“วิษณุ” ปัดส่งสัญญาณ ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย อ้างแค่ตอบคำถามสื่อ ภาวนาขอให้ได้เสียงข้างมาก “เศรษฐา” ลั่นที่เวทีโคราช ขอเดินเข้าทำเนียบด้วยเสียงที่ท่วมท้น ไม่มี 2 ลุงร่วมวง เมินก้าวไกลมาแรงจัด ความแกร่งของฐานเสียงจะชนะกระแส มั่นใจได้ถึง 280 ที่นั่ง “เจ๊หน่อย” ลั่นเบื่อลุงให้กา ทสท. ก้าวไกล ปล่อยคาราวาน “มุ่งหน้าสู่ทำเนียบ” แบ่ง 5 สายก่อนมาบรรจบที่ กทม. ปชป.ปลุกกองเชียร์อย่าหวั่นไหว กระแสโพล “นิพนธ์” อ้อนขอเสียงกลุ่มพลังเงียบ “บิ๊กตู่” แจงเหตุปฏิวัติเพื่อยุติบานปลาย “ลุงป้อม” ลุยเมืองตรัง ประกาศดันราคายาง-ปาล์มพุ่งขึ้นได้ “วันชัย” รับก้าวไกลฟีเวอร์แต่วืดร่วม รบ. กกต.เตือนพึงระวังเลือกตั้งล่วงหน้า ก.ก.ดึงแนวร่วม จับตา กกต.อย่าให้ถูกปล้นชัยชนะ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ต้องรีบออกมาปฏิเสธหลังโดนสังคมรุมประณามว่าเป็นตัวการส่งสัญญาณจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ท่ามกลางกระแส ความนิยมในพรรคก้าวไกลและตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ในช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย ชี้แจงแค่ตอบคำถามสื่อที่ถามมา
...
“วิษณุ” ปัดเชียร์ รบ.ข้างน้อย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันทีิ่ 6 พ.ค.ที่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา กทม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์การให้ความเห็นเรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่าไม่ใช่จู่ๆออกมาแสดงความคิดเห็น แต่สื่อมาถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ จึงให้ความเห็นไปว่า ถ้าตั้งเสียอย่างทำไมจะตั้งไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเชียร์ หรือส่งสัญญาณให้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ไม่ได้กำหนดว่าการหานายกฯต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ระบุแค่ถ้าใช้วรรคหนึ่งไม่ได้ก็ให้ใช้วรรคสอง ช่องทางมีอยู่เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วควรเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากจะได้ไม่ยุ่งยาก ไม่เช่นนั้นอยู่แบบเสียวสันหลังวูบวาบอยู่ตลอดเวลา บริหารราชการไม่มีสมาธิ
ภาวนาให้เป็นเสียงข้างมาก
นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรเลย สื่อมาถามว่าได้ไหมจะตอบว่าไม่ได้ก็โกหก แต่โดยปกติมันไม่ควร หรือถ้าตั้งขึ้นมาได้ก็เป็นข้างน้อยอยู่ไม่กี่วันแล้วในที่สุดก็เป็นเสียงข้างมากไป ดังนั้นโดยหลักต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่ได้อยู่ดีๆแล้วเปิดฉากว่าจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ภาวนาให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างมากจะได้สงบราบรื่นเรียบร้อย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เมื่อถามว่ารัฐบาลหน้าจะได้เจอกันอีกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ขอไม่ตอบเรื่องนี้
งบฯอุ้มค่าไฟไม่ตีเป็นหาเสียง
นายวิษณุยังกล่าวถึงการส่งเอกสารรอบ 2 ต่อ กกต. เพื่อขออนุมัติงบกลางวงเงิน 10,464 ล้านบาท ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนค่าไฟแพง จะถูกตีว่าเป็นการหาเสียงหรือไม่ว่า ถ้า กกต.เห็นชอบจะตีว่าเป็นการหาเสียงได้อย่างไร ถ้าเป็นการหาเสียงก็ไม่เห็นชอบตั้งแต่แรก และงบกลางไว้ใช้เพื่อประชาชนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะใช้งบกลางไม่ได้ ในกฎหมายระบุว่าเมื่อรัฐบาลยุบสภาแล้วจะใช้งบกลางไม่ได้ เว้นแต่จำเป็นและขออนุญาต กกต. เพื่อขอความเห็นชอบ แสดงว่ามันมีช่องทางให้ไปขอความเห็นชอบ เป็นเรื่องที่ช่วยประชาชนทั้งนั้น เมื่อถามย้ำว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบิลค่าไฟรอบเดือน พ.ค.ทันหรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ แต่ย้อนหลังได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-31 ส.ค. แต่จะอนุมัติเมื่อไหร่ไม่รู้
“เศรษฐา” ย้ำเป็น รบ.พรรคเดียว
เมื่อเวลา 11.15 น. ที่โรงเรียนครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ช่วยนายอภิชา เลิศพชรกมล ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 และนายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา เขต 11 หาเสียง นายเศรษฐาปราศรัยว่า จ.นครราชสีมา มีประชากรเป็นอันดับสองของประเทศ แต่ประชาชนยังเดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะจัดโฉนดให้พี่น้อง 50 ล้านให้มีที่ดินทำกิน ยังมีนโยบายใหญ่ๆ ทั้งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ครอบครัวไหนรายได้ไม่ถึง 2 หมื่นบาท เติมให้ครบ 2 หมื่นทุกเดือน รวมถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท
เดินเข้าทำเนียบเสียงท่วมท้น
นายเศรษฐากล่าวว่า อาสาเข้ามาเป็นนายกฯคนที่ 30 เพื่อให้พี่น้องหลุดจากหลุมดำของความยากจน เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่ได้ส.ส.นครราชสีมาทั้ง 16 คน ในฐานะแคนดิเดตนายกฯอยากเดินหน้าเข้าสู่ทำเนียบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เราต้องการเป็นรัฐบาลพรรคเดียว เราต้องการเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาล วันนี้มาวิงวอนขอให้ช่วยนำผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา คุณภาพทั้ง 16 คน เดินหน้าอย่างมีเกียรติเข้าสู่สภา เพื่อเป็นตัวแทนของพี่น้อง ดังนั้นวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.เข้าคูหากาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน
กร้าวเพื่อไทยมาไม่มีสองลุง
ต่อมาที่เวทีปราศรัยจุดที่ 2 โรงเรียนโนนสูงศรีธานี อ.โนนสูง นายเศรษฐาและแกนนำเพื่อไทย มาช่วยหาเสียงให้นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 5 นายเศรษฐาปราศรัยว่า เพื่อไทยมาวันนี้มาเสนอผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 16 คน อยากอ้อนวอนพี่น้องเลือกผู้สมัครของพรรคเข้าสู่สภาทั้งหมด ส่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ อีกแปดวันจะถึงวันเลือกตั้ง นายกฯต้องมาจากพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แน่นอนว่า 2 ลุงไม่ได้อยู่ในคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแน่นอน จากนั้นเดินทางไปเวทีปราศรัยจุดที่ 3 ต่อที่โรงเรียนพิมายวิทยา อ.พิมาย ช่วยนายนิกร โสมกลาง ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 และนายธีระยุทธ ตันติกุล ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 หาเสียง นายเศรษฐายังคงตอกย้ำในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ใครจะมาอยู่ร่วมกับรัฐบาลเรา ต้องเห็นด้วยกับนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล
มั่นใจฐาน พท.ชนะกระแส ก.ก.
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการแก้เกมกับกระแสพรรคก้าวไกลที่มาแรงทุกโพลว่า คงไม่มีอะไรแก้ เพราะโพลของเราก็มาดี ยังมั่นใจอยู่ว่าจะได้เกินครึ่ง กระแสก็เป็นแค่กระแส คิดว่าอยู่กับพรรคและนโยบาย รวมถึงผู้นำ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วจะเล่นกันไม่ได้ไม่ใช่สนามประลองฝีมือ แต่เป็นของคนที่มีประสบการณ์หรือพรรคที่มีประวัติศาสตร์ว่าสามารถทำนโยบายที่เสนอเป็นจริงได้ อีกทั้งโพลบางโพลทำแค่ 1-2 พันคน เราควรเอาโพลที่ทำเป็นแสนคนมาเป็นตัวชี้วัดดีกว่า เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่ากระแสของก้าวไกลยังสู้ฐานเสียงของเพื่อไทยไม่ได้ นายเศรษฐาตอบว่า “สู้ไม่ได้ เรามั่นใจความแข็งแกร่งของฐานเสียง และมั่นใจในนโยบาย”
มั่นใจได้ ส.ส.ไม่ต่ำ 280 ที่นั่ง
เมื่อถามย้ำว่าฐานเสียงของเพื่อไทยยังเพียงพอทำให้แลนด์สไลด์ได้หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ถ้าเป็น 200 กลางๆขึ้นไปคิดว่าได้อยู่ หรือ 280 เราก็ยังมั่นใจอยู่ แต่จะถึง 300 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โค้งสุดท้ายเป็นเช่นไร แต่ยังมีความหวังอยู่ กระแสก้าวไกลที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องของโซเชียลส่วนหนึ่ง และอาจเป็นช่วงจังหวะที่ผลโพลออกมา ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยมี 3 คน ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกฯ กระแสจึงเทไปที่ก้าวไกลส่วนหนึ่ง เรื่องนี้ไม่น่าเป็นประเด็น คิดว่าจะเป็นจุดแข็งมากกว่า ทั้ง 3 คนมีจุดแข็งแตกต่างกัน รอผลการเลือกตั้งออกมาก่อน ใจเย็นๆ
“ประเสริฐ” โวกวาดเกลี้ยงโคราช
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำโพลของพรรคเพื่อไทยว่า โพลมีหลายสำนัก เพื่อไทยก็มีโพลภายในของเราเอง ยังมีระดับความมั่นใจที่สูงและแลนด์สไลด์ได้อยู่ และวันนี้เรามั่นใจมากที่จะได้ที่โคราชทั้ง 16 เขต เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรครัฐบาลในพื้นที่โคราช นายประเสริฐตอบว่า ในพื้นที่เป็นการต่อสู้กันระหว่างพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และเพื่อไทย ครั้งนี้เรามั่นใจในนโยบายและผู้สมัครของเรา และแคนดิเดตนายกฯของเราก็ชัดเจน
“เจ๊หน่อย” ลั่นเบื่อลุงให้กา ทสท.
ที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม พรรคไทยสร้างไทยจัดปราศรัยใหญ่ นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรค ช่วยนายมานพ เหมพลชม ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 1 หาเสียง คุณหญิงสุดารัตน์ปราศรัยว่า เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรคเราได้รับความนิยมจากประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสานดีมาก ใครเบื่อลุงกลัวความขัดแย้งขอให้เลือกไทยสร้างไทย จะเป็นทางรอดของประเทศเป็นทางเลือกที่จะนำพาพี่น้องไปสู่ชัยชนะจากความขัดแย้งการเมือง 2 ขั้วที่ฝังรากลึกยาวนาน จากนั้นเดินสายเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ อ.เมืองสกลนคร และ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
ก้าวไกลดึงแนวร่วมจับตา กกต.
ขณะที่เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล-Move Forward Party โพสต์ข้อความระบุว่า “ไม่ไว้ใจ กกต.เชิญทางนี้ ขอชวนประชาชนและหัวคะแนนธรรมชาติ ร่วมกันเป็นอาสาสมัครเฝ้าหน่วยเลือกตั้งกับภาคประชาชน” เนื่องจากในระเบียบ กกต.พรรค การเมืองไม่สามารถส่งอาสาสมัครเข้าสังเกตการเลือกตั้งได้สะดวก เพราะต้องลงค่าใช้จ่ายอาสาสมัครทั้งหมดในค่าใช้จ่ายรวมของพรรค จึงขอความช่วยเหลือผู้รักประชาธิปไตยร่วมกันปกป้องเสียงของเรา อย่าให้เกิดกรณีบัตรเขย่ง หรือการทุจริตเลือกตั้งแบบในอดีต มี 3 โครงการที่มีระบบที่ดีรองรับ เชื่อถือได้ คือ 1.The Watcher การนับคะแนนคู่ขนานแบบ real-time และรายงานผลเลือกตั้งที่หน่วยร่วมกับสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ฯลฯ ตั้งทีมงานอาสาสมัครผ่านปฏิบัติการ “เฝ้าคูหา จับตานับคะแนน” คู่ขนานไปกับการนับคะแนนของ กกต. แบบ real-time 2.ระบบ Vote62 จับตาการนับคะแนนและเก็บหลักฐานผลคะแนน เป็นการรวมตัวกันของภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบและทักท้วงการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้ 3.We Watch รายงานความผิดปกติตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ไปจนถึงจบการนับคะแนน ถ้าต้องการเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม พวกเราต้องปกป้องทุกคะแนนเสียงของพวกเราไม่ให้ชัยชนะที่อยู่ตรงหน้าถูกปล้นไปในโค้งสุดท้าย
“คาราวานมุ่งหน้าสู่ทำเนียบ”
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล มีการปล่อย “คาราวานก้าวไกล มุ่งหน้าสู่ทำเนียบ” แบ่งออกเป็น 5 สาย ประกอบด้วย ภาคเหนือ นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ภาคใต้ นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นายเดชรัต สุขกำเนิด นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นายรอมฎอน ปันจอร์ และนายภคมน หนุนอนันต์ ภาคตะวันออก นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นางเบญจา แสงจันทร์ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ภาคอีสาน 1 นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายทวีศักดิ์ ทักษิณ และนายคำพอง เทพาคำ ภาคอีสาน 2 นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ครูใหญ่อรรถพล บัวพัฒน์ นายอภิชาติ ศิริสุนทร กระจายกันไปเดินสายหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะมาบรรจบกันที่ กทม. ก่อนการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายวันที่ 12 พ.ค. เชื่อว่าคาราวานก้าวไกลจะหอบเอาความหวังและความฝันของคนทั้งประเทศเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน
แยกกันเดินมาบรรจบที่ กทม.
ช่วงเที่ยงที่ จ.อำนาจเจริญ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่ปราศรัยหาเสียงช่วยนายประภาส เวชกรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ มีแฟนคลับมาขอถ่ายรูปด้วย จากนั้นเดินทางไปปราศรัยที่อื่นต่อ ขณะที่ทีมของนายปิยบุตร แสงกนกกุล และครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ ไปช่วยนายนาวินทร์ ลครแก้ว นายสำรวย ศรีทิน และนายณัฐพงษ์ ป้องปิ่น ทีมผู้สมัคร ส.ส.บึงกาฬ ทั้ง 3 เขตหาเสียง นายปิยบุตรกล่าวว่า วันนี้เราเปิดแคมเปญ “คาราวานก้าวไกล มุ่งหน้าสู่ทำเนียบ” มีทั้งหมด 5 เส้นทางทั่วประเทศ เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงตอนนี้ในภาคอีสานทุกเขตมีลุ้นหมด ดูจากผลสำรวจ จากกระแสความนิยมที่ออกมา
ปชป.ปลุกกองเชียร์อย่าหวั่นไหว
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจโพลของสำนักต่างๆว่า ไม่อยากให้แฟนคลับตื่นตระหนก และไม่อยากให้สังคมเชื่อกับกระแสข่าว พรรคยังมุ่งลงพื้นที่เข้าถึงพี่น้องประชาชน นโยบายเราอาจมองไม่หวือหวาเพราะไม่มีการสร้างกระแส สร้างภาพให้เป็นที่สนใจ เราพยายามทำให้สอดคล้องกับภาระงบประมาณ กับประโยชน์ที่จะตกแก่ส่วนรวม เน้นสิ่งที่ทำได้จริง ไม่ใช่ประกาศเพื่อสร้างกระแส ไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ พี่น้องประชาชนกลุ่มพลังเงียบที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด ขอให้เปิดใจพิจารณานโยบายของประชาธิปัตย์ ที่ยังคงทำการเมืองสร้างสรรค์ แข่งขันกันที่นโยบายที่จับต้องได้ เชื่อว่ากลุ่มพลังเงียบต้องการเห็นประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และไม่ชอบความรุนแรง พรรคประชาธิปัตย์คือคำตอบ
“เดียร์” กระตุ้นออกมาใช้สิทธิ
ที่ตลาดเช้าหมู่บ้านพระปิ่น 5 เขตบางบอน กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นช่วยนายสากล ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 27 หาเสียง น.ส.วทันยากล่าวว่า ยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคยังสามารถปักธง ส.ส.กทม.ได้ กระแสตอบรับดีมากในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ พรรคมียุทธศาสตร์เตรียมตัวจัดปราศรัยใหญ่ และฝากถึงประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะนี้มีข่าวมากเรื่องการใช้เงิน อยากฝากพี่น้องทุกคนให้ช่วยกันไปลงคะแนน ใช้สิทธิใช้เสียงของเราอย่างเต็มที่ อย่าไปเลือกเพียงเพราะกลัวใครบางคน หรืออย่าไปเลือกเพียงเพราะกลัวอำนาจ ที่สำคัญอย่าไปเลือกเพราะเงินที่เขาเอามาให้ การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว เราสามารถเลือกคนที่ดีได้ ส.ส.ที่ต้องเข้าไปทำงานในสภา ไปเป็นปากเป็นเสียงอย่างแท้จริง
“ตั๊น” ไม่หวั่นโพลปลุกเลือดสีฟ้า
ช่วงเย็นที่หมู่บ้านเดอะพลีโน่ ถนนเอกชัย เขตบางบอน น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายสากล ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.หาเสียง น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า ผลสำรวจจากหลายสำนักโพลชี้นำคะแนนนิยม เป็นเสียงสะท้อนทำให้ประชาธิปัตย์ต้องรับฟัง และเร่งลงพื้นที่โดยเฉพาะใน กทม. ชูนโยบายให้ประชาชนรับทราบในโค้งสุดท้าย สมัยที่แล้วใน กทม.เราไม่มี ส.ส.เลย แต่ผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่ทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯมาตลอด เลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้ ขอเชิญชวนครอบครัวสีฟ้าให้กลับมากาพรรคประชาธิปัตย์และคนบ้านเรา ช่วยเลือกทั้งพรรคและคนของพรรคด้วย
“จุรินทร์-ชวน” ลุยช่วย “ประกอบ”
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ขึ้นรถแห่ตระเวนหาเสียงช่วยนายประกอบ รัตนพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางใน อ.ทุ่งสง จากนั้นลงเดินแจกใบปลิวแนะนำตัวผู้สมัครด้วยตัวเอง พร้อมกับพูดคุยทักทายพี่น้องประชาชนที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยร้านค้าหน้าเทศบาลทุ่งสง ขณะที่กลุ่มกองเชียร์และผู้สนับสนุนพอทราบข่าวได้กรูกันมาขอถ่ายรูปด้วย
“ลุงป้อม” ฝาก พปชร.กับชาวตรัง
ที่วัดกะพังสุรินทร์ อ.เมืองตรัง เวลา 17.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมแกนนำพรรค เข้ากราบนมัสการสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ) เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ให้พร พล.อ.ประวิตรให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข ความเจริญ และสุขภาพพลานามัยดี ด้วยพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ ทั้งนี้ ระหว่างสนทนาธรรม เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ได้ให้คำแนะนำทางธรรมว่า เมื่อพรรษาย่างเข้า 90 การเดินจะเปลี่ยน ต้องลงน้ำหนักที่ปลายเท้าจึงจะเดินและทรงตัวได้ ต่อมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนทุกคนที่ลงทะเบียนไว้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวัน 7 พ.ค. จะเลือกพรรคใดหรือหมายเลขใดแล้วแต่ทุกคน ขอฝากพรรคพลังประชารัฐด้วย เลือกผู้สมัครพรรค จากนั้นเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนสาธารณะศาลากลาง จ.ตรัง
ชูทำราคาปาล์ม–ยางพุ่งขึ้นได้
ต่อมา เวลา 18.00 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดตรัง พล.อ.ประวิตรขึ้นเวทีปราศรัยช่วยทีมผู้สมัคร ส.ส.ตรัง ว่า เราพร้อมรับใช้ชาว จ.ตรัง ขอให้เลือกผู้สมัครพลังประชารัฐทั้ง 4 เขต และเลือก พรรคพลังประชารัฐ ตนดูแลและแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ปาล์มมา 7 ปี ราคาขยับขึ้นจากบาทกว่าไปเป็น 7 บาท ปัจจุบันอยู่ประมาณ 5-6 บาท ทันทีที่พลังประชารัฐเป็นรัฐบาล ปัญหาราคายางตกต่ำต้องหมดไป ยืนยันว่า นโยบายแก้ไขปัญหาราคายาง และราคาปาล์ม ของพรรคทำได้จริง และเราพร้อมทำทันที เราพร้อมดูแล ประชาชนให้มีความเจริญรุ่งเรือง ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ดีกินดี และมีความสุขตลอดไป ทั้งนี้ ระหว่าง ปราศรัย พล.อ.ประวิตรได้หยุดปราศรัยพร้อมกับหยิบ มือถือขึ้นมาถ่ายรูปและกล่าวว่า “ผมอยากถ่ายรูปตอนที่ ทุกคนหัวเราะอย่างมีความสุข ผมจะจำภาพเหล่านี้ เอาไว้ และเมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว ผมเชื่อมั่นว่า ท่านจะ หัวเราะได้ดังกว่านี้แน่นอน” หลังจบปราศรัยเด็กชายขึ้นไปขอถ่ายรูปและให้กำลังใจบอกรัก “ลุงป้อม”
“บิ๊กตู่” ไม่กังวลทุจริตเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 85 รูป เนื่องในงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ โดยมีคณะองคมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง หรือ เทียบเท่า และผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ร่วมพิธี พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 พ.ค. ขอให้ทำตามระเบียบ กกต.ให้เรียบร้อย ประเทศชาติต้องการคะแนนเสียงจากพวกเราทุกคน เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หลายพื้นที่ มีการทุจริต นายกฯตอบว่า ไม่กังวล
แจงเหตุปฏิวัติยุติบานปลาย
วันเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติเผยแพร่คลิป “คุยกับลุง” ฉบับเต็ม ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ช่วงหนึ่งมีการพูดถึงเหตุผล การปฏิวัติ เพราะความขัดแย้งว่า “ทนเห็นประชาชนบาดเจ็บล้มตายแบบนั้นไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจและ ไม่ได้ปรึกษาใครด้วย ผมตัดสินใจของผมเอง คิดแล้ว คิดอีกนอนไม่หลับตั้งหลายเดือน แล้วผมก็ไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐบาลเขาเลย คุยกับเขามาตลอด แต่จะ ให้ผมไปเข้าข้างใครไม่ได้ เพราะตอนนั้นมันบานปลายไปเยอะแล้ว สองฝ่ายคนมันเยอะมหาศาล แล้วผม ไปปราบข้างไหน ผมก็หยุดทั้งสองข้างไปเลย ก็สามารถ ทำให้บ้านเมืองสงบมาถึงทุกวันนี้ได้”
“อนุชา” ย้ำโคล้านครอบครัวแก้จน
ที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร ส.ส.ชัยนาท เขต 1 แกนนำพรรค รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังคงลงพื้นที่ต่อเนื่อง นำเสนอนโยบายต่อประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่าง อบอุ่น มีแฟนคลับเปิดบ้านรอต้อนรับส่งกำลังใจเชียร์ อย่างคึกคัก นายอนุชากล่าวย้ำโครงการโคล้านครอบครัว ว่า จะทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนได้ ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ รทสช. ที่หวังแก้ไขปัญหา ปากท้องให้ประชาชน โครงการนี้มีประสิทธิภาพเห็นผล ได้จริง มีโมเดลอยู่ที่ ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท ชาวบ้านพลิกวิกฤติหันมาเลี้ยงโคจนประสบความสำเร็จ จับเงินล้านได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี จะทำให้คนชัยนาทร่ำรวยด้วย โครงการโคล้านครอบครัว และ รทสช.ภายใต้การนำ ของ พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาประเทศ ยกระดับ ความเป็นอยู่ของประชาชนหลายด้าน และจะสานต่อ สิ่งที่ทำสำเร็จ ผลักดันให้เกิดสิ่งดีๆเพื่อประชาชน ตามแนวคิด “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ทั้งนี้ มีแฟนคลับ ตัวน้อยที่มารอต้อนรับ ร้องเพลง “ลุงตู่อยู่ไหน” ส่งกำลังใจเชียร์ที่มาหาเสียงในวันนี้
“ท็อป” ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย
ที่ตลาดอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชทพ. คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา พร้อมแกนนำพรรค ไหว้ศาลเจ้าพ่อพญาจักร และเดินพบปะประชาชนในตลาดช่วยนายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3 หาเสียง นายวราวุธกล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ยังต้องช่วยลูกพรรคเคาะประตูบ้านทุกเขตที่สุพรรณบุรีเป็นพิเศษวันที่ 12 พ.ค. จะเดินตลาด อ.เมืองสุพรรณบุรี เป็นการปิดท้ายการหาเสียง เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์เรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อย นายวราวุธตอบว่า ไม่เห็นด้วย กับรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะจะนำไปสู่การยุบสภา ก่อนสิ้นปีนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และยังสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลสำหรับจัดเลือกตั้ง อยากเห็นภาพ ของรัฐบาลเสียงข้างมากเกิน 250 เสียง และหลังเลือกตั้ง เสร็จก็ไม่มีขั้วเก่าขั้วใหม่แล้ว มีแต่ขั้วไหนที่รวบรวมเสียงได้มากกว่า ขอรอดูรัฐบาลเสียงข้างมาก
100 วันแรกดันตั้ง ส.ส.ร.รื้อ รธน.
ต่อมาช่วงเย็นที่สามย่านมิตรทาวน์ พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส.กทม. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในรูปแบบการรับฟังความเห็นของกลุ่มเยาวชนที่ทำงานร่วมกับพรรคในชื่อกลุ่ม “ไทย Young พัฒนา” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์นำป้ายไฟและป้ายที่ติดชื่อผู้สมัคร ส.ส.ร่วมสร้างสีสัน นายวราวุธกล่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้หลังจัดตั้งรัฐบาลภายใน 90-100 วัน คือกลไกของการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องเกิดขึ้น เพื่อให้การยกร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนเกิดขึ้นเร็วที่สุด จากนั้นคือการแก้ปัญหาปากท้อง ส่วนประเด็นเรื่องกัญชา ต้องมาพิจารณาหลังได้รัฐบาลใหม่ว่าจะดำเนินการให้กลับไปควบคุม หรือเร่งออกกฎหมายเพื่อควบคุม “ตอนนี้จะหักด้ามพร้าด้วยเข่า จะมีกลุ่มต้าน สิ่งที่เร่งทำคือออกกฎหมายควบคุมให้เร็วที่สุด”
ก้าวไกลฟีเวอร์แต่วืดร่วม รบ.
วันเดียวกันนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “อนาคตใหม่ของก้าวไกล เรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อยพอจะได้ยินอยู่บ้าง มีบางกลุ่มพยายามเดินเกม แต่ไม่อยากพูดให้บาดใจกัน รัฐบาลเสียงข้างน้อยถ้าจะเกิดขึ้นจริงต้องมีเสียงห่างกันน้อยมาก เช่น 10 หรือไม่เกิน 20 เสียง ตั้งเสียงข้างน้อยไปก่อน แล้วไปต้อนพรรคเล็กพรรคน้อย หรืองูเห่าพรรคใหญ่ แล้วก็ดันทุรังร่วมกันไป ถ้ามีคนกระสันในอำนาจมาก อาจมีเสียงข้างมากได้ แต่ถ้าอีกซีกหนึ่งชนะแบบขาดลอย 300 เสียงขึ้นไป รัฐบาลเสียงข้างน้อยคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ต้องยอมรับว่ากลุ่มอำนาจเดิมพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาอำนาจเดิมไว้ ขณะที่ กลุ่มฝ่ายค้านเดิมอยากมีอำนาจใหม่ จึงพยายามทุกรูปแบบให้ชนะขาดลอย ยิ่งถ้าได้ 376 เสียง ก็ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่พะวงอยู่กับก้าวไกลคือเสียงอาจได้มาเยอะพอสมควร แต่จะได้ เป็นรัฐบาลหรือเปล่าชักไม่แน่ใจ เพราะวิบากกรรมอาจทำให้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล อาจได้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งได้ร่วมโหวตนายกฯ แต่เมื่อมี นายกฯ แล้วตอนนั้นพรรคก้าวไกลอาจมีเหตุปัจจัย หรือเงื่อนไขอะไรบางอย่างกับอนาคตใหม่ของก้าวไกล ทั้งความแรงความใหม่และความสด จะเข้ากับบริบทสังคมไทยยุคนี้หรือไม่ หรือต้องเป็นเรื่องของอนาคตใหม่ที่ยังจะต้องก้าวอีกไกล มีอะไรลึกๆของรัฐบาลเสียงข้างน้อย และพรรคก้าวไกลที่ขออุบไว้คนเดียวดีกว่า ทั้งสายมู สายมาร และสายมนุษย์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้มาก”
กกต.ให้พึงระวังเลือกตั้งล่วงหน้า
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าว แจ้งเตือนข้อพึงระวังในวันเลือกตั้งล่วงหน้าว่า วันที่ 7 พ.ค. เป็นวันเลือกตั้ง ล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง และนอกเขตเลือกตั้ง ขอแจ้ง เตือนผู้สมัครรับเลือกตั้งและประชาชนให้พึงระวัง ไม่ทำการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ดังนี้ 1.ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 พ.ค. จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 พ.ค. ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ห้ามไม่ให้ผู้สมัครจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง หรือนำกลับไปจาก ที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับ เพื่อการออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร โดยห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการเพื่อจูงใจ หรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไปลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับ หน่วยงานของรัฐในการจัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3.ห้ามไม่ให้ผู้บังคับ บัญชาหรือนายจ้างผู้ใดขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความสะดวกพอสมควรต่อการไปใช้สิทธิ เลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกจ้าง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ชัชชาติ” ตรวจดูความพร้อม กทม.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลัง ตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งกล้อง CCTV ห้องเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ณ ศูนย์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ชั้น 2 ศาลาว่าการ กทม. ว่า มาดูการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. ที่ กทม.มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้กว่า 800,000 คน หน่วยเลือกตั้งที่จะมีประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุดคือ หน่วยเลือกมหาวิทยารามคำแหง เขตบางกะปิ ประมาณ 52,000 คน ภาพรวมมีความพร้อมทุกจุด มีล่าช้าเล็กน้อยที่เขตปทุมวัน เพราะอยู่ ในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเป็นพื้นที่ของเอกชน ขณะนี้ ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว สำหรับกล่องหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตจะมีกล้อง CCTV ติดตั้งไว้ทั้ง 33 จุด มีลิงก์ที่ประชาชนสามารถเข้าดูได้ กำลังขออนุมัติจาก กกต. เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำเสริมเพิ่มเติมขึ้นมา กกต.ให้ความร่วมมือที่ดีมาตลอดเพื่อสร้างความโปร่งใส กทม.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งทั้งวันที่ 7 พ.ค. และวันที่ 14 พ.ค.