พรรคชาติไทยพัฒนา นำทีมบุกกรุงปราศรัยใหญ่กลาง กทม. ครั้งแรก เดินหน้าผสานทุกเจเนอเรชัน “วราวุธ” ย้ำ เน้นทำงานเป็นทีม แก้ป้ญหา ไม่สร้างภาระ “ชูวิทย์” โผล่หนุน พร้อมถามนโยบายกัญชาเสรี

วันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนา นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรค นายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการอำนวยการ และนายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. และพื้นที่ใกล้เคียง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกใน กทม. เพื่อขอคะแนนเสียงจากคนทุกรุ่น

นายวราวุธ กล่าวปราศรัยในช่วงหนึ่งว่า พรรคชาติไทยพัฒนา ผสานความร่วมมือกับคนทุกเจเนอเรชัน จากมุมมองว่า ความเป็นคนรุ่นใหม่ไม่ได้ตัดสินกันที่อายุ แต่วัดจากศักยภาพทางความคิด ดังนั้นเราจึงรับฟังความคิดที่ทันสมัย ก้าวหน้า ให้เกียรติผู้อื่น เคารพในความเห็นต่าง และพร้อมแก้ไขปัญหานั้นด้วยสันติวิธี เรามองการเมืองสร้างสรรค์เป็นหลัก เพื่อการพัฒนาประเทศ ไม่เน้นสร้างศัตรู ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร

“คุณจะอายุ 70 ปี 50 ปี หรือ 30 ปี ถ้ามีความคิดตรงกับเรา เชื่อมั่นว่าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนา เราจึงมีภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ในทุกๆ เจเนอเรชัน มาทำงานร่วมกัน นำประเทศไปสู่อนาคต และผสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในรูปแบบที่ไม่ทิ้งภาระให้ลูกหลาน ทั้งในมิติ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเชื่อว่าถ้าทุกคนร่วมมือกัน ทุกอย่างก็สามารถเป็นจริงได้”

...


“กัญจนา” อ้อนคน กทม. กาชาติไทยพัฒนาไม่เสียของ

จากนั้น น.ส.กัญจนา กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ตลอดชีวิตการเมืองเกือบ 30 ปี เป็นครั้งแรกที่ได้ปราศรัยอย่างเป็นทางการใน กทม. อยากมีโอกาสบ่อยๆ ซึ่งพื้นที่ กทม. เป็นงานหินของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ไม่เคยย่อท้อ ส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.เรื่อยมา การเลือกตั้งรอบนี้ก็ส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม. 15 เขต เพื่อมีตัวแทนรับฟังแก้ปัญหาให้กับคน กทม. ขณะนี้มีเสียงวิจารณ์ถึงพรรคชาติไทยพัฒนา ที่คาใจมาตลอด คนพูดว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคท้องถิ่น พรรคชนบท พรรคบ้านๆ เราไม่ปฏิเสธแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เราเป็นพรรคทั้งบ้าน ทั้งเมือง เลือกตั้งครั้งที่แล้วมี ส.ส. 12 คน แต่มี 1 รัฐมนตรีว่าการ และ 1 รัฐมนตรีช่วยว่าการ แม้เป็นพรรคเล็กแต่มีคุณภาพขนาดนี้ หากวันหน้าเราใหญ่จะมีคุณภาพขนาดไหน เลือกพรรคชาติไทยพัฒนาไม่เสียของแน่

ส่วนข้อวิจารณ์ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีจุดยืน หรือไม่ชอบจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอถามกลับว่าจุดยืนหมายถึงอะไร หากบอกว่าเลือกสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ฟังความเห็น ใครเห็นต่างเป็นศัตรูหมด พรรคไม่มีจุดยืนตรงนั้น จุดยืนของพรรค คือ ยืนบนพื้นที่ที่มุ่งมั่นทำงานเป็นประโยชน์ให้ประชาชน ที่มีประชาธิปไตยสวยงาม รับฟังความเห็นทุกฝ่าย บูรณาการความเห็นแตกต่างไปสู่การพัฒนาประเทศยั่งยืน

“ขอกราบเมตตาจากคน กทม. และจังหวัดต่างๆ ทั้งประเทศไทย ไม่ว่าตัดสินใจแล้วหรือไม่ได้ตัดสินใจ พิจารณาพรรคชาติไทยพัฒนาไว้ในหัวใจ และกาทั้งคนทั้งพรรค ขอย้ำจุดยืนอีกครั้งว่า ความเป็นชาติไทยพัฒนาไม่ใช่พรรคชนบท แต่เราเป็นพรรคทั้งชนบทและเมือง เราคือพรรคเล็กมีคุณภาพ พร้อมเติบโตเป็นพรรคใหญ่ที่มีคุณภาพยิ่งกว่า มีจุดยืนประชาธิปไตยที่สวยงาม บูรณาการทุกความเห็นไปสู่ความเจริญของประเทศชาติด้วยกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานเวทีปราศรัยใหญ่ใจกลางเมืองของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่สามย่านมิตรทาวน์ นอกจากจะปราศรัยหาเสียงของแกนนำพรรคแล้ว ยังให้ผู้สมัคร ส.ส. กทม. 15 เขต ขึ้นเวทีแนะนำตัวและหาเสียงกับประชาชน ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายณัฐกานต์ สุวรรณะโสภณ
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์
เขตเลือกตั้งที่ 6 นายวรวุธ ลีลานภาศักดิ์
เขตเลือกตั้งที่ 10 พลตรีหญิงดาวใจ เจิมเจิดพล
เขตเลือกตั้งที่ 12 นายพิเชฐ เดชอรัญ
เขตเลือกตั้งที่ 17 นายฮาซัน วันนุ
เขตเลือกตั้งที่ 18 นายพันธุ์ปิติ โพธิ์วิจิตร
เขตเลือกตั้งที่ 20 นายณัทพัช อัคฮาด
เขตเลือกตั้งที่ 21 นายอริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์
เขตเลือกตั้งที่ 23 นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์
เขตเลือกตั้งที่ 24 นางสาวกัณฐณัฏฐ์ สุวรรณประภา
เขตเลือกตั้งที่ 25 นายอดิศักดิ์ อู่งามสิน
เขตเลือกตั้งที่ 26 นายภาณุพณ พฤฒิวโรดม
เขตเลือกตั้งที่ 27 นายอัศวิน คูร์พิพัฒน์
เขตเลือกตั้งที่ 32 นายวาริช อินทนนท์

“ชูวิทย์” โผล่สนับสนุน อวยพรให้ชนะเลือกตั้ง

ขณะที่ในเวลา 19.00 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวต่อต้านกัญชาเสรี เดินทางมายังพื้นที่ปราศรัย ได้เข้าทักทาย นายวราวุธ โดยขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกับนายวราวุธด้วยว่า ในฐานะศิษย์เก่า พรรคชาติไทย ขอมาสนับสนุนการปราศรัยโดยไม่คิดค่าตัว นายวราวุธ มีประสบการณ์ทางการเมือง ได้รับการถ่ายทอดวิชาการเมืองมาจากนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ขอสนับสนุนให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้ ส.ส.กทม. ซึ่ง นายวราวุธ ได้ไหว้ขอบคุณ

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ได้ตั้งคำถามต่อนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งนายวราวุธ ประกาศกลางเวทีว่าไม่สนับสนุนการเปิดเสรีกัญชา เพราะมีผลกระทบกับประชาชน จากนั้น นายชูวิทย์ ได้ฝากไล่หนู เพราะใน กทม. มีเยอะ ไม่รู้ว่าไปที่สุพรรณบุรีหรือไม่ นายวราวุธ ตอบว่า “ไม่เห็นๆ” ก่อนจะกล่าวว่า เหลือเวลา 1 สัปดาห์ที่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศไทย และกำหนดการแก้ปัญหา การทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนาจะผสมผสานการทำงานระหว่างคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ เพราะเราทำงานเป็นทีม เน้นการแก้ป้ญหา ไม่สร้างภาระให้กับคนรุ่นลูก และพรรคยังมีแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน แก้หนี้ในระบบ พัฒนาระบบการศึกษาของเยาวชนที่เรียนในสิ่งที่ใช่

“สันติ” เย้ย นโยบาย 300 ข้อ ทำทัน 4 ปีหรือไม่

ขณะที่ นายสันติ ปราศรัยว่า ขณะนี้มีนักการเมืองแบ่งฝ่ายคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นเด็กสร้างความแตกแยก แบ่งฝ่าย เพื่อประโยชน์ของตนเอง พรรคชาติไทยพัฒนาไม่สนใจการแบ่งฝ่าย ไม่สนการต่อสู้ทางการเมืองแบบไร้วัฒนธรรม พรรคชาติไทยพัฒนาที่ยืนอยู่ได้วันนี้เพราะทำงานดีขึ้นทุกวัน สำหรับปัญหาของประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ 80% ทำกินแบบแร้นแค้น นักการเมืองยังทะเลาะกันแย่งชิงมวลชน โดยไม่สนใจและไม่เกรงใจประชาชน พรรคชาติไทยพัฒนาเกรงใจและใส่ใจดูแลประชาชนให้เสมอภาคเท่าเทียมทุกมิติ ทั้งการเมืองและสังคม ขณะที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ผ่านมา พบว่ามุ่งเน้นที่การเพิ่มจีดีพีเท่านั้น ไม่สนใจว่าประชาชนยากจนลงเท่าไร ซึ่งนโยบายของพรรคไม่เน้นที่ตัวเลขจีดีพี เพราะมุ่งเน้นการทำนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน

“ตอนนี้มีพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายทั้ง 300 ข้อ ผมขอถามว่าจะทำทัน 4 ปีหรือไม่ หรือบางพรรคเสนอ 70 นโยบาย หากแตกแยกกันจะทำได้หรือไม่ ส่วนนโยบายของพรรค 14 ข้อ คิดเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งของรากฐาน ในการเลือกตั้งรอบนี้พรรคชาติไทยพัฒนามีความจริงใจกับประชาชน นำเสนอนโยบายเพื่อแก้ปัญหาที่ตรงจุด รับฟัง ทำจริง ยึดประชาชนเป็นหลักในการทำงาน บางพรรคการเมืองชูคนที่เป็นพระเอกและนางเอก แต่พรรคชาติไทยพัฒนา แม้จะชู นายวราวุธ เป็นนายกฯ แต่เบื้องหลังมีทีมทำงานที่เป็นกำแพงเหล็ก เป็นคนทำงานที่มีประสบการณ์ที่หลากหลายแตกต่าง ผมไม่สามารถสัญญากับประชาชนว่าหลังเลือกตั้งจะให้อะไรกับประชาชนเพราะผิดกฎหมาย แต่ผมสัญญาว่าหากประชาชนกาเบอร์พรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ และ 14 พฤษภาคม จะได้คนที่ทำงานให้ประชาชนแบบทีมที่มีผู้นำหลากหลาย ไม่คดโกง กาทีเดียวได้ทั้งทีม ดีกว่ากาทีเดียวได้คนเดียว”