่อน เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาพูดเสมอว่าเราไม่ได้จ้องแต่เป็นรัฐบาลอย่างเดียว แนวทางการทำงานและจุดยืนของพรรคคือหลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ต้องดูว่าแต่ละพรรคได้จำนวนเท่าไร มีสมการเป็นอย่างไร ซ้ายหรือขวาได้คะแนนเท่าไร แล้วจะจับมือทำงานกันอย่างไร ซึ่งหลังจากวันที่ 14 พฤษภาคม จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำว่าหากเกิดการแย่งชิงในการจับขั้วรัฐบาลโดยไม่รอพรรคอันดับ 1 จัดตั้งก่อน พรรคชาติไทยพัฒนาจะใช้อะไรที่จะเป็นจุดตัดสินใจที่จะไปซ้ายหรือขวา นายวราวุธ ระบุ เคยพูดเสมอว่าภายใน 100 วัน อยากเห็นการขับเคลื่อนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องการเกณฑ์ทหาร ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เหล่านี้ต้องไปถกกันในสภาร่างรัฐธณรมนูญให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ แต่กระทบกับบางมาตราในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่สะท้อนจากประชาชน คือแนวทางที่พรรคเร่งทำงาน และนำนโยบายของพรรคที่มีแนวทางเน้นความยั่งยืน เทิดทูนสถาบัน จะเป็นแนวทางที่สำคัญ ถ้าประเด็นเหล่านี้ไม่ได้รับการตอบสนอง แปลว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ร่วมในรัฐบาล.