คาราวานก้าวไกล คืนเดียว แตก 2 เวที 2 จังหวัด "ธนาธร" ปลุกโคราชคึก ประกาศเจ้านายเรามีเพียงประชาชน "ช่อ" ปราศรัยพิษณุโลก ลั่น การเมืองโค้งสุดท้ายใช้ความกลัวข่มขู่ เจอเลือกด้วยความหวัง ชนะความกลัว

วันที่ 9 พ.ค. คาราวานก้าวไกล เดินทางต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 มีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ใน 2 จังหวัดพร้อมกัน ได้แก่ คาราวานสายเลือดอีสาน ที่ จ.นครราชสีมา และคาราวานสายมาเหนือ ที่ จ.พิษณุโลก โดยทั้ง 2 เวที มีประชาชนร่วมฟังปราศรัยอย่างเนืองแน่น สะท้อน ‘ปรากฏการณ์ก้าวไกล’ ที่เกิดขึ้นทุกพื้นที่ทั่วประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง

สำหรับคาราวานสายเลือดอีสาน นำโดยแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สุรชัย ศรีสารคาม, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ทวีศักดิ์ ทักษิณ และ คำพอง เทพาคำ ได้ร่วมกันเดินสายเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมาแล้วในวันนี้ ก่อนที่จะกระจายขบวนกันออกหาเสียงตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งใน อ.บัวใหญ่, อ.หนองบุญมาก, อ.โชคชัย และ อ.เมืองนครราชสีมา

...

หลังจากนั้น ทั้งหมดได้มาร่วมกันเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็น ที่ลาดจอดรถตลาดเซฟวัน ในเมืองนครราชสีมา พร้อมแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต ประกอบด้วย

เขต 1 ฉัตร สุภัทรวณิชย์ (เบอร์ 3)
เขต 2 ปิยชาติ รุจิพรวศิน (เบอร์ 1)
เขต 3 ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ (เบอร์ 11)
เขต 4 อัครพงษ์ วรรณพงษ์ (เบอร์ 5)
เขต 5 เสนีย์ หาญศรี (เบอร์ 1)
เขต 6 สามารถ ธนกุลชัยสุข (เบอร์ 1)
เขต 7 อุดม เพ็ชรอ่อน (เบอร์ 6)
เขต 8 กำพล แจ่มศรี (เบอร์ 4)
เขต 9 สมศักดิ์ บุญเสริฐ (เบอร์ 5)
เขต 10 วุฒิศักดิ์ พิมพ์พิสาร (เบอร์ 3)
เขต 11 ณฐพงศ์ สอบกิ่ง (เบอร์ 2)
เขต 12 ชรินทร์ ทำดี (เบอร์ 7)
เขต 13 ศุภวัฒน์ พันธ์นัทธีร์ (เบอร์ 6)
เขต 14 สาธิต ปิติวรา (เบอร์ 7)
เขต 15 พัชริดา กีรตินพดล (เบอร์ 9)
เขต 16 กรฉัตรชัย นาสมใจ (เบอร์ 2)

โดยเวทีปราศรัยของพรรคก้าวไกลวันนี้ มีประชาชนและผู้สนับสนุนของพรรค พากันเข้ามาจับจองที่นั่งตั้งแต่ยังไม่เริ่มเปิดเวที และทยอยกันมาจนเต็มและล้นลานตลาดเซฟวันภายในเวลาไม่นานนัก ต่างส่งเสียงเชียร์กึกก้องตลอดการปราศรัย

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ธนาธร ระบุว่า ตลอดการรณรงค์ของพรรคก้าวไกลนั้น เราได้ทำให้ทุกคนตระหนักแล้ว ถึงปัญหาที่เกิดจากขุนทหาร นายทุนผูกขาด นักการเมืองไร้อุดมการณ์ ที่ปกครองบ้านเมืองมาก่อนหน้านี้ การรัฐประหารที่ผ่านมาทุกคนย่อมเห็นได้ชัดแล้ว ว่าตอนที่ทำ ก็ทำไปโดยอ้างว่านักการเมืองเลว นักการเมืองทุจริต แต่สุดท้ายพอจะสืบทอดอำนาจก็ตระหนักได้ว่าหนีการเลือกตั้งไม่ได้ พากันเอานักการเมืองที่ด่าว่าเลววันก่อนมาอยู่พรรคตัวเอง โดยนักการเมืองพวกนี้ก็เหลือเชื่อ ก่อนนี้ขึ้นเวทีเสื้อแดงสู้เพื่อประชาธิปไตยอยู่ มาอีกปีไปอยู่พรรคการเมืองสืบทอดอำนาจเสียแล้ว

ธนาธร กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น 14 พ.ค. นี้เป็นโอกาสอันดีจริงๆ ที่เราจะเปลี่ยนแปลงผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า พรรคก้าวไกลรู้ดีว่าเรื่องที่เสนอเป็นเรื่องยาก แต่ประเทศไทยจะไปต่อไม่ได้ ถ้าเราไม่ต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาด นักการเมืองที่สมคบกับผู้สืบทอดอำนาจ กองทัพ รัฐราชการ ที่เป็นโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งไม่ให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า

วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าฝ่ายอนุรักษนิยมต้องการสร้างให้เกิดความเกลียดชัง เนื้อหาที่ผลิตออกมาแต่ละอย่าง ล้วนใส่ร้ายป้ายสี ทำให้ทุกคนเกลียดกัน เอาการเมืองแห่งความกลัวมาขาย กลัวนู่นกลัวนี่ไปหมด แต่การเมืองที่พวกเราอยากทำคือสิ่งตรงกันข้าม เราไม่ทำการเมืองที่สร้างความกลัวความเกลียดชัง แต่เราทำงานการเมืองด้วยการสร้างการเมืองแห่งความหวัง ความหวังว่าข้างหน้าของเรามีแสงสว่าง มีอนาคตที่ดีของลูกหลานรออยู่ จะจับมือแล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกันไหม

“ถ้าอยากได้การเมืองแบบนี้ เดินไปกับพวกเรา จ้างพวกเราไปทำงาน จะทำงานให้คุ้มค่า ไม่เกรงใจนายทุนใหญ่ นักการเมืองไร้อุดมการณ์ การทุจริตคอร์รัปชัน นายพล ผู้มีบารมีคนไหน เราจะเกรงใจคนเดียวคือเจ้านายของเรา และเจ้านายของเรามีคนเดียว คือประชาชน” ธนาธรกล่าว

ส่วนคาราวานสายเหนือ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนกลางเมืองพิษณุโลก โดยมีผู้สมัครทั้ง 4 เขตขึ้นปราศรัย พร้อมแกนนำคือ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และพรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล รวมถึง ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 9 โดยมีประชาชนมาฟังปราศรัยเต็มสวนกลางเมือง

พรรณิการ์ กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ผู้มีอำนาจหวาดกลัวกระแสพรรคก้าวไกล กลัวการเปลี่ยนแปลง จึงหันมาใช้มุกเดิม คือการเมืองแห่งความกลัว มีทั้งออกคลิปโจมตีว่าประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิมจะเป็นอย่างไร มีทั้งการปลุกเรื่องล้มเจ้า การแบ่งแยกดินแดน และล่าสุด ขู่ว่าจะยุบพรรคก้าวไกล จะตัดสิทธิ์พิธา

ประชาชนถูกหลอกว่า รับไปก่อน แก้ทีหลัง ถ้าไม่รับร่าง จะไม่ได้เลือกตั้ง คนกลัวไม่ได้เลือกตั้ง จึงไปการับร่างรัฐธรรมนูญ ผลของการเลือกด้วยความกลัวในวันนั้น ทำให้เราต้องอยู่ใต้รัฐบาลสืบทอดอำนาจมา 9 ปี และติดกับดักรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. การเลือกด้วยความกลัวไม่เคยให้อะไรกับเรา ขอพี่น้องประชาชนเลือกด้วยความหวัง ว่าหนึ่งเสียงของเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้ เปลี่ยนด้วยมือของคนธรรมดา ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ” พรรณิการ์กล่าว

สำหรับผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย
เขต 1 ปดิพัทธ์ สันติภาดา (เบอร์ 9)
เขต 2 มีดี บัวแก้ว (เบอร์ 2)
เขต 3 โชคดี สายนำพามีลาภ (เบอร์ 8)
เขต 4 ชุตินันต์ ชญาณ์นันท์โภคิน (เบอร์ 2)
เขต 5 ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ (เบอร์ 6)