"ชูวิทย์" เชื่อ กกต.จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด เอื้อซื้อเสียงโดยตั้งใจ ชี้ การเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาควรเป็นโมฆะ เหตุผิดเจตนารมณ์ของประชาชน ส่วนพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง จะเป็นการได้คะแนนที่ไม่บริสุทธิ์
วันที่ 8 พ.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นำภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ที่พบความผิดปกติในการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่พบมีหัวคะแนนนำผู้สูงอายุมาลงคะแนนเลือกตั้งจำนวนมาก
นายชูวิทย์ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า จังหวัดอำนาจเจริญ แบ่งเขตการเลือกตั้งเพียง 2 เขต แต่วันเลือกตั้งล่วงหน้า กลับมีผู้สูงอายุขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกหน่วย และไปเลือกในเขตใกล้เคียงทั้งที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน คือ คนที่อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ขอไปลงคะแนนเลือกตั้งในเขตที่ 2 รวมแล้ว 7,259 คน (เขต 1 จำนวน 4,735 คน เขต 2 จำนวน 2,554 คน) ซึ่ง นายชูวิทย์ มองว่า การที่ผู้สูงอายุขอไปเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต โดยจะอ้างว่าติดธุระนั้นมันแปลก นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลว่า ผู้สมัครในจังหวัดอำนาจเจริญคนหนึ่ง ที่เคยเป็นอดีต กกต.อำนาจเจริญ เป็นคนออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว แทนที่ กกต.จังหวัด จะเป็นคนออกมาชี้แจง ซึ่งมันมีพิรุธว่า ทำไมผู้ลงสมัครถึงรู้ และเข้าถึงข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เป็นอย่างดี
...
อีกประเด็นที่ นายชูวิทย์ ตั้งข้อสังเกต ว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ส่อแววพิรุธ คือ การทำงานของ กกต.ที่ทำให้ประชาชนสับสน เรื่องบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และ แบบบัญชีรายชื่อที่คนละเลขกัน อีกทั้งซองที่ใส่บัตรเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยยังเขียนเขตเลือกตั้งผิดอีกจำนวนมาก ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อคะแนนที่ประชาชนเลือก ต่างจากการเลือกตั้งในอดีต ที่ให้หมายเลขพรรคการเมืองและ ส.ส.เขต เป็นเลขเดียวกัน ทำให้ประชาชนไม่สับสนในการลงคะแนน
นายชูวิทย์ ยังเสนอให้ยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าในครั้งนี้ เพราะพบการทุจริตจำนวนมาก ตั้งแต่การออกแบบบัตรเลือกตั้ง จนถึงการลงคะแนนวันเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นเพราะ กกต.ไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความยุติธรรม แต่กลับมาแถลงว่าการลงคะแนนล่วงหน้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เห็นว่าเป็นคะแนนที่ไม่โปร่งใส ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็เคยมีเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่รัดกุมของเจ้าหน้าที่ประจำเขตมาแล้ว แต่ก็กลับไม่แก้ไข โดยเฉพาะการเขียนเขตเลือกตั้งบนหน้าซอง แทนที่จะประทับตราเลขเขตให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความผิดพลาด รวมถึงการขนย้าย การเก็บรักษาบัตร ก็ไม่เหมาะสมกับงบประมาณจัดการเลือกตั้ง จำนวน 6,000 ล้านบาท
นายชูวิทย์ ยังบอกอีกว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ไม่โปร่งใส มีความผิดพลาดที่เกิดจากความตั้งใจ และควรเป็นโมฆะ เพราะผิดเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิ และขอให้ กกต.พิจารณาตัวเอง ครั้นจะให้ กกต.ลาออก คงเป็นไปได้ยากในตอนนี้ แต่ควรจะออกมายอมรับความผิดพลาดแบบลูกผู้ชาย ไม่ใช่ออกมาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งที่ไม่เคยมีการตรวจสอบเลย และ นายชูวิทย์ ยังเชื่อว่า หากมีการนับผลคะแนนเลือกตั้งในครั้งนี้ จะหักปากกาเซียนของผลโพลหลายสำนัก เพราะด้วยความผิดพลาด และข้อสงสัยจำนวนมากที่เกิดขึ้น ส่วนพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ ก็เห็นว่าจะเป็นการได้คะแนนที่ไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน.