“พี่ตู่” ยกพลตอกหมุดสุราษฎร์ธานี ยิงมุกเก๋าอ้อนให้รักน้อยๆ แต่ขอให้รักนานๆ ปลุกคนใต้เทใจแลกความสงบเลือก รทสช.ยกทั้งภาค “ลุงป้อม” ตีปี๊บผ่านโซเชียลโชว์นโยบายพาหาหมอ เอายาไปส่ง ลูกพรรค ภท.แห่ฟ้อง “เศรษฐา” หาเสียงใส่ร้าย “ศุภชัย” จวก กก.บห. ไม่ควบคุมให้ดี ขู่โทษแรงถึงขั้นตัดสิทธิเลือกตั้ง-ยุบพรรค “อิ๊งค์” จ้อจากโรงพยาบาลลั่นพร้อมมากลุยทิ้งทวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ยัน “ทักษิณ” ขอกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน ไม่ได้จะกลับมาเป็นนายกฯ ไม่เกี่ยวกับพรรค ประกาศชัดไม่ร่วมกับ 2 ลุงตั้งรัฐบาล “เสี่ยนิด” ย้ำอย่าไปเลือกพรรคร่วมรัฐบาล สุดท้ายได้ “ลุงตู่” กลับคืน “นิด้าโพล” เผย “พิธา” แซงหน้า “แพทองธาร-ประยุทธ์” นำโด่งว่าที่นายกฯ ปาร์ตี้ลิสต์พุ่งจ่อคอหอย พท. “หน.ก้าวไกล” ปลื้มเรตติ้งพุ่งเหตุจุดยืนชัดไม่สังฆกรรมพรรคทหารจำแลง “ศรี” ยื่น กกต.สอบไลน์หลุดแฉขนเสื้อแดงช่วยนายใหญ่ โยงข้อหาล้มล้างการปกครองฯ

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. พรรคการเมืองต่างเร่งลงพื้นที่ตอกย้ำฐานเสียงหลักที่มีความหวัง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ ธานี ปลุกแนวร่วมเลือกพรรค รทสช.ยกทีมทั้งภาคใต้

“พี่ตู่” ยกคณะอ้อนชาวสุราษฎร์

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 3 พ.ค.ที่ จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมแกนนำลงพื้นที่หาเสียงช่วย 7 ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี มีนายชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี จุดแรกขึ้นรถแห่หาเสียงในเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน 2 ข้างทางมีประชาชนมารอต้อนรับมอบพวงมาลัยดอกไม้ สะตอ ขอจับมือถ่ายภาพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ปราศรัยว่า คิดถึงจังฮู้ ทุกคนคือคะแนนเสียงทำให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ 1 เสียง 1 สิทธิ อย่าทิ้ง ยินดีรับหน้าที่ดูแลคนไทย คนใต้จริงใจ รักใครรักจริงใช่ไหม รักใครไม่ทิ้งขว้าง ตนรักทุกคน ขอฝากหัวใจไว้กับพวกเราทุกคน วันเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิให้หมด เราคือคนกำหนดชะตาของบ้านเมืองไม่ใช่ตนคนเดียว พูดจนเจ็บท้อง แต่ไม่เคยท้อแท้ ขอฝากหัวใจด้วย

...

ชูเลือกความสงบเลือก รทสช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าช่วยกันทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย เลือกตั้งด้วยความสงบเรียบร้อย ถ้าสงบคือเลือกพรรค รทสช.สงบแน่นอน เราไม่ขัดแย้งกับใคร ทำอะไรต้องยั่งยืน ถ้าไม่ยั่งยืนจะทะเลาะกันอีก ไม่ต้องการให้แตกแยกขัดข้องหมองใจกับใครทั้งสิ้น ไม่รังเกียจใคร ไม่ขัดแย้งกับใคร ประเทศสงบเรียบร้อยมาหลายปี ชื่อพรรคบอกอยู่แล้ว เราต้องการให้บ้านเมืองสงบ รับฟังทุกคน เดี๋ยวต่างประเทศจะเข้ามาเพราะบ้านเมืองเราสงบ จากนั้นไปพบประชาชนที่ตลาดชุมชนพระแสง อ.พระแสง ขอให้พร้อมใจกันเลือกผู้สมัครพรรค รทสช.และเลือกเบอร์ 22 เบอร์พรรค ขอให้รักสามัคคีกัน อย่าเกิดความขัดแย้งเหมือนในอดีต ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ต่อ จะทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แรงเชียร์ให้ลุงตู่สู้ๆ ถ้าไม่สู้จะมายืนอยู่ตรงนี้หรือ สัญญาว่าจะสู้ต่อไป สู้เพื่อพวกเราทุกคน จากนั้นแวะสถานีรถไฟบ้านส้อง ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ ให้กำลังใจนายฐิติพงศ์ พิริพล นายสถานีรถไฟบ้านส้อง ที่เสี่ยงชีวิตช่วยหญิงสูงอายุพิการทางการได้ยินและเป็นใบ้เดินข้ามตัดหน้าขบวนรถไฟล่องใต้รอดชีวิตหวุดหวิด

ขอแรงกาบัตรยกทีมทั้งภาคใต้

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นรถแห่หาเสียงที่อ.เวียงสระ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี สักการะศาลหลักเมืองขอพรให้ประเทศชาติเจริญเติบโตก้าวหน้า ขอให้การทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองสำเร็จทุกประการ ประเทศชาติและประชาชนเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน แล้วปิดทององค์พระหลักเมือง ผูกผ้าแพรและตีฆ้อง จากนั้นเวลา 17.00 น. ที่ข้างโรงแรมเวียงใต้ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ว่า กินคั่วกลิ้งแกงส้ม ใบเหลียงผัดไข่มา 6 มื้อแล้ว หร่อยจังฮู้ ตนยังเป็นพี่ เป็นลุงของทุกคน ข้อสำคัญยังแข็งแรง ถ้าไม่แข็งแรงยืนไม่ได้มา 8 ปีหรอก และเป็น 8 ปีที่ก้าวหน้า เชื่อว่าคนใต้รักใครรักจริง รักใครรักแรง รักใครรักยาวนาน รักอย่างแรง ต้องเลิกหมดแล้วใครเกลียดกัน คนไทยไม่รักกันเองแล้วใครจะรัก คนไทยต้องไม่ด้อยค่ากันเอง สิ่งที่ถ่ายทอดไปยังสมาชิกทุกคนต้องซื่อสัตย์กับประชาชน รับใช้ประชาชน ใช้งบฯอย่างสุจริต คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพทั่วถึง ขอให้เลือก ส.ส.ยกทั้งจังหวัดทั้ง 7 เขต ต้องการทุกจังหวัดภาคใต้ด้วย ยกทีมพรรค รทสช. รักตนน้อยๆ แต่ขอให้รักนานๆนะจ๊ะ อันนี้เป็นคำของสัญญา สายัณห์ วันที่ 14 พ.ค.อย่าลืมกันเลือกทั้งคนทั้งพรรค เบอร์ลุง 22 จากนั้นได้ถ่ายภาพกับประชาชนก่อนกลับ กทม.

“ป้อม” ตีปี๊บพาหาหมอเอายาไปส่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยแพร่คลิปการ์ตูนเนื้อหาการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยด้วยนโยบาย “ลุงป้อมพาหมอไปหา เอายาไปส่ง” ระบุว่าจะหาหมอทั้งทีต้องเดินทาง ต้องรอคิว เข้าถึงการรักษายากลำบาก แต่วันนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะจะนำระบบ Telelmed หรือการแพทย์ทางไกลมาใช้ ประชาชนอยู่ที่ไหนก็พบแพทย์ได้ โดยหัวหน้าพรรค พปชร.จะทำให้เกิดขึ้นทันทีที่เป็นรัฐบาล จากนี้ไปไม่ว่าจะพบแพทย์จ่ายยา หรือดูแลรักษา จะเข้าถึงที่บ้านของคนไทยทั่วประเทศ แม้พื้นที่ห่างไกลให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี ใกล้ชิดหมอมากกว่าเดิม พรรค พปชร.จะใช้เทคโนโลยีทางไกล เชื่อมต่อทุกบริการการแพทย์ คนไทยจะใกล้หมอแค่ปลายนิ้ว เจ็บป่วยจัดการได้ด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว

ปชป.โชว์แผนลดต้นทุนโลจิสติกส์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทีมเศรษฐกิจพรรค ปชป. โดยนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งและโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.กระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรค ร่วมแถลงวาระประเทศ ไทยครั้งที่ 5 หัวข้อ “ปชป.กับนโยบายแก้หนี้ประชาชน และการพัฒนาระบบการเงิน” และ “ปชป.จัดเต็ม ดันระบบรางทั่วไทย ลดต้นทุนโลจิสติกส์-ปิดประตู ประมูลเอื้อเอกชน” นายสามารถกล่าวว่า ถึงเวลาต้องลดต้นทุนโลจิสติกส์ขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบาย 1.รถไฟทางคู่ ที่ต้องเร่งก่อสร้างทั้งหมด 4,435 กิโลเมตร 2.รถไฟความเร็วสูง สานต่อแผนแม่บทที่พรรคทำไว้ 3.ระบบขนส่งมวลชนในเมืองมหานครเพื่อกระจายความเจริญจากกรุงเทพฯ ไปสู่หัวเมืองหลักในภูมิภาค 4.รถไฟฟ้าใน กทม.และปริมณฑล เร่งรัดโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ สรุปจะลงทุนในระบบราง 4-6 ปีประมาณ 6.2 แสนล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่วงเงิน 2.7 แสนล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงหนองคาย-นครราชสีมา 2.3 แสนล้านบาท และระบบขนส่งมวลชนในเมืองมหานคร 1.2 แสนล้านบาท

“อู๊ดด้า-เสธ.อ้าย” ขึ้นรถแห่อ่างทอง

เวลา 12.00 น. ที่ จ.อ่างทอง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.และ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย สมาชิกพรรค ปชป.ขึ้นรถแห่รอบตัวเมืองอ่างทอง หาเสียงช่วยนายชวลิต ประสิทธิ์สมบัติ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 และ น.ส.ภัทรสุดา บุษรานันท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นายจุรินทร์กล่าวว่า ถ้าประชาธิปัตย์ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยทั้งประเทศ และสามารถรวมเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้ ยืนยันจะพาชาติรอดได้แน่ เพราะทีมเศรษฐกิจมีศักยภาพ ขอให้เลือกทั้งพรรคและคน ขณะที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นำทีมไปหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี ขึ้นรถแห่รอบเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ตลาดปาลัส อ.ปะนาเระ และเทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นายชวนกล่าวว่า พรรค ปชป.ไม่มีหัวหน้าพรรคคนไหนถูกคดีทุจริต ไม่เหมือนบางพรรค ทั้ง ปชป.มีนโยบายที่ยั่งยืน เช่น นมโรงเรียน โครงการ กยศ.เพื่อโอกาสทางการศึกษา

ลูกพรรค ภท.ทยอยฟ้อง “เสี่ยนิด”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท. แถลงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่ จ.นครพนม โจมตีนโยบายกัญชา เลือกพรรค ภท.จะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกรอบและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท.ระบุพรรค พท.ไม่มีส่วนกับการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดว่า ยืนยันการกล่าวหาของทั้งคู่ไม่เป็นความจริง นายเศรษฐามีความผิดใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) ข้อเท็จจริงพรรค ภท. สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ไม่เคยสนับสนุนให้มอมเมาเยาวชน ที่ผ่านมาหาเสียงชูนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯคนเดียว ไม่เคยบอกว่าเลือก ภท.แล้วจะไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ยืนยันพรรค พท.มีส่วนปลดล็อกกัญชาพ้นบัญชียาเสพติด ก่อน รมว.สาธารณสุขประกาศควบคุมกัญชา ปลดล็อกกัญชาโดยผ่านรัฐสภาลงมติเอกฉันท์กฎหมายยาเสพติด ไม่ระบุว่ากัญชาเป็นยาเสพติด

ขู่โทษแรงถึงตัดสิทธิ กก.บห.-ยุบ พท.

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ขณะที่คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พท.ไม่ควบคุมสมาชิกพรรคให้ดำเนินการด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม เข้าข่ายความผิดกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 101 กรณีผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น แต่ถ้าเป็นกรณีพรรคการเมือง ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า ของโทษที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง และให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และ กก.บห. ทราบว่ามีสมาชิกพรรค ภท.ที่เสียหายได้ดำเนินคดีแล้ว เช่น นายศุภชัย โพธิ์สุ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม และมีผู้ประสงค์จะดำเนินการทางกฎหมายในแต่ละพื้นที่อยู่ เมื่อถามว่าการออกมาแจ้งข้อกล่าวหานายเศรษฐา จะเป็นเงื่อนไขให้พรรค ภท.ไม่ยกมือโหวตให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯหรือควรเปลี่ยนเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือนายชัยเกษม นิติสิริ แทน นายศุภชัยตอบว่า ยังไม่ถึงเวลานั้น วันนี้หากนายเศรษฐาถูกดำเนินคดีจะมีคุณสมบัติอยู่หรือไม่

“อิ๊งค์” เผยตั้งชื่อตามคุณตาคุณยาย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี แถลงข่าวการคลอดบุตรชายคนที่ 2 ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ โดยก่อนการแถลงข่าว น.ส.แพทองธาร นายปิฎก พร้อมคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้นำ ด.ช.พฤจ์ธาษิณที่อยู่ในตู้อบมาให้ถ่ายภาพก่อนนั่งแถลงข่าวว่า ตั้งใจคลอดธรรมชาติ เจ็บท้องตั้งแต่กลางดึกวันที่ 29 เม.ย. และมาโรงพยาบาล แต่ปากมดลูกยังไม่เปิดและน้องมีภาวะกราฟหัวใจดร็อป หมอแนะนำผ่าคลอดจะปลอดภัยที่สุด จึงผ่าตอน 06.00 น. วันที่ 1 พ.ค.ทั้งคุณแม่และลูกปลอดภัยดี ไม่ได้ดูฤกษ์ดูยามอะไรแต่ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ถือเป็นฤกษ์ดีที่สุด ดีใจที่แข็งแรงปลอดภัย ที่มาชื่อ พฤจ์ธาษิณ ตั้งเองให้มี “จ์” เหมือนคุณยายและธาษิณเหมือนคุณตา ไม่ได้ซีเรียสความหมาย อยากให้ผูกพันกับคนในบ้านเป็นหลัก ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ส่วนจะพาน้องธาษิณไปพบนายทักษิณเมื่อไหร่ คุณยายบอกว่าถ้าให้ดีรอ 4-5 เดือนก่อน

ย้ำ “ทักษิณ” ไม่เกี่ยวพรรค พท.

เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กอยากกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คุณพ่อตื่นเต้นมาก หวังอยากเห็นโมเมนต์หน้าห้องคลอดวันแรกที่เกิดแต่ไม่ได้ ไม่เป็นไร ตอนคลอดลูกคนแรกเคยคิดวางแผนไปคลอดต่างประเทศ ให้คุณตาได้มาเห็น แต่ติดปัญหาเอกสาร ส่วนคุณพ่อจะกลับมาเมื่อไหร่ ท่านพูดหลายโอกาส ถือเป็นโอกาสที่น่าหวังมากกว่า เมื่อมีหลานคนใหม่เกิดมาก็อยากกลับ เขามีความหวัง แต่สิ่งที่พูดมีเอฟเฟกต์ทางการเมือง แต่ในมุมครอบครัวไม่ผิดที่จะหวังเช่นนั้น โดยเฉพาะวันที่บ้านเมืองดีๆ ความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเมื่อไหร่นั้นไม่ได้คุยกับคุณพ่อ สิ่งที่คุยกับคุณพ่อทุกวันเป็นเรื่องลูก จะกลับมาวันไหนเมื่อไหร่ไม่ได้คุย ท่านวางแผนชีวิตของท่านเอง เมื่อถามว่านายทักษิณออกมาจะกระทบกับคะแนนเสียงหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า การที่นายทักษิณจะกลับบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย หรือกระทบกับสิ่งที่ตนกำลังหาเสียงอยู่ แต่ยอมรับมันแยกยาก เพราะนายทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ตนเป็นลูกไม่สามารถตัดขาดได้

พ่อไม่ได้จะกลับมาเป็นนายกฯ

“แต่สิ่งที่คุณพ่อพูดคืออยากกลับมาเลี้ยงหลาน ไม่เคยบอกอยากกลับมาเป็นนายกฯ ความจริงไม่เกี่ยวกันเลย แต่คนชอบคิดว่าเกี่ยวกันไม่แปลก การที่ คนเราไปอยู่ต่างประเทศ 17 ปี ถ้าพูดว่าไม่ได้กลับ จิตใจจะเป็นอย่างไร ขอให้เข้าใจจิตใจพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ที่ต้องมีความหวัง ดีใจที่ท่านหวังและพูดแบบนี้ เพื่อท่านจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง เวลาพาหลานไปหาท่านก็จะมีพลังเป็นหนึ่งในความหวังคนที่เชียร์ครอบครัวเราก็เป็นความหวังไปด้วย” น.ส.แพทองธารกล่าว

พร้อมมากคัมแบ็กทิ้งทวนหาเสียง

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะกลับไปเดินสายหาเสียงเมื่อใด น.ส.แพทองธารกล่าวว่า บอกทีมงานไปว่ามีอะไรส่งมาพร้อมมาก จะไปร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค พท.ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานีวันที่ 12 พ.ค. แน่นอน เมื่อถามว่าจะไปร่วมเวทีดีเบตต่างๆหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยินดีตอนนี้นับถอยหลังเลือกตั้ง ทุกคนทำงานกันหนัก ตนยินดีไปร่วมเวทีดีเบต ยุทธศาสตร์โค้งสุดท้ายจะย้ำนโยบายที่ปล่อยไปแล้ว เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดเพื่อให้คนตัดสินใจ เมื่อถามว่าบางโพลพรรคก้าวไกลกระแสสูงขึ้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า โพลบางอันเชื่อถือได้และเชื่อถือไม่ได้ ประชาชนต้องใช้วิจารณญาณ อยากให้ดูภาพรวมว่าพรรคไหนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตประชาชนได้จริงๆ เราลำบากมาหลายปีแล้ว เราต้องไม่รอ ต้องเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยน เราต้องเลือกตั้งให้ พท.ชนะถล่มทลาย ไม่อยากให้เหมือนปี 62 ที่เราได้เสียงข้างมากแต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เรามีแคนดิเดตนายกฯถึง 3 คนพร้อมเป็นนายกฯทำเพื่อประชาชน ตนพร้อมเป็นนายกฯ นายเศรษฐา ทวีสิน ก็ประกาศพร้อมเช่นกัน ตัวเลือกดีที่สุดคือประชาชนเป็นคนเลือก

ยันไม่รวมพรรคสองลุงตั้ง รบ.

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายเศรษฐาเคยระบุว่าได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธารว่าไม่จับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นมติพรรคใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า หากมติที่ถามคือมติกรรมการบริหารพรรคยังไม่มีการประชุม แต่เป็นเรื่องที่คนทั้งพรรคต้องเห็นพร้อมเพรียงกัน เรื่องนี้ทุกคนในพรรค พท.พูดตรงกันมาโดยตลอด สงสัยทำไมถึงยังเป็นกระแส เพราะพรรคคู่แข่งหรือไม่ที่บอกว่าเราไม่ชัดเจน ทุกคนออกไปพูดยังบอกว่าไม่ชัดเจน เป็นเทคนิคทางการเมือง หลังจากตนยืนยันวันนี้ไม่รู้ว่าจะหายสงสัยกันหรือยัง เมื่อถามถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องยุบพรรค พท.เรื่องไลน์หลุดโอนเงินให้คนเสื้อแดงช่วยหาเสียง น.ส.แพทองธารกล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ถ้านายศรีสุวรรณว่างก็เชิญ มองว่าเป็นเทคนิคในการหาเสียง ถ้าตนมีเวลาเหมือนคุณศรีสุวรรณอาจจะฟ้องกลับ

“เศรษฐา” ฟุ้งเป็น รบ.ค่าไฟลดทันที

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ประเด็นค่าไฟฟ้าว่าเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ประชาชนอาจกังวลบิลค่าไฟแพงขึ้น ประกอบกับค่าพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนภาคธุรกิจสูงขึ้น จากการบริหารพลังงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพุ่งสูง ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราคาสูงเข้ามาใช้ผลิตไฟฟ้าปริมาณมาก ขณะที่ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะไม่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า รัฐบาลชุดนี้รู้อยู่แล้วแต่กลับไม่ได้เร่งต่อรองกับกัมพูชา ขุดเจาะก๊าซธรรมชาติพื้นที่คาบเกี่ยวไทย-กัมพูชา หากพรรค พท.เป็นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ทั้งระยะสั้น ระยะยาว เช่น ระยะสั้นจะลดค่าไฟฟ้าทันที และตรึงราคาค่าไฟฟ้า ระยะยาวจะเร่งเจรจาแหล่งพลังงานพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา ต้องเจรจาลดค่าความพร้อมของโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้จ่ายไฟฟ้าด้วย ถ้าเรามีโอกาสได้ดำเนินนโยบาย ทุกภาคส่วนจะมีค่าไฟฟ้าลดลง ค่าใช้จ่ายลดลง ประชาชนมีเงินเหลือมากขึ้น เอกชนมีกำไรมากขึ้น สินค้าราคาถูกลง แข่งขันกับประเทศอื่นทั่วโลกได้ เมื่อรวมเข้ากับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเสริมกัน ทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นตามที่พรรคตั้งไว้

ย้ำเลือกพรรคอื่นได้ “ลุงตู่” กลับคืน

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ลานตรงข้ามตลาดบางแค (ห้างองค์วิศิษฐ์เดิม) เขตบางแค พรรค พท. จัดปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส. กทม.ฝั่งธนบุรีหาเสียง โดยนายเศรษฐาปราศรัยย้ำว่าการเลือกตั้งที่จะถึงจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศ รัฐบาลปัจจุบันทำความเสียหายให้ประเทศ ทำรัฐประหาร เขียนกติกาเอื้อประโยชน์ตัวเอง พรรค พท.ถือเป็นมวยรองยังไม่ทันเลือกตั้งเขามี ส.ว. 250 เสียง จะเปลี่ยนขั้วอำนาจนี้ได้ต้องเข้าคูหากา 2 ใบให้ พท. สำหรับพรรคที่บอกว่ากัญชาเสรี อย่าให้เขามอมเมาประชาชนว่าทำกัญชาแล้วจะรวย ไม่มี อย่าให้เอานโยบายนี้มาหลอกขายต้องกัญชาเพื่อการแพทย์โดยพรรค พท.เท่านั้น ถ้าเลือกพรรคอื่นที่เคยเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ เขาอยู่กินกันมาจะเสนอใคร พล.อ. ประยุทธ์ กลับมาแน่นอน ต้องไม่เอาพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้

นิด้าโพล “พิธา” นำโด่งขึ้นแท่นนายกฯ

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 24-28 เม.ย.66 จากประชาชนทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป 2,500 หน่วยตัวอย่าง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 35.44 สนับสนุนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค ก.ก.เป็นนายกฯ ตามมาด้วยอันดับ 2 ร้อยละ 29.20 น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร แคนดิเดตจากพรรค พท. ร้อยละ 14.84 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา แคนดิเดตพรรค รทสช. ร้อยละ 6.76 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตพรรค พท. ร้อยละ 3.00 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ร้อยละ 2.48 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตพรรค ทสท.ร้อยละ 1.80 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แคนดิเดตพรรค ปชป. ร้อยละ 1.68 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แคนดิเดตพรรค สร. ร้อยละ 1.36 นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตพรรค ภท. ร้อยละ 1.32 นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตพรรค ชพก.และร้อยละ 2.12 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดตพรรค พปชร. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท.เป็นต้น

ปาร์ตี้ลิสต์ ก.ก.หายใจรดต้นคอ พท.

ส่วนพรรคการเมืองที่จะเลือกให้เป็น ส.ส.บัญชี รายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 37.92 พรรค พท.ตามด้วยอันดับ 2 ร้อยละ 35.36 พรรค ก.ก. ร้อยละ 12.84 พรรค รทสช. ร้อยละ 3.32 พรรค ปชป.ร้อยละ 2.36 พรรค ภท. ร้อยละ 1.68 พรรค ทสท. ร้อยละ 1.60 พรรค สร. ร้อยละ 1.28 พรรค พปชร.ร้อยละ 1.24 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 1.00 พรรค ชพก. และร้อยละ 1.40 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรค ชทพ. พรรคประชาชาติ เป็นต้น ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งที่ 2 เดือน เม.ย. พบว่า สัดส่วนเลือก พรรค พท. พรรค ปชป. พรรค ภท. พรรค ทสท. พรรค สร. พรรค พปชร. พรรค ชพก. และยังไม่ตัดสินใจลดลง ขณะที่ระบุว่าพรรค ก.ก. และพรรค รทสช.มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

“พิธา” ปลื้มเหตุจุดยืนชัดและพร้อม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงนิด้าโพลเผยผลสำรวจคะแนนนิยมครั้งที่ 3 ประชาชนสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ มาเป็นอันดับ 1 ว่า เชื่อว่าความนิยมพรรค ก.ก.เพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง มาจากจุดยืนพรรคชัดและพร้อมในจุดยืน “มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง” ไม่ร่วมรัฐบาลพรรคทหาร จำแลง ทั้งสองลุงและพร้อมเป็นรัฐบาลเสนอ 300 นโยบายพร้อมแผนงานขับเคลื่อนให้เป็นจริงภายใน 100 วัน 1 ปี และ 1 สมัย ทำให้เห็นความมุ่งมั่น ตรงไปตรงมา ใส่ใจปัญหา มั่นใจเป็นตัวเลือกเหมาะสม ที่สุดมาเป็นรัฐบาล เปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม โค้งสุดท้ายพรรคสู้เต็มที่ แม้การเมืองเก่าสาดโคลนสกปรก เล่นวิชามารใส่ แต่จะสู้ด้วยความจริงใจ ความ สร้างสรรค์ ต้องใช้ความสว่างเข้าสู้ ต้องไม่หลงกล มีสมาธิทำงานโค้งสุดท้าย เหลืออีก 11 วัน ขอให้ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคน ทีมงาน อาสาสมัคร หัวคะแนนธรรมชาติจับมือสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกตั้ง ชัยชนะพรรค ก.ก.จะเป็นชัยชนะของพวกเรา ทุกคน รัฐบาล ก.ก.จะนำสังคมไทยออกจากอดีตเดินหน้าไปสู่อนาคต

“สมชัย” จี้ กกต.สอบใครออกค่าสมาชิก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึง กรณี กกต.ชี้แจงภาพการเก็บบัตรประชาชน ระหว่างการปราศรัยหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง ที่ จ.อำนาจเจริญ เป็นการเก็บบัตรเพื่อกรอกข้อมูล สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อวันที่ 10 ก.พ.66 ว่า ถ้า กกต.สอบข้อเท็จจริงมาแล้ว ต้องว่าเป็นตามนั้น แต่อยากให้ กกต.ตรวจสอบต่อไปว่า การสมัครสมาชิกพรรคในวันดังกล่าว ค่าใช้จ่ายสมัครเป็นสมาชิกพรรค ประชาชนออกค่าสมาชิกเอง หรือมีใครจ่ายแทนให้หรือไม่ เพราะมาตรา 30 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองระบุว่า ห้ามพรรคการเมืองหรือผู้ใดเสนอ หรือสัญญาจะให้เงิน ทรัพย์สินไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลใดสมัครเป็นสมาชิก ถ้าพบว่ามีพรรคการเมืองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายแทนให้ จะเข้าข่ายจูงใจให้เป็นสมาชิกพรรค มีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้

“ศรี” บี้สอบขนเสื้อแดงช่วยนายใหญ่

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีนายสมชาย แสวงการ ส.ว.โพสต์ภาพแชตไลน์ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ไลน์หลุด ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยุบพรรค กกต.รู้หรือยัง” โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า หากใครดูแชตไลน์ จะเห็นว่ามีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเรียกกลุ่มคนเสื้อแดงให้กลับมา ช่วยเพื่อให้นายใหญ่กลับประเทศ อาจผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (1) ห้ามผู้สมัคร หรือผู้ใดให้หรือเรียก ให้ผลประโยชน์ และมาตรา 75 ห้ามผู้ใด รณรงค์หาเสียง โดยให้ผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกัน ฝ่าฝืนจะนำไปสู่การส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค

โยงข้อหาล้มล้างการปกครองฯ

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การนำเงินจากบุคคลแดนไกลมาใช้จ่ายดำเนินกิจกรรมหาเสียงเลือกตั้งอาจเข้าข่ายความผิดการล้มล้างการปกครองฯตามมาตรา 92 (1) (3) (4) กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แม้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็น กก.บห. เรื่องนี้ไม่ได้ดิสเครดิต กกต.มีระเบียบใหม่ว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องที่นำไปสู่การยุบพรรคการเมือง มีวิธีซึ่งต้อง ดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน จะแล้วเสร็จ

กกต.ยันถกงบฯค่าไฟตามคิว

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้สำนักเลขาธิการ ครม.ส่งหนังสือของบฯกลาง 10,464 ล้านบาท มายังสำนักงาน กกต.เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นคงต้องตรวจสอบว่า ครม.ทำตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงเนื้อหาเหตุผลความจำเป็น ประกอบความเห็นนำเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณา บรรจุเป็นวาระการประชุม กกต.ตามลำดับ ไม่มีการ เร่งหยิบยกขึ้นมาพิจารณา จะอนุมัติวันไหนอย่างไรขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม กกต.

แย้มรู้ผล ลต.หลังปิดหีบสี่ทุ่ม

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต.จัดสาธิตการใช้สิทธิเลือกตั้งและสาธิตการอำนวยความสะดวก ผู้พิการทุพพลภาพ และผู้สูงอายุ ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง มีนายสำราญ ตันพานิช ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง เป็นวิทยากร และเลขาธิการ กกต.ร่วมสังเกตการณ์ ต่อมานายแสวงกล่าวว่า สำนักงาน กกต.และ กปน.จะอำนวยความสะดวกให้ลงคะแนนด้วยความเรียบร้อย ไม่สับสน หลังปิดหีบเลือกตั้งช่วงเวลา 17.00 น. นับคะแนนแบบเปิดเผยในหน่วยเลือกตั้ง ใช้วิธีขีดคะแนนลงบนกระดาน 2 กระดาน แบ่งเป็นผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กกต.ได้ซักซ้อมกับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) แล้ว หากผิดพลาดทั้งขานคะแนนและขีด คะแนนบนกระดาน ผู้สังเกตการณ์ทักท้วงได้ทันที กปน.จะบันทึกเหตุการณ์ไว้ ร้องเรียนต่อ กกต.ได้ หลังนับคะแนนแต่ละหน่วยเสร็จสิ้นจะส่งผลคะแนนทั้งหมดมายังสำนักงาน กกต.น่าจะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 22.00 น. โพลทำได้แต่ต้องทำโดยสุจริต ไม่ใช่จูงใจ ช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้งทำได้ แต่ห้ามเปิดเผยโพล เปิดเผยได้หลังปิดหีบ

ป.ป.ช.เปิดข้อมูลนาฬิกาหรู 2 รายการ

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.วันที่ 3 พ.ค.ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 6 เสียงให้เปิดเผยข้อมูลสำนวนคดีบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ครอบครองนาฬิกาหรู แก่นายวีระ สมความคิด ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เฉพาะรายการที่ 1 รายงานและสำนวนการตรวจสอบการไต่สวน และการไต่สวนเบื้องต้น รวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด และเอกสารรายการที่ 3 รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้อง รายการที่ 2 ความเห็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบไม่ให้เปิดเผย ระบุอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พนักงานไต่สวน ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาที่เป็นบุคคลภายนอก เป็นการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารที่ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 15 คุ้มครอง มอบหมายให้สำนักคดีนำคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่เคยมีคำพิพากษาคุ้มครองการเปิดเผยข้อมูล พร้อมประเด็นปัญหาไปหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว รวมถึงปัญหาข้อขัดข้องกับตุลาการศาลปกครองสูงสุดต่อไป นายวีระยื่นขอรับเอกสารทั้ง 2 รายการ ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.66 เป็นต้นไป