“เศรษฐา” ไม่น้อยใจ หลังถูกมองไม่เด่นเท่า “อิ๊งค์ แพทองธาร” มั่นใจนโยบายพรรคเพื่อไทยยังโดนใจคนรุ่นใหม่ ชวน 14 พ.ค. 66 เข้าคูหา ลั่น ขอทวงเก้าอี้ศรีสะเกษคืน
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดศรีสะเกษ ในวันนี้ (29 เมษายน 2566) ถึงผลสำรวจความเห็นประชาชนของสวนดุสิตโพล คะแนนพรรคเพื่อไทยนำโด่ง แต่คะแนนความนิยมของคนอายุ 18-25 ปี น้อยกว่าพรรคก้าวไกล 50% ว่า ต้องพยายามต่อไป โพลก็มีหลายสำนัก อย่างเช่นของไทยรัฐ ผลสำรวจออกมาก็เป็นรอง จึงต้องมาวิเคราะห์ว่าจุดอ่อนของพรรคเพื่อไทยอยู่ตรงไหน และพยายามเดินหน้าต่อแก้เกมเรื่อยๆ เพราะยังมีเวลา ส่วนตนเองมีจุดอ่อนตรงไหนไม่ขอตอบ แต่ย้ำว่าพรรคเพื่อไทยมีจุดแข็งคือนโยบายที่ทำได้มาก่อน และนโยบายที่เสนอกับประชาชนครั้งนี้ก็มั่นใจว่าจะทำได้ทุกนโยบาย
ส่วนการพบประกับประชาชนช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี เรื่องการเข้าถึงคนทุกกลุ่มส่วนตัวเชื่อว่าสื่อมวลชนก็คงรู้และเห็นว่าตนเองเข้าถึงได้ เข้าใจปัญหาของประชาชนรับฟัง ส่วนไหนจะต้องนำเอาไปแก้ไขก็จะนำไปปรับปรุง ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งจะปรับกลยุทธ์หรือไม่นั้น ย้ำว่าพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม ไม่ได้ทำให้ชื่อไปติดอันดับ ขอแค่วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประชาชนเข้าคูหาแล้วกาพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบก็พอ จะได้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยแน่นอน
ขณะเดียวกันคำถามเรื่องความเห็นของผู้อำนวยการสถาบันนิด้า ที่ออกมาบอกว่าตนยังไม่เด่นไม่ปังเท่ากับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จึงไม่มัดใจคนรุ่นใหม่นั้น นายเศรษฐา ตอบว่า ก็เป็นความเห็นของ ผอ.นิด้า หน้าที่ของตนเองคือเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกชนชั้นเข้าใจในจุดประสงค์หลักของแต่ละนโยบาย จะไปบิดเบือนหรือเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอย่างที่คนเขาอยากจะเป็นไม่ได้
...
“ขอยืนยันไม่ว่าผลสำรวจออกมาแต่ละครั้งเป็นอย่างไร ผมไม่เคยน้อยใจหรือจะกระทบกับความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราดูจากผลคณิตศาสตร์ ไม่เคยท้อ ไม่เคยเหนื่อย หรือไม่เคยดีใจเกินเหตุแม้ผลสำรวจออกมาดี แต่ขอวันที่ 14 (พฤษภาคม) ตอน 4 ทุ่ม ตอนนั้นความรู้สึกอาจจะดีก็ได้”
ส่วนยุทธศาสตร์ที่จะดึงคะแนนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นก็ต้องพยายามต่อไป ทั้งการพบปะพูดคุยนำเสนอนโยบายที่ถูกและโดนใจ มีนโยบายที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง การที่ไปพูดอะไรโดยที่ไม่สามารถทำได้ พรรคเพื่อไทยไม่ทำ และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีกับคนทุกกลุ่ม
สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณางบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชนเรื่องค่าไฟฟ้านั้น ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบประมาณที่จะมาช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นความตั้งใจที่ดี แต่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลมาตั้งนานทำไมเพิ่งจะมาทำ ก่อนยุบสภามีอำนาจเต็มมือก็สามารถทำได้ แต่ไม่ทำ
นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังฝากถึง กกต. หลังเกิดข้อร้องเรียนและความผิดพลาดหลายอย่างในการเตรียมสำหรับการจัดการเลือกตั้ง เชื่อว่าความผิดพลาดบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ แต่พรรคเพื่อไทยและฝ่ายกฎหมายจะเฝ้าจับตาดู มีทีมกฎหมายที่ติดตามอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานคะแนนของพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม การกลับมาพบกับพี่น้องชาวศรีสะเกษในครั้งนี้ อยากจะมาตอกย้ำให้คนศรีสะเกษมั่นใจในนโยบายของพรรคเพื่อไทย และเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อไทยจะขอเอาพื้นที่คืนกลับมา เพราะพื้นที่นี้เป็นของเพื่อไทย พร้อมย้ำในด้านนโยบายกัญชาเพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ มียาเสพติดก็ว่าแย่แล้วยังจะเอากัญชาเสรีมาให้ประชาชนอีก เชื่อว่าประชาชนคงรับไม่ได้ ขณะที่ข้อเสนอของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าพรรคที่จะร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยต้องสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์นั้น พรรคเพื่อไทยขอย้ำว่าสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์เพียงอย่างเดียว ควบคู่ไปกับการกำจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก ยึดทรัพย์โดยเร็ว บำบัดผู้เสพให้เป็นผู้ป่วยกลับคืนสู่สังคมได้ด้วยความมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีอาชีพที่ดี.