ชาวจันทบุรีร่วมฟังปราศรัยพรรคเพื่อไทย “เศรษฐา” ซัด “บิ๊กตู่” บริหารเศรษฐกิจตกต่ำ หากเป็นรัฐบาลพร้อมเจรจาตลาดต่างประเทศ ส่งสินค้าไทยสร้างรายได้ “ณัฐวุฒิ” ย้ำ ต้องแลนด์สไลด์ ไม่ปันใจให้ใคร
วันที่ 4 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัย คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ณ สนามสามเหลี่ยม ทุ่งนาเชย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัครประกอบด้วย นายมงคล ศรีคำแหง ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, นายวันทิต ตั้งรักษาสัตย์ ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2, นายแสนคม อนามพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 โดยมีพี่น้องในอำเภอเมือง และอำเภอใกล้เคียงมาร่วมฟังปราศรัยกันหนาแน่น
...
นายเศรษฐา เริ่มปราศรัยว่า มาถึงจันทบุรีได้ยินเสียงโห่ร้องไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแต่ไกล เพราะสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ พี่น้องประมงบอกว่าออกเรือทำมาหากินไม่ได้ รายได้ลดลง เราเคยเป็นเจ้าสมุทรส่งออกสัตว์น้ำ 3 แสนล้านบาท ทุกวันนี้ต้องนำเข้าสัตว์น้ำ จนเมื่อวานได้พบกับเอกอัครราชทูตจากอียู คนที่รับผิดชอบเจรจาต่อรองเรื่องกฎหมายประมง ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาประมงทันที ส่วนพี่น้องเกษตรกรผลไม้จันทบุรี ก็บอกว่าเขามีทุเรียน เงาะ มังคุด แต่ราคาตกเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยไปขายของ ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะไปพลิกทุกหย่อมหญ้าหาตลาดให้ได้ขายสินค้า รวมถึงพลอยเมืองจันท์ที่มีชื่อเสียง เราก็จะส่งเสริมหาตลาดพัฒนาไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
“วันที่ 14 พฤษภาคม ขอพี่น้องเทใจให้พรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค เรามีบัตร 2 ใบ บัตรสีเขียวเลือกพรรค บัตรสีม่วงเลือก ส.ส.เขตให้เพื่อไทยจันทบุรีทั้ง 3 คน มาดูแลพี่น้อง เลือกตั้งคราวนี้ปันใจไม่ได้อีกแล้ว”
ต่อมา นายสุทิน ปราศรัยว่า ปัญหาเศรษฐกิจของพี่น้องจันทบุรี มีปัญหาราคาพืชผล ทุเรียน พลอย ซบเซา ต้องใช้คนมีประสบการณ์อย่างพรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ไข เพราะเราเคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจวิกฤติต้มยำกุ้งมา เรารู้ เราแก้ปัญหาที่ราก ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใช้นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่จะมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 5 แสนล้านบาท ครอบครัวไหนรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท เราพร้อมอุดหนุนให้ถึง และยังมีนโยบายอีกกว่า 70 นโยบาย ช่วยเหลือทั้งอาชีพสวัสดิการไปถึงรักษาพยาบาล
“การเลือกตั้งคราวนี้สำคัญ และอย่าประมาทเด็ดขาด อย่าหลงกับเหล้า อย่าเมากับเงินเล็กน้อย เพราะถ้ากาผิดจะเหมือนตกนรกไปอีก 4 ปี แต่ถ้ากาถูกชีวิตก็จะดีขึ้นไปอีก 4 ปีเช่นกัน”
จากนั้น นายณัฐวุฒิ ขึ้นกล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมาพอหรือยังกับรัฐบาลที่ไร้ความสามารถ นายกรัฐมนตรีที่ไร้วิสัยทัศน์ พอกันทีกับนักการเมืองปล้นอำนาจเราไปแล้วไม่มีฝีมือแก้ปัญหา ต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเลือกเพื่อไทย คนจันทบุรีจะเขียนประวัติศาสตร์ร่วมกับพี่น้องชาวไทยจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตย คนจันทบุรีจะไม่ยอมอำนาจเผด็จการอีกต่อไป ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกทะเลไปได้แล้ว
“วันนี้พรรคเพื่อไทยชัดแจ้งแดงแจ๋ที่สุดแล้ว ถ้าเลือกพรรคอื่นได้ประยุทธ์แน่ ถ้าเพื่อไทยไม่ถึง 250 ประยุทธ์ก็มาแน่เพราะเขามี ส.ว. 250 หนุน ดังนั้นนี่คือเหตุผลว่าทำไมเพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ ไม่ใช่แลนด์ให้เพื่อไทยได้อำนาจ แต่แลนด์สไลด์ให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากประยุทธ์เสียที ถ้าไม่หลุดคราวนี้ประยุทธ์ก็อยู่ยาว ตัดสินใจให้ดี อนาคตคราวนี้กากบาทครั้งเดียว เลือกเพื่อไทย 2 ใบไม่ปันใจให้ใครทั้งสิ้น”
ขณะที่ นายจาตุรนต์ ขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย กล่าวว่า เพราะประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย มีผู้นำที่ไร้ความสามารถ ทำให้เครื่องจักรเศรษฐกิจทุกตัว ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว ประมง ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำทั้งหมด เพราะต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไป เขาก็ไม่เจรจาด้วย การจะแก้ไขปัญหาได้ต้องเริ่มต้นที่รัฐบาลประชาธิปไตยก่อน เพื่อกลับมาเริ่มต้นเจรจาการค้า FTA หาตลาดใหม่ให้พืชผักผลไม้สร้างรายได้ จากนั้นค่อยไปตามแก้กฎหมายไม่เป็นประชาธิปไตยด้วยการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เอายุทธศาสตร์ชาติออกไป เช่นนี้แล้วประชาธิปไตยก็จะเดินหน้าควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ เป็นประชาธิปไตยกินได้
“พี่น้องต้องอย่าหวั่นไหว ใครบอกแบ่งคะแนนไปเลือกคนอื่น ประยุทธ์ก็จะกลับมา ถ้าอยากให้ประยุทธ์ออกไป บ้านเมืองประชาธิปไตย เพื่อไทยคือคำตอบ บอกต่อๆ กันไปเลือกเพื่อไทย 2 ใบเท่านั้น”