“ลุงป้อม” เมิน พท.เชิดใส่ไม่สังฆกรรมตั้งรัฐบาล เมินใครไม่จับมือด้วยก็อยู่คนเดียว “ธนกร” เย้ยผลโพลไม่ใช่ผลเลือกตั้งโอ่ปักษ์ใต้สวนตรงกันข้ามเรตติ้ง “พี่ตู่” พุ่งกระฉูด คนแดนสะตอเลือกถล่มทลาย “เขตรัฐ” ซัดบางพรรคตั้งกลุ่มไอโอปั่นกระแส “ก้าวไกล” โต้กระหน่ำไอโอ ปั่นโซเชียล ขี่กระแสโพลตีปี๊บกวาด 160 ส.ส. “ชัยธวัช” วาดฝัน พท.-ก.ก.เรือล่มในหนอง ครองเสียงข้างมากเกิน 300 ที่นั่ง ทิ้งขาดขั้วอำนาจเก่า 100 เสียง ปิดประตู 2 ลุงแย่งชิงรวมเสียงตั้งรัฐบาล “พิธา” โวสีส้มฟีเวอร์มาไกลเกินกว่าจะแพ้ “พท.-ภท.” ฟัดกันไม่เลิก “เสี่ยหนู” โต้เดือดใครโกหก ขุดอดีต พท.ได้ ส.ส.มากสุดแต่โหวตหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ ตอกหน้า“เศรษฐา” ละอ่อนการเมืองปล่อยไก่ไม่รู้จริงแล้วมาพูด “นรวิชญ์” ขู่กลับฟ้องเท็จระวังถูกยุบพรรค “เสี่ยนิด” ลั่นยอมติดคุกป้องลูกหลานถูกมอมเมาเป็นทาสกัญชา

จากกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศจุดยืนชัดเจนจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ระบุว่า พร้อมทำงานได้กับทุกพรรค แต่หากใครไม่จับมือด้วยก็อยู่คนเดียว

“ลุงป้อม” นำดรีมทีม ศก.สรุปนโยบาย

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรค พปชร. พร้อมทีมเศรษฐกิจพรรค ร่วมแถลง “สรุปนโยบาย โค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้งเป็นรัฐบาล พลังประชารัฐ” โดย พล.อ.ประวิตรแถลงนำว่า เหลืออีก 10 วันจะเลือกตั้ง ได้เน้นหาเสียงให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีด้วย 7 นโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง ก้าวข้ามความยากจน ลดความเลื่อมล้ำ สร้างสวัสดิการเข้มแข็ง พลิกฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรมของสังคม และพลิกโฉมการบริหารงานของภาครัฐ จากนั้นให้ดรีมทีมเศรษฐกิจสรุปนโยบายแต่ละด้าน อาทิ เพิ่มงบฯกองทุนหมู่บ้านละ 2 แสนบาท ภายใต้งบฯ 1 แสนล้านบาท ปุ๋ยคนละครึ่งจัดตั้งกองทุนปุ๋ยประชารัฐ ทุนการเพาะปลูกครัวเรือนละ 3 หมื่นบาท 8 ล้านครัวเรือน ยืนยันถ้าเป็นรัฐบาลจะทำทันทีทุกนโยบาย

...

ใครไม่จับมือ พปชร.ก็อยู่คนเดียว

ต่อมาเวลา 11.15 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงเรตติ้งความนิยมพรรคที่เพิ่มขึ้นหลังนำทีมแกนนำนั่งรถไฟลงพื้นที่ว่า ดีใจ ถ้าผู้สื่อข่าวสนับสนุน พรรค พปชร.ก็ดีขึ้น ความพร้อมเป็นนายกฯแล้วแต่ประชาชนจะเลือก ถ้าเลือกตนก็พร้อม เมื่อถามว่าหลายพรรคเริ่มตีกันจะไม่จับขั้วรัฐบาลจับมือกับ พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ใครไม่จับผมก็อยู่คนเดียว แล้วถ้าได้ 300 กว่าเสียงแล้วจะไปจับกับใครล่ะ ขึ้นอยู่กับประชาชน ปล่อยให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจแล้วกันจะเลือกใคร เขาอยากพูดก็พูดกันไป อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนเป็นหลัก ต้องเชื่อมั่นในประชาชน ต้องไว้ใจประชาชน เมื่อถามว่า พรรค พปชร.และพรรค รทสช.จะจับมือไปไหนไปกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องดูตัวเลขหลังจากวันที่ 14 พ.ค. ก่อนทำงานได้กับทุกพรรค จะจับมือกับใครต้องดูแต่ละพรรค ทุกพรรคอยู่ในตัวเลือกทั้งนั้น แต่ต้องดูนโยบายด้วย ไม่ใช่นโยบายไม่ถูกกัน แล้วไปอยู่ด้วยกันขัดกันเปล่าๆ

โอ่ปักษ์ใต้เลือก “พี่ตู่” ถล่มทลาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครทสช. กล่าวว่า ผลโพลเหมือนว่าพรรค รทสช.อยู่อันดับ 3 อันดับ 4 บอกได้เลยว่าผลโพลไม่ใช่ผลเลือกตั้ง วันนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว มีพลังเงียบอยู่เยอะหากต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปข้างหน้าอย่างสงบ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เขาจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ฝ่าผลโพลไปเป็นนายกฯอีกครั้ง ภาคใต้สวนกระแสตรงข้ามผลโพลแน่นอน คะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ในภาคใต้สูงมาก เป็นชัยชนะของ พล.อ.ประยุทธ์จริงๆ มันมีพลังส่วนนี้อยู่เยอะ ภาคใต้เลือก พล.อ.ประยุทธ์ถล่มทลายแน่นอน

เย้ยบางพรรคตั้งกลุ่มไอโอปั่นกระแส

นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 4 เบอร์ 10 พรรค รทสช. พร้อมนายสามารถ มะลูลีม กรรมการบริหารพรรค รทสช. เดินหาเสียงที่ตลาดเช้าพระโขนง ภายในซอยปรีดี 2 โดยนายเขตรัฐกล่าวว่า ไม่กังวลผลโพลที่พรรคหนึ่งคะแนนนำ เชื่อว่าเป็นการทำ IO (ไอโอ) ตั้งกลุ่มแชตไลน์ ตั้งกลุ่มหรือทำคลิปหลุดออกมา มีการบริหารแบ่งงาน ตั้งกลุ่มเฝ้าดูจับกระแส สร้างกระแสในสื่อโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแพลตฟอร์มอื่นๆปั่นสร้างกระแสเป็น IO ทั้งสิ้น ตั้งเป็นกลุ่ม 9,000 คน ปั่นกระแสในทวิตเตอร์มากกว่า โลกสังคมออนไลน์กับโลกแห่งความเป็นจริงต่างกัน ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลงพื้นที่พบปะประชาชนทุกวัน ไม่เคยเห็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคนั้นเดินลงพื้นที่หาเสียงเลย

ก.ก.จัด 5 คาราวานส้มปั้น 160 ส.ส.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงข่าวว่า สัปดาห์สุดท้ายจะจัด “คาราวานก้าวไกล ถนนทุกสายมุ่งสู่ทำเนียบ” ได้แก่ ภาคเหนือ : สายมาเหนือ นำโดยนายชัยธวัช ภาคใต้ : สายในใต้หล้า นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ภาคตะวันออก : สายบูรพาไม่แพ้ นำโดยนายพิธาและ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ภาคอีสานแบ่งเป็น 2 สาย 1.สายเลือดอีสาน นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ก.ก. ภาคอีสาน 2.สายมิตรภาพ นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียง ก.ก. จะมาบรรจบกันที่เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายวันที่ 12 พ.ค. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชน กรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง เพื่อรวมพลังประชาชนทั่วประเทศส่ง ก.ก.สู่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเวลา 10 วันสุดท้ายจะทำงานอย่างหนัก ไปให้ถึงเป้าหมายสุดท้าย ส.ส. 160 ที่นั่ง

พท.-ก.ก.เกิน 300 ส.ส. 2 ลุงหมดสิทธิ

นายชัยธวัชกล่าวว่า สถานการณ์วันนี้ไม่เหมือนเลือกตั้งปี 62 ดูแนวโน้มโพลต่างๆ ประกอบกับโพลฝ่ายความมั่นคงและโพลพรรคต่างๆ ทำ ภาพรวมสอดคล้องกันหมด ขั้วรัฐบาลเดิมจะไม่มีโอกาสได้ ส.ส.รวมกันเกิน 180 ที่นั่ง ขั้วพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคหลักคือ พท. และ ก.ก.รวมกันมีแนวโน้มชัดเจนได้ ส.ส.มากกว่า 300 เสียง ขั้วรัฐบาลอันดับหนึ่งของขั้วรัฐบาลเดิมจะห่างมากๆ ประมาณ 100 เสียง ไม่ต้องกังวลด้วยว่าเสียง พท.และ ก.ก.จะตัดกันเองจนพรรคอันดับ 3 ขึ้นมาแทรก เพราะจากโพลทั้งหมดพบว่าโดยทั่วไปสองพรรคหลักเฉลี่ยอยู่ที่ 70% ยกเว้นภาคใต้ที่รวมกันแล้วอยู่ที่ 50% จะเกิดสถานการณ์เรือล่มในหนอง ไม่ใช่สถานการณ์ตาอยู่ คือจะได้เสียงร่วมกัน 300 บวก ความชอบธรรมตั้งรัฐบาลจากเสียงข้างน้อยจากขั้วรัฐบาลเดิมเป็นไปได้ยาก เช่น พรรค 2 ลุงได้ไม่เกิน 40 เสียงต่อพรรค ยากมากที่จะทำให้ ส.ว.ฝืนมติมหาชน จึงเชื่อมั่นว่าพรรคขั้วฝ่ายค้านเดิมจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ตำแหน่งนายกฯนายพิธาขึ้นเป็นที่ 1 ชัดเจน เชื่อมั่นว่าจะเป็นกระแสแบบนี้ไปจนถึงการเลือกตั้ง เชื่อว่าโพล พท.และ ก.ก.ไม่ต่างกัน แต่คะแนนนิยม ก.ก.ภาคใต้มีมากกว่าพท. แม้กระแสภาคพื้นดินอาจไม่ได้ตามโพล 100% แต่จะยังอยู่ในทิศทางไม่กังวลใจมาก เพราะฐานคะแนน ก.ก.ค่อนข้างแน่นอน ไม่สามารถถูกดึงไปได้ด้วยวิธีการใต้ดิน เป้าหมายตอนนี้ต้องการเป็นฝ่ายเลือก แน่นอนรัฐบาล ก.ก.จะไม่มีพรรคสองลุง

ปัดกระหน่ำไอโอปั่นกระแสโซเชียล

นายชัยธวัชกล่าวอีกว่าถึงการปั่นกระแสในโลกโซเชียลว่า คนที่เล่นโซเชียลมีเดียจะแยกออกว่าอะไรเป็นไอโอ อันไหนเป็นของจริง ทัศนะของพรรครัฐบาลเดิมมาจากความคุ้นเคยและพฤติกรรมที่ถนัดในการใช้ไอโอจากกองทัพและฝ่ายความมั่นคง เพื่อมาปั่นกระแสสร้างข้อมูลเท็จ สร้างความแตกแยกในสังคมมาตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนนี้เป็นคำตอบที่ออกมาจากสามัญสำนึกและพฤติกรรมที่ตัวเองเคยชิน ยืนยันว่าพรรค ก.ก.ไม่ได้ทำ อย่าว่าแต่ไอโอ ขนาดซื้อโฆษณาเฟซบุ๊กเรายังไม่ซื้อสักบาทเลย

“พิธา” โวฟีเวอร์มาไกลเกินกว่าจะแพ้

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.นำคณะผู้สมัคร ส.ส. กทม.พบปะประชาชนแจกเรียงเบอร์ 400 ผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคเตรียมเลือกตั้งล่วงหน้า 7 พ.ค. พร้อมเปิดตัวป้ายหาเสียงชุดสุดท้ายแบบเทคโน โลยี 3 มิติ (AR) มีบรรดาแฟนคลับต้อนรับคึกคัก โดยนายพิธากล่าวว่า เป้าหมายอยากเห็นคนมาใช้สิทธิ์ 80% จาก 55 ล้านคน จะแก้ไขวิธีจำเบอร์หลากหลายรูปแบบ จะใช้เทคโนโลยี AR สแกนคิวร์อาร์โค้ดตามจุดต่างๆทั้งเอกสารประชาสัมพันธ์นโยบายพรรค ป้ายหาเสียง สร้างกระแสให้คนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อถามว่าผลสำรวจนิด้าโพลครั้งที่ 3 ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกฯ นายพิธาตอบว่าพร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ และไต่ระดับขึ้นอย่างที่เห็น เราจะไม่แผ่ว ไม่กะพริบสายตาช่วงโค้งสุดท้าย เรามาไกล เกินกว่าจะแพ้แล้วจะแผ่วไม่ได้ และไม่ประมาท ต้องลงพื้นที่เต็มที่ มากขึ้นกว่าเดิม มั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆพรรค ก.ก.จะได้ ส.ส. 160 ที่นั่ง ตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้นเพื่อเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล การวางแผน เตรียมตัว ความชัดเจนในจุดยืนทางการเมืองและความพร้อม 300 นโยบาย และร่างกฎหมาย 45 ฉบับ ทำให้พร้อมบริหารประเทศในฐานะรัฐบาล ก.ก. เราตระหนักแต่ไม่ตระหนก เมื่อจุดไฟในสายลมติดแล้ว เขาไม่สามารถหยุดได้ด้วยวิธีอื่น จึงอาจมีวิชามารและการเมืองเก่าๆ ทำให้เสียสมาธิ

พท.ขู่กลับ ภท.ฟ้องเท็จเจอยุบพรรค

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พ.ท.) กล่าวถึงกรณีนายศุภ ชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทยจะฟ้องนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.กรณีปราศรัยวิจารณ์นโยบายกัญชาว่า นโยบายพรรคที่หาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนวิจารณ์ได้โดยสุจริต จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ได้ ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย มีคำวินิจฉัยศาลแพ่งระหว่างพรรค ภท.กับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์แล้วว่าทำให้ประชาชนทราบถึงประโยชน์และโทษของกัญชา นายเศรษฐาวิจารณ์โดยสุจริต ให้ความรู้ประชาชนจึงทำได้ ไม่ได้ใส่ร้ายพรรค ภท. ไม่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ส่วนที่นายเศรษฐาระบุหากเลือกพรรค ภท.จะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกรอบ ไม่แปลกที่จะเข้าใจและเชื่อโดยสุจริต หาก พล.อ.ประยุทธ์ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ครั้งนี้ พรรค ภท.คงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ภท.ฟ้องดำเนินคดีนายเศรษฐาจะส่อฟ้องเท็จเข้าข่ายใส่ร้ายนายเศรษฐา พรรค ภท.รับทราบแต่ปล่อยปละละเลย ไม่ห้ามปราม ถือว่าไม่ควบคุมสมาชิกพรรคให้ดำเนินการด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 101 อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค รีบสั่งการให้ผู้สมัคร ส.ส.ถอนโดยเร็ว

“เสี่ยนิด” โชว์อัปเกรดการศึกษาปั้นอนาคต

วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความห่วงใยตลาดแรงงานที่จะเปลี่ยนแปลงไป ลดคนจากการใช้เทคโนโลยีทดแทน รัฐต้องมองให้ออกโลกต้องการอะไร นโยบาย “หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน” ทำให้ทุกคนได้เรียนโรงเรียนคุณภาพ ควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนให้สอดคล้องยุคสมัย สายอาชีวะ สายอาชีพต้องผลักดันให้เกิดแรงงานทักษะสูง แรงงานเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ภาคเอกชน เช่น ทักษะใช้งานหุ่นยนต์ ความรู้ด้านบล็อกเชน ต้องยกระดับปั้นอาชีวะเป็นศูนย์สร้างสรรค์สร้างตัวได้ สนับสนุนให้ประชาชนเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมเพื่อ re-skill หรือ up-skill ลดอุปสรรคการเปลี่ยนงานช่วงกลุ่มวัยกลางคน เพื่อยกระดับทักษะความรู้นำไปต่อยอด และสร้างรายได้ในที่สุด

ลั่นยอมติดคุกสกัดมอมเมาลูกหลาน

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่สนามสามเหลี่ยม ทุ่งนาเชย อ.เมืองจันทบุรี นายเศรษฐาไปปราศรัยช่วยหาเสียงให้ 3 ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี พรรค พท.ว่า ปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ขณะนี้เกิดจากนายกฯ ไม่มีวิสัยทัศน์พาประเทศเจริญและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน เรือประมงออกไปจับปลาไม่ได้ เพราะไปเซ็นสัญญาอัปยศกับอียู จนชาวประมงไปทำมาหากินไม่ได้ พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครมาช่วยแก้ปัญหา จ.จันทบุรี มีของดีอยู่มาก โดยเฉพาะผลไม้ แต่นายกฯไปเปิดตลาดให้บ้างหรือไม่ แต่นายกฯ พรรค พท.จะไปทุกหย่อมหญ้าหาตลาดผลไม้ให้เกษตรกรใช้การตลาดนำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ใน 4 ปี เป็นรัฐบาล รายได้สุทธิเกษตรกรจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว จะผลักดันพลอย จ.จันทบุรี เป็นซอฟต์ เพาเวอร์มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ขณะที่เรื่องกัญชาเสรีที่พรรคหนึ่งมาหาเสียงที่นี่ บอกจะทำให้กัญชาเสรี สูบพี้กันเมามันหลายคนรับไม่ได้ ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับพรรคนั้น แต่เป็นศัตรูกับกัญชาไม่อยากให้ลูกหลานถูกมอมเมา แต่พูดไปกระเทือนพรรคนั้นถึงขั้นไปฟ้องตน แต่ยอมติดคุก เพื่อไม่ให้ลูกหลานถูกมอมเมาด้วยกัญชา ถ้าเลือกพรรคนั้นมาลูกหลานจะถูกมอมด้วยกัญชา อย่ายอมเด็ดขาด ขอให้สู้ไปด้วยกันวันเลือกตั้งอย่าปันใจให้ใคร พรรค พท.มาคนเดียว ไม่มีพรรคพี่น้อง ขอให้เทใจกาบัตรทั้งสองใบให้ พท.

“สมศักดิ์” จับตาเงินเทาสู้แลนด์สไลด์

ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีหาดใหญ่ จ.สงขลา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค พท. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ น.ส.ชานิสรา ภูวิจิตร ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 9 พรรค พท. โดยนายสมศักดิ์กล่าวบนเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า นโยบายพรรค พท.ดีที่สุดตอนนี้ สมัยรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เห็นชัดเจนแล้วราคายางพารา ปาล์ม ขึ้นสูงสุด พรรค พท.จะเข้ามาสานต่อ ถ้าเลือกพรรคกลุ่มก้อนเดียวกับพรรคที่มี 250 ส.ว.จะได้ลุงเป็นนายกฯอีกแน่นอน ดังนั้นต้องเลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ ทั้งคนและพรรค จะได้ขับเคลื่อนได้ทุกนโยบาย จากนั้นนายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ภาคใต้ดูเหมือนว่ามีการใช้เงินมาก ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนตลอด ขอให้ช่วยกันจับตา บางพรรคที่ไม่เคยใช้อาจจะใช้ เพราะคิดว่าจะสู้กระแสพรรค พท.ได้ต้องใช้เงิน อาจนำเงินเทามาใช้เลือกตั้ง แต่พรรค พท.ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เรามีแต่นโยบายที่ทำได้จริง มั่นใจจะปักธงภาคใต้ได้ จะมากน้อยขนาดไหนขึ้นอยู่กับกระแสด้วย

“อนุทิน” โต้เดือด พท.ใครโกหก

เมื่อเวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.พร้อมแกนนำไปหาเสียงช่วยนายศุภชัย โพธิ์สุ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 ที่เวทีภายในโรงเรียนเทศบาล 4 ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม โดยนายอนุทินปราศรัยขอให้เลือกพรรค ภท.ยกจังหวัด หลายวันนี้มีพรรคหนึ่งระบุว่าถ้าเลือกพรรคภท.แล้วจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ พรรค รทสช.เป็นนายกฯ เขาพูดโกหก ถ้าเลือกพรรค ภท.มากพอ คนที่ยืนอยู่ตรงนี้จะเป็นนายกฯแน่นอน จะเอาสิ่งที่เราได้ไปประเคนให้คนอื่น ที่ระบุว่าตนไม่ฉลาดเต็มที่ แต่ฉลาดพอ คนนะไม่ใช่ควาย ยืนยัน บ่ขี้ตั๊ว ไม่มีพูดโกหก ทั้งนี้บางช่วงนายอนุทินได้ท่องบทเพลง “อนุทินต้องเป็นนายกฯ” พ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย พร้อมย้ำจะไปยกให้ใครได้ไง หาเสียงเหงื่อแตกขนาดนี้ มีแต่จะยกนิ้วอะไรให้คิดดู

ขุดอดีตสวน พท.ชูมือหนุน “ธนาธร”

นายอนุทินระบุอีกว่า เมื่อปี 62 เราถูกกล่าวหาว่าไปยกมือให้คนอื่นเป็นนายกฯ ขณะนั้นเรามีแค่ 50 เสียง ไม่อาจหาญจึงต้องเคารพกติกาเลือกพรรคที่ได้เสียงมาก ถ้าวันนั้นประชาชนเลือกเราเยอะ นายกฯ คงไม่ใช่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แต่มีพรรคที่มาด่าตน ยกตัวอย่างพรรค พท.ยกให้ใคร ยกให้นายธนาธร จึง รุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตจากพรรคอนาคตใหม่ยุคนั้น ทั้งที่พรรค พท.มีแคนดิเดตตั้ง 3 คน แต่พรรค ภท.ถูกกล่าวหาใครกันแน่โกหก ส่วนที่มีคนพยายามให้ร้ายนโยบายกัญชาว่าปล่อยให้กัญชาเสรี ทั้งที่เราทำกัญชาให้เข้าถึงประชาชนใช้รักษาโรค ทำเป็นยา เป็นพืชเศรษฐกิจ เกษตรกรปลูกได้ภายใต้การควบคุมไม่ใช่เสรี ที่สำคัญคนออกมาพูดกัญชาไม่ดี ยกมือให้กฎหมายกัญชาผ่านสภาฯทุกคนเลย แต่วันนี้คนเริ่มชอบพรรค ภท.กลัวความนิยมพรรคเพิ่มมากขึ้น จึงออกมาให้ร้าย

สอนมวย “เสี่ยนิด” ละอ่อนการเมือง

จากนั้นนายอนุทินเดินสายไปอ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ปิดท้ายที่เวทีปราศรัยที่ 3 ที่วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม ช่วยนพ.อลงกต มณีกาศ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.โจมตีว่าเลือก ภท.ได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ว่า เขาพูดแบบนี้ที่ จ.นครพนม ตนมาชี้แจงกับประชาชน เรื่องแบบนี้ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด มันสร้างความเข้าใจผิด ที่สำคัญจะผิดกฎหมายด้วย ไม่ฟ้องก็ไม่ได้ ผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆได้รับผลกระทบต้องรักษาสิทธิ ส่วนใครตั้งรัฐบาล ใครเป็นนายกฯ พรรค ภท.ยึดถือกติกา พรรคเสียงมากสุดจัดตั้งรัฐบาลก่อนที่ระบุว่าเลือกพรรค ภท.ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนพูดดูเงื่อนไขการเมืองปี 62 และปี 66 หรือไม่ว่าต่างกันมาก ไม่รู้ได้รับฉันทมติจากพรรคมาพูดหรือไม่ กล่าวหาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น “คุณเศรษฐาปล่อยไก่ รู้เรื่องไม่ละเอียดแล้วมาพูดนี่อันตรายถ้าไปรับตำแหน่งสำคัญ แล้วข้อมูลไม่พอ พูดเอามัน แค่กระบวนการความคิดก็ผิดแล้ว จะมารับผิดชอบบ้างเมืองหรือ ที่จริงไม่ชอบพูดถึงพรรคอื่น แต่ครั้งนี้มันหนัก ต้องชี้แจ้ง เขาเล่นงานเราก่อน พรรคพท.ทำไว้ ปี 62 ได้เสียง ส.ส.มากสุด แต่ไปเลือกคนอื่นเป็นนายกฯ ตอนนั้นคุณเศรษฐายังไม่มา ประสบการณ์น้อย

ปชป.ตีปี๊บ 5 นโยบายเพื่อผู้หญิง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือลูกหมี รองโฆษกพรรคและทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรค ปชป. ร่วมแถลงประกาศจุดยืนนโยบายสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้หญิงด้วยนโยบาย 5 ด้านคือ 1.กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างสังคมเสมอภาค 2.การแก้ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว ให้เป็นวาระแห่งชาติ จัดตั้งศูนย์ป้องกันการทำความรุนแรงระดับตำบลให้เป็นรูปธรรม 3.การส่งเสริมผู้หญิงเป็นพลังทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสความก้าวหน้าของผู้หญิง 4.ด้านการวางรากฐานการศึกษา 5.การสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง พรรคมีจุดยืนเพิ่มพื้นที่ให้สตรีมีบทบาททางการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

“อู๊ดด้า” ห่วงเลือกเงินสุดท้ายถอนทุน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า โค้งสุดท้ายเชื่อว่า พื้นที่ภาคใต้พรรค ปชป.ยังดีอยู่มาก แต่ภาพรวมเป็นห่วงการใช้เงิน แต่ยังมั่นใจว่าคนใต้ซื้อไม่ได้ อยากให้พี่น้องคนใต้และทุกภาค อย่าพิจารณาลงคะแนนเสียงจากเงินที่มาหยิบยื่นซื้อเสียง จะหันกลับมาทำลายประเทศ ทำลายประชาธิปไตยระยะยาว ถ้าใครใช้เงินซื้อเสียงมากเข้าไปถอนทุนคืนเกิดทุจริตคอร์รัปชัน สุดท้ายการยึดอำนาจมาทุกครั้ง เพราะมีการทุจริตของรัฐบาลก่อนหน้า อยากให้ทุกคนตระหนัก เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะต่อต้านและไม่ยอมรับเรื่องนี้

“ชวน” นำคณะช่วย “เมธี-วสันต์”

ด้านนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.ร่วมขึ้นรถแห่รอบเทศบาลเมืองนราธิวาส ช่วยหาเสียงให้นายวสันต์ ดือเร๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 1 เบอร์ 6 พรรค ปชป. จากนั้นเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ อ.สุไหงโก-ลก พร้อมกับนายเมธี อรุณ ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 2 เบอร์ 1 พรรค ปชป. และลงเดินตลาดเก็นติ้ง เสร็จแล้วขึ้นรถแห่ขอคะแนนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก พร้อมลงปราศรัยย่อยที่หน้าสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส โดยนายชวนกล่าวย้ำตอนหนึ่งว่า ช่วงรัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนใต้ไม่ได้รับโครงการพัฒนาพื้นที่เท่าที่ควร เช่น การปรับปรุงถนนเพชรเกษม สายหัวใจหลักลงภาคใต้หรือการขยายเส้นทางคมนาคมต่างๆต้องสะดุดลง ดูได้จากงบฯที่จัดให้น้อยที่สุดยุคหนึ่ง ต่อมาในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนทำหนังสือขอทวงคืน

“สุวัจน์” ผวาศึกหนักหว่านเงินหนักสุด

ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค ชพก.และผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 5 เขต 1 ลงพื้นที่หาเสียงพบปะชาวโคราช ตั้งแต่ตลาดเช้า ตลาดหัวรถไฟ ไล่ไปตามเส้นทางถนนราชดำเนิน ถนนชุมพล ถนนจอมพล ถนนหัวมังกร ถนนเศรษฐกิจหลักเมืองโคราชพบปะกับพ่อค้าแม่ค้านำเสนอนโยบาย “โคราชโนมิกส์” โคราชระเบียงเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ เมืองผลิตอาหารป้อนโลก คมนาคมทันสมัย น้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง น้ำประปาพอใช้ และปรับโครงสร้างค่าไฟ แก้ปัญหาค่าไฟแพงใต้ยุทธศาสตร์ “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” โดยนายสุวัจน์กล่าวว่า โค้งสุดท้ายต้องใช้ยุทธศาสตร์เดินเข้าหาประชาชนมากที่สุด เน้นนโยบายเศรษฐกิจปากท้องและ “โคราชโนมิกส์” เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา ทั้งนี้ทุกคนกังวลการใช้เงินซื้อเสียง ฝาก กกต.ทำให้แข่งขันเป็นธรรม money politice ไม่ควรมีแล้ว พรรค ชพก.สนับสนุนพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมากเป็นที่หนึ่งเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ตามหลักการการเมืองประชาธิปไตย ไม่ได้เกี่ยวกับตัวบุคคล

ทสท.ย้ำไม่เป็นที่ยืนให้เผด็จการ

ที่โรงเรียนธันยธรณ์พิทยา อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจ เจริญ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ช่วยนางสิริพรรณ อมรสิน ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรค ทสท. หาเสียง โดยเปิดเวทีปราศรัยมีประชาชนในพื้นที่สนใจเข้าฟังเป็นจำนวนมาก มีเสียงเชียร์ดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง ระบุว่า “สุดารัตน์ นายกฯของพวกเรา” “สุดารัตน์ นายกฯคนอีสาน” โดยคุณหญิงสุดารัตน์ปราศรัยว่าภาคอีสานเป็นภาคที่ใหญ่ที่สุด มีประชากรมากที่สุด พี่น้องขยันทำมาหากินที่สุด อดทนและซื่อสัตย์ที่สุด แต่กลับยากจนและยังขาดโอกาส พรรคไทยสร้างไทย จึงมีนโยบายที่จะทำให้คนตัวเล็กและโดยเฉพาะชาวอีสานหายจน หมดหนี้ และมีรายได้ยั่งยืนให้ได้ภายในสามปี เริ่มต้นจากการพักหนี้ 3 ปี พักดอก 2 ปี และสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนให้กับคนตัวเล็ก ยืนยัน ทสท.จะไม่เป็นที่เหยียบยืนให้เผด็จการ ลุงคนใดเกี่ยวข้องกับรัฐประหารเราไม่เอาอย่างเด็ดขาด สุดารัตน์ไม่เป็นนอมินีของใคร ตัวจริงพร้อมทำงาน ไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากใคร เพราะไทยสร้างไทย “นายใหญ่” คือประชาชน

พช.โกอินเตอร์ตัวแทนทูตส่องนโยบาย

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศูนย์นโยบายมีชีวิตพรรคเพื่อชาติ (Live Policy Center) ถนนสุขุมวิท พรรคเพื่อชาติ (พช.) จัดงาน “Live Policy for All” เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรค พช.ให้กับคณะทูตานุทูตที่สนใจเข้ารับฟัง นำโดย น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรค พช. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรค พช. นพ.เรวัต วิศรุตเวช และ ร.อ.จารุพล เรืองสุวรรณ 2 แคนดิเดตนายกฯพรรค พช. มีตัวแทนสถานทูตจากหลายประเทศสนใจเข้ารับฟังแนวนโยบาย อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐ ประชาชนลาว น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า สิ่งที่พรรคทำที่ศูนย์นโยบายมีชีวิต คือทำนโยบายให้ประชาชนเห็นของจริงก่อนการเลือกตั้ง และนโยบายที่เป็นจุดเด่นของพรรค คือความเท่าเทียมเห็นคนเท่ากัน โดยจะเร่งแก้โครงสร้างการศึกษา การสร้างอาชีพ ขอให้พรรค พช.เป็นหนึ่งในทางเลือกของประชาชน

ชูปฏิวัติเขียวใช้เกษตรนำเศรษฐกิจ

นายยงยุทธให้สัมภาษณ์ว่า ตัวแทนสถานทูตที่มาวันนี้เพราะสนใจในนโยบายของพรรคเพื่อชาติ เราไม่ได้เชิญเขามาเอง เพราะวันนี้ทั้งสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เปลี่ยนแปลงไปมาก พรรค พช.จึงเริ่มตั้งแต่กระบวนคิด ที่อดีตเราเอาคนจากภาคการเกษตร ไปเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ทำให้คนเหล่านั้นต้องทำงานแลกค่าแรงไปเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่สุดท้ายเกิดการรวยกระจุกตัว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราจะเอาการเกษตรมานำเศรษฐกิจให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลกด้วยการปฏิวัติเขียว และเราจะยังตัดวงจรที่เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนและขุนศึกกินประเทศ คนรวยไม่กี่ตระกูลแต่ประชาชนยากจน จากนั้น น.ส.ปวิศรัฐฐ์ได้อธิบายนโยบายให้ตัวแทนสถานทูตรับฟังพร้อมนำเดินชมศูนย์นโยบายมีชีวิตที่จำลองการดำเนินนโยบายต่างๆของพรรค ไม่ว่าเครื่องสกัดน้ำมันใช้แล้วเป็นไบโอดีเซล การจำลองสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ การพัฒนาสวัสดิการไรเดอร์ การวัดอายุร่างกายเพื่อใช้เป็นเกณฑ์เกษียณแทนอายุเกิดตามความเป็นจริง

กกต.เตือนข้อห้ามวัน ลต.ล่วงหน้า

เมื่อเวลา 16.30 น. สำนักงาน กกต.ออกเอกสาร ข่าว เรื่อง “แนวทางการปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้งในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง” ระบุว่าขอประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ณ ที่เลือกตั้งกลางในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง โดยห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ใด แล้วแต่กรณี ดำเนินการแจกเอกสาร หรือวีดิทัศน์เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือใช้พาหนะต่างๆที่ติดป้ายหาเสียง หรือใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อช่วยในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือจัดเวทีหาเสียงเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง และการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวข้างต้น ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือผู้ใด แล้วแต่กรณี กระทำการที่บริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้งกลางหรือบริเวณอื่นใดที่จะทำให้เกิดการรบกวน รับรู้ หรือรับทราบข้อมูล เมื่ออยู่ในที่เลือกตั้งกลาง