เพื่อไทยย้ำจุดยืนไม่เอากัญชาเสรี เตือน ใครแจ้งเท็จโดนฟ้องกลับแน่ “ภูมิธรรม” สวน “ศุภชัย” ก่อนพูดควรรู้ข้อมูลจริง หลังกล่าวหา “เศรษฐา” เป็นแค่นักแสดง ย้อน ให้ไปดูแคนดิเดตนายกฯ พรรคตัวเอง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงข่าวแสดงจุดยืนการเมืองไทยต้องไม่เหมือนปี 62 ประชาชนต้องมีทางออก ณ พรรคเพื่อไทย โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันเดินหน้าประชาสัมพันธ์นโยบายไปสู่พี่น้องประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่พบว่าผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึง นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยในการคัดค้านกัญชาโดยไม่มีกฎหมายรองรับ เป็นการใส่ความ และกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยนั้น

นายประเสริฐ ย้ำว่าการพูดของ นายเศรษฐา บนเวทีปราศรัยเป็นเรื่องปกติในการหาเสียง การวิเคราะห์ว่าต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคทั้ง 2 ใบเพื่อให้ชนะแลนด์สไลด์ เพราะถ้าไปเลือกพรรคอื่นอาจทำให้ลุงอยู่ต่อ ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในการหาเสียง ดูจากการเมืองในปัจจุบัน พฤติกรรมของหัวหน้าพรรคบางคนในอดีต เช่น ในการเลือกตั้งปี 2562 เคยบอกว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไปโหวตให้ และนำพรรคของตนเป็นนั่งร้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ มา 4 ปี ส่วนเรื่องกัญชา พรรคเพื่อไทยไม่เอากัญชาเสรี แต่เอากัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น พรรคเพื่อไทย ไม่เคยมีส่วนร่วมในการปลดกัญชาออกจากยาเสพติด เรารังเกียจยาเสพติด และถ้าเป็นรัฐบาลจะหยุดกัญชาเพื่อสันทนาการหรือการพี้เสรีที่รัฐบาลนี้เปิดช่องไว้ทันที

...

ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีถือเป็นสิทธิ์ แต่ขอยืนยันว่าสิ่งที่ นายเศรษฐา พูดไม่มีเนื้อหาตอนใดที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่ความเท็จ ไม่เป็นการใส่ร้าย เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ถ้ามีการไปแจ้งความทั่วประเทศจริงตามข่าวคนจะตั้งคำถามว่าเป็นการแก้เกี้ยวหรือกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริตหรือไม่ ผลเสียจะเกิดกับผู้แจ้งเอง และถ้าแจ้งเท็จจะโดนฟ้องกลับแน่ สำหรับเรื่องที่ นายอนุทิน พูดว่า ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ส่ายหน้าจากการปราศรัยของนายเศรษฐานั้น ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย เป็นการดิสเครดิตนายเศรษฐาโดยไม่มีมูลความจริง ในทางตรงข้ามพรรคเพื่อไทยรวมทั้งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่ออยู่ข้างหลังนายเศรษฐา ยืนเคียงข้าง เชื่อมั่นในนายเศรษฐา และขอบคุณในการทำหน้าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอย่างดียิ่ง เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีวุฒิภาวะ มีความเป็นผู้นำสูง และมั่นใจว่าจะพาพรรคเพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

“พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า นายเศรษฐามีบุคลิกนอบน้อม ให้เกียรติผู้อื่น และที่ผ่านมาได้หลีกเลี่ยงการโจมตีในทางลบต่อพรรคการเมืองอื่น แต่ในขณะเดียวกันมีจุดยืนที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อความคิดและคำพูดของตน และการเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับเป็นประโยชน์ต่อการทำงานการเมือง เพราะการบริหารประเทศต้องใช้ทักษะการบริหารจัดการทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำพาประเทศออกจากหลุมดำที่ประสบอยู่”

ขณะเดียวกัน อีกไม่กี่วันจะเลือกตั้งแล้ว พรรคเพื่อไทยจะมุ่งมั่นเดินหน้าบอกประชาชนว่าถ้าเลือกเพื่อไทยแล้วชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร และทำไมต้องเลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบให้แลนด์สไลด์ เพื่อไปโหวตให้ชนะเสียง ส.ว. 250 คน และเป็นรัฐบาลผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ เลือกพรรคเพื่อไทย ประเทศไทยเปลี่ยนทันที

ทางด้าน นายภูมิธรรม ชี้แจงเสริมถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่านายเศรษฐาเป็นเพียงนักแสดง ไม่ใช่ตัวจริงในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า ตัวนายศุภชัยเองก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองคนหนึ่ง จะมาวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะเรื่องของพรรคการเมืองอื่นก็ต้องรู้ข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่ตัวเองจะพูดข้อมูลของพรรคการเมืองอื่นต้องมีความรู้พื้นฐานก่อน สิ่งที่พูดมาสะท้อนให้เห็นว่าคิดไปเองแล้ววิจารณ์ ทำให้คนอื่นเสียหาย ขอยืนยันว่านายเศรษฐาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของพรรคเพื่อไทย การต้อนรับของสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ทำงานการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทยมา สิ่งที่นายเศรษฐาเป็นเพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะ จากการที่ได้ไปพบปะประชาชนและที่สื่อมวลชนได้สัมผัส จะรู้ว่าตัวตนนายเศรษฐาเป็นคนอย่างไร และพรรคเพื่อไทยก็เคยยืนยันแล้วว่า แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คน มีความเหมาะสมและพร้อมจะเป็นนายกฯ เพราะทุกคนมีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกัน 1 ใน 3 คนพร้อมที่จะเป็นนายกฯ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอ 3 คน เพื่อให้ได้หนึ่งศักยภาพในการทำหน้าที่นายกฯ มาแก้ปัญหาสลับซับซ้อน การที่นายศุภชัยมาวิพากษ์วิจารณ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยเป็นหุ่นเชิด หรือเป็นเพียงนักแสดง ก็ต้องให้กลับไปย้อนดูแคนดิเดตนายกฯ ของตนเองว่าเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ไปหาจุดต่างเหล่านั้นแล้วค่อยมาดู การที่จะวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ แต่ต้องทำโดยกว้างไม่ใช่มาคิดเอาเองหรือชอบวิจารณ์ด้อยค่าคนอื่นแบบนี้

“ถ้าวันนี้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงมาอันดับหนึ่งใกล้ 376 เสียง ก็ไม่เอาพรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาล แต่ในความเป็นจริงทางการเมืองก็ต้องมาดูหลังวันที่ 14 พฤษภาคม ว่าเสียงของพรรคเพื่อไทยจะได้กี่ที่นั่ง ประชาชนให้ความไว้วางใจสนับสนุนใคร ถ้าประชาชนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับหนึ่งก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องตั้งรัฐบาล แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายมุ่งไปสู่แลนด์สไลด์”

ส่วนเรื่องสูตรการตั้งรัฐบาลที่สำนักโพลและนักวิชาการวิเคราะห์เพื่อไทย+ก้าวไกล 160 ที่นั่ง รวมกันได้ 300 จำเป็นต้องเอาพรรคภูมิใจไทยมาร่วมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่อยากคิดว่าจะได้เท่าไร เพราะคิดว่าวันนี้ประเมินว่าตัวเองได้เท่าไร ส.ส. ในสภาฯ ก็เกิน 1,000 แล้ว จึงดูที่ความเป็นจริง ถ้าถามหลังการเลือกตั้งรู้ผลแล้วจะตอบได้ง่ายกว่าและเป็นจริงมากกว่า ไม่ใช่มาบอกว่าถ้าคิดหรือคิด เพราะทั้ง 2 คำเป็นความอยาก ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้อย่างนั้นก็ได้ เราฝันเราตั้งใจว่าจะได้ 310 ที่นั่ง อาจจะไม่ได้ก็ได้ 150-160 ที่นั่งอาจจะเหลือแค่ 60 ที่นั่งก็ได้ เพราะต้องอยู่กับความเป็นจริงและการตัดสินใจของประชาชน.