กระแสดีจัด! "สมศักดิ์" จูงมือน้องสาว "พรรณสิริ" หาเสียงเขต 1 สุโขทัย ป้องกันแชมป์ โชว์ "เพื่อไทย" คะแนนนิยมเกินครึ่งแล้ว ยกนิด้าโพล สำรวจนครสวรรค์ พื้นที่เหนือล่าง คะแนนนำเท่าตัว 49.17% 

วันที่ 30 เม.ย. 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.หลายสมัย ได้ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร เทิดไท ฟาร์ม อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

...

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องชาวสุโขทัยที่เดินทางมาวันนี้ เมื่อได้รับฟังนโยบายของพรรคเพื่อไทยแล้ว เห็นหลายคนชื่นชอบกันเป็นจำนวนมาก ตรงกับที่ตนเดินทางไปมาทั่วประเทศ ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ พบว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมมากกว่า 50% แล้ว โดยหมายความว่า พรรคอื่นรวมกันแล้วไม่ถึงครึ่ง เพราะเราได้รับความนิยมเกินครึ่ง อย่าง นิด้าโพล ล่าสุด สำรวจความเห็นชาวนครสวรรค์ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พบว่ากระแสดีมาก เลือกพรรคเพื่อไทยแบบเขต 48.17% แบบบัญชีรายชื่อ 49.17% ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ทั้งสองคน คะแนนรวมกันถึง 43.16% ซึ่งจะเห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทยยังได้รับความนิยมดีมาก เนื่องจากเรามีหลายนโยบายที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนกลับมาฟื้นตัวได้ เช่น นโยบายเติมเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท โดยจะทำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้ตามเป้าหมาย เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว จะได้ขับเคลื่อนทุกนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน

ขณะที่ นายสัตวแพทย์ชัย กล่าวว่า ตนเป็นลูกเขยอำเภอศรีสำโรงมาแล้ว 30 ปี จนกลายเป็นคนสุโขทัยไปแล้ว โดยเวลาตนไปปราศรัยที่ไหน ก็มีแต่คนพูดถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่คิดเรื่องเล็ก คิดแต่เรื่องใหญ่ เช่น ในอดีต โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ก็จะยกระดับให้ดีขึ้น โดยพี่น้องประชาชน สามารถคุยกับหมอผ่านออนไลน์ และไปรับยาฟรีได้เลย ซึ่งไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรอหมอเป็นเวลานานอีกต่อไป โดยขณะนี้พรรคการเมืองอื่น คิดว่า คนชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทย จึงพยายามคิดใหญ่บ้าง แต่ไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ เพราะไม่มีผลงานในอดีตแบบพรรคเพื่อไทย ที่ทั้งคิดใหญ่และทำเป็น ทำให้นโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง อย่าง จังหวัดสุโขทัย มีประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 5 แสนคน จะทำให้มีเงินไหลในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัย ถึง 5 พันล้านบาท เนื่องจากเราเข้าใจปัญหา จึงไม่ได้คิดนโยบายแบบหยอดน้ำข้าวต้มเหมือนพรรคอื่น แต่เราจะทำให้พี่น้องประชาชนลุกออกจากเตียงได้ทันที

ส่วน นางพรรณสิริ กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวสุโขทัยพรรคเพื่อไทยทุกคน ที่เดินทางมาให้กำลังใจกัน ซึ่งในพื้นที่เขต 1 มีทั้งหมด 21 ตำบล ตนเดินไปเคาะประตูบ้านมาแล้วทุกที่ แต่อาจยังไม่ได้เจอทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่เจอแต่ผู้สูงอายุ โดยชาวสุโขทัย ส่วนใหญ่ก็ถามกลับมาว่า ตนมาทำไมอีก จำได้แล้วว่า เบอร์ 1 เลือกทั้งคนและพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 อย่างแน่นอน ซึ่งไม่ต้องห่วง เพราะเห็นผลงานมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ตนจึงขอยืนยันว่า พร้อมเข้ามาสานงานต่อ เพราะพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายแก้แหล่งน้ำ ที่เป็นปัญหาหลักของชาวสุโขทัย โดยสะท้อนว่าพรรคเพื่อไทย เข้าใจปัญหาของชาวสุโขทัยเป็นอย่างดี จึงมีความพร้อมพัฒนาเมืองนี้อย่างต่อเนื่อง.