"สุดารัตน์" อวยพรลูกชาย "แพทองธาร" คลอดวันเดียวกับวันเกิดตน ขอให้เติบโตสุขภาพดี ชี้ "ทักษิณ" อยากกลับไทยมาเลี้ยงหลาน ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน ตอกกลับ เพื่อไทย ฝันไปเอง หลังฟาด "ไทยสร้างไทย" หาเสียงอ้างพรรคพี่ พรรคน้อง ขู่ ดำเนินคดี ทำเสียหาย

วันที่ 1 พ.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึง กระแสความนิยมของพรรค ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ว่า คะแนนของไทยสร้างไทยดีวันดีคืน จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนให้สัญญากับประชาชนว่า ถ้าเลือกไทยสร้างไทย ขอเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งประชาชนตอบรับดี เห็นด้วยกับการออกจากการเมืองแบบเก่า

ส่วนการอ้างคำว่า พรรคพี่พรรคน้อง นั้น ยืนยันว่า อาจเป็นการฝันไปเอง วันนี้ขอประกาศชัดเจนว่า พรรคไทยสร้างไทยไม่เป็นนอมินีใคร และการที่พรรคเพื่อไทยนำไปพูดในการหาเสียงเรื่องพรรคพี่พรรคน้อง ถ้ามากล่าวหาแบบนี้ ตนเสียหาย หากมีหลักฐานเพียงพอ ก็จะแจ้งความดำเนินคดี ขออย่าใส่ร้ายคนอื่น การหาเสียง ขอให้พูดกับประชาชนโดยไม่มีวาระแอบแฝง ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทำเพื่อประชาชน

ส่วนกรณีที่ผู้สมัคร จ.ชุมพร ทำลายป้ายหาเสียงตัวเอง และพูดถึงการจัดสรรงบประมาณในการหาเสียง คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า พรรคแจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้มาสมัครอยากได้เงิน แต่เจตจำนงไม่ตรงกัน และในวันที่สมัคร พูดได้ทุกอย่าง แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เมื่อไม่มีอุดมการณ์ คิดแค่ว่า พรรคการเมืองต้องใช้ตังค์ นำเงินไปซื้อเสียงประชาชน หากคิดแบบนี้ ก็ขอให้ไปอยู่พรรคอื่น

ผู้สื่อข่าวบอก คุณหญิงสุดารัตน์ ว่า เช้านี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้คลอดบุตรชายแล้ว ซึ่งบังเอิญตรงกับวันเกิดคุณหญิงสุดารัตน์ อยากให้อวยพร โดย คุณหญิงสุดารัตน์ อวยขอให้ลูกชายและนางสาวแพทองธาร มีสุขภาพแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก ขอให้เติบโต มีสุขภาพดี เลี้ยงง่าย เป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในอนาคต

...

ส่วนกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความว่า อยากกลับมาเลี้ยงหลานนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า การเมืองหลังเลือกตั้งมีความเสี่ยงเยอะมาก ตนเข้าใจดีถึงความจำเป็นของแต่ละฝ่าย และเห็นใจ นายทักษิณ ซึ่งหากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกระบวนการให้ความยุติธรรม ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมา และไม่ควรมีอะไรไปกลั่นแกล้งกันอีก

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน กรณีเรื่องการอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งและการรัฐประหาร ซึ่งตนมองว่าถ้าทำอย่างเที่ยงตรง เชื่อว่าจะไม่มีเหตุที่ใครนำไปอ้างให้เกิดการรัฐประหารอีก.