“บิ๊กป้อม” กราบพระผุด ก่อนลุยหาเสียงภูเก็ต ขอสุขภาพแข็งแรง ถ้าร่างกายพร้อมก็เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศได้ มั่นใจกวาดทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ภูเก็ต โดยก่อนขึ้นเวที พล.อ.ประวิตร พร้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค เดินทางเข้ากราบสักการะหลวงพ่อผุด ที่วัดพระทอง ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชาของชาวภูเก็ต ที่มักมาขอพรในเรื่องการงาน การค้าขาย ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กท 5555 ภูเก็ต หลังเสร็จสิ้น
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าได้ขอพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอพรเรื่องสุขภาพให้แข็งแรงอย่างเดียว ถ้าแข็งแรงก็เป็นได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อร่างกายพร้อม ก็สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข และประเทศชาติพัฒนาไปข้างหน้าได้
จากนั้น พล.อ.ประวิตร เดินทางไปยังที่ถนนถลาง ย่านเมืองเก่าภูเก็ต พบปะพ่อค้าแม่ค้าประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้ามาทักทายให้กำลังใจ “ลุงป้อมสู้ๆ รักลุงป้อม” พร้อมกับขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่ง พล.อ.ประวิตร อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ขณะประชาชนบางคนที่ขับรถผ่านได้เปิดกระจกรถยนต์โบกมือให้กำลังใจ ก่อนจะแวะดื่มกาแฟที่ร้านโกปี้เตี่ยม จากนั้นสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม (ไหหลำ) เพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจจะได้ ส.ส.ภูเก็ต ยกจังหวัดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า มั่นใจยกทั้ง 3 เขตแน่นอน จากนั้นเดินทางไปเวทีปราศรัย
...
สำหรับเวทีปราศรัยใหญ่จัดขึ้น ณ อาคารยิมเนเซี่ยมนครภูเก็ต 4,000 ที่นั่ง นำโดย พล.อ.ประวิตร รวมถึงแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ส. อย่าง นายสันติ พร้อมพัฒน์, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, นายจิรายุส ทรงยศ ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 1, นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 2 และนายนัทธี ถิ่นสาคู ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 3
พล.อ.ประวิตร ปราศรัยว่า อบอุ่นใจที่ได้รับการต้อนรับจากชาวภูเก็ตเป็นอย่างดี ขอขอบคุณทุกคนที่มาด้วยใจ สามัคคี รวมใจเป็นหนึ่งเดียว อยากให้คนไทยรักกันเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อที่จะก้าวข้ามความขัดแย้งและความยากจนไปด้วยกัน ขอให้เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครทั้ง 3 คน 3 เขตที่ยืนอยู่ตรงนี้ เมื่อเรามีความรักความสามัคคี เราก็จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นโยบายพรรคพลังประชารัฐต้องการทำให้ประชาชนมีความสุข ขอยืนยันว่านโยบายของพรรคเราทำได้จริงและทำได้ทันทีที่เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีตนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าอยากให้เป็นนายกฯ ก็ขอให้เลือกพรรคพลังประชารัฐ
ทั้งนี้ ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 3 เขต จะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวภูเก็ต ทั้งในเรื่องการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. การเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนด และพรรคพลังประชารัฐจะกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โดยผลักดันให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวพิเศษ รวมถึงผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษอันดามัน “เราจะแก้ปัญหารถติด การจราจรติดขัดในเมือง รวมถึงแก้ปัญหาเรื่องประมงชายฝั่ง เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับชาติ ทำรายได้เข้าประเทศมามากมาย แต่รายได้ของคนภูเก็ต ยังไม่ดีเท่าที่ควร ระบบสาธารณูปโภค ยังไม่พอกับความต้องการ ถนนยังแคบไฟฟ้ายังตก บางพื้นที่น้ำยังขาดแคลน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขโดยพรรคพลังประชารัฐ”
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐต้องได้มาตรฐานสากล เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองนานาชาติ ชาวภูเก็ตต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรม พรรคพลังประชารัฐจะสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมไปถึง พ.ร.บ.อาคาร และต้องมีการพัฒนาสนามบิน ถนน และระบบขนส่งมวลชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย ทั้งหมดคือสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐจะทำทันที
อย่างไรก็ตามเมื่อ พล.อ.ประวิตร ปราศรัยจบก็ได้ปิดเวทีทันที โดยใช้เวลาอย่างกระชับ เพราะจะต้องเดินทางไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพบิดาของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศเวทีวันนี้มีประชาชนมารอฟังการปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐเต็มความจุของอาคาร มีป้ายไฟป้ายเชียร์ให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จำนวนมาก พร้อมกับมีประชาชนส่งเสียงตะโกนคำว่า “ลุงป้อมสู้ๆ” และ “ขอให้เป็นนายกฯ” ด้วย