“ธรรมนัส” ลุยหาเสียงเชียงใหม่ ประกาศดัน พ.ร.บ.ลำไย ทันที ถ้าเป็นรัฐบาล ด้าน “ชัยวุฒิ” อยู่ตาก ขอ พลังประชารัฐ แลนด์สไลด์ทั้งจังหวัด แซะ เพื่อไทยทั่วโลกไม่มีใครใช้เงินดิจิทัล เพราะมีปัญหา เว้น เอลซัลวาดอร์
วันที่ 27 เมษายน 2566 ที่ บริเวณกาดแม่วาง ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้จัดเวทีปราศรัยหาเสียง นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 6 จังหวัดพะเยา พปชร. และในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พร้อมด้วย นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมการบริหาร พปชร. ร่วมขึ้นปราศรัยนโยบายพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ประกอบด้วย นายพจนารถ ศรียารัณย เขต 1 เบอร์ 4, นางศรีพรรณ เขียวทอง เขต 2 เบอร์ 5, นายพรชัย อรรถปรียางกูร เขต 3 เบอร์ 1, ดร.มนสิชา ภัคดิเมธีเขต 4 เบอร์ 2, นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ เขต 5 เบอร์ 1, นางรัตนประภา ดิศวัฒน์ เขต 6 เบอร์ 5, นายบดินทร์ กินาวงษ์ เขต 7 เบอร์ 13, นางสาวกุสุมา บัวพันธ์ เขต 8 เบอร์ 9, นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เขต 9 เบอร์ 6 และนายนรพล ตันติมนตรี เขต 10 เบอร์ 8 โดยมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น
...
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สิ่งที่อยากบอกคือพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ ท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มีหลักยึดชัดเจนคือก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อให้ประชาชนมีความรักสามัคคีกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงของชาติบ้านเมือง นอกจากนี้ ยังสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะเพิ่มเป็น 700 บาท เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพิ่มเป็นจำนวน 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 70 ปี ขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 4,000 บาทต่อเดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 5,000 บาทต่อเดือน และยังมีเงินประกันชีวิต 2 แสนบาทด้วย พร้อมย้ำว่า วันนี้ภาคเหนือทั้ง 8 จังหวัดเราต้องเดินหน้าขับเคลื่อนไปด้วยกันเพื่อให้มีพลังในการผลักดันแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาแหล่งน้ำ การผลักดันเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยต่อเนื่องคือไร่ละ 2 พันบาท ไม่น้อยกว่า 25 ไร่ และผลักดัน พ.ร.บ.ลำไย เป็นรูปธรรม
วันเดียวกันนี้ที่ จ.ตาก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัย อ.เมือง จ.ตาก เพื่อช่วยผู้สมัคร เขต 1 นายประสงค์ นามเสถียร หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ โดย นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เมื่อวานไปเจอคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช จากพรรคก้าวไกล ผมก็ถามว่า ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล บัตรประชารัฐจะอยู่ไหม เขาไม่เอา เขาจะเอาสวัสดิการถ้วนหน้า ซึ่งผมก็ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าคืออะไร เพราะไม่ชัดเจนเหมือนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้แน่นอน 700 บาททุกเดือน ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ตอบแบบเหลี่ยมๆ ไม่แน่ใจเดี๋ยวไปดูเฉยๆ ปล่อยเฉยๆ ไว้ก่อนให้มันหมดไปเอง ไม่รู้แปลว่าอะไรก็คือไม่ทําต่อ ไม่เติมเงินแต่เขาจะให้อย่างอื่น เขาจะให้เงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ทุกคนเลย เอาไปใช้ภายใน 6 เดือน แต่เงินดิจิทัลคืออะไร พี่น้องรู้จักไหม ผมยังคิดว่าแม่ค้าจะรับรึเปล่ายังไม่รู้ เพราะมันใหม่เกินไป
“ผมอยู่กระทรวงดิจิทัล ผมรู้จักดี วันนี้เงินดิจิทัลเป็นเงินที่มีปัญหามากที่สุด ทั้งประเทศทั่วโลกไม่มีใครให้ใช้เงินดิจิทัลซื้อขายสินค้าและบริการ เพราะเขากลัวมีปัญหากับค่าเงินกับระบบการเงินของเขา วันนี้ผมตรวจแล้ว มีประเทศเดียวในโลก ที่ให้ใช้เงินดิจิทัลซื้อของได้คือประเทศ เอลซัลวาดอร์ เพราะประเทศเขาก็ไม่มีระบบการเงินที่เข้มแข็ง เขาใช้เงินดอลลาร์ แทนเงินของประเทศเขามานานแล้ว มีปัญหาเขาก็ลองใช้เงินดิจิทัล ถ้าเราได้พรรคเพื่อไทย บัตรสวัสดิการรัฐก็อาจจะไม่มีหรือไม่เติมเงิน แต่จะได้เงินดิจิทัล ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่ 2 ในโลก ที่สามารถใช้เงินดิจิทัลได้ ผมว่ามันน่าจะมีปัญหา”
นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า วันนี้ขับรถผ่านศาลเจ้าพ่อพะวอ เป็นศาลที่พวกเราเคารพนับถือกันมากที่สุดในจังหวัดตาก ตนเองก็ไปไหว้ ไปขอพรท่าน ขอให้ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ แลนด์สไลด์ที่จังหวัดตาก ทั้ง 3 คนได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด และขอให้ช่วยปกปักคุ้มครอง แผ่นดินไทย ให้คนไทยอยู่อย่างสงบร่มเย็นตลอดไป เพราะเจ้าพ่อพะวอคือ นักรบ คือกะเหรี่ยงคือปกาเกอะญอ เป็นตํานานของพวกเราที่เป็นทหารที่คุมด่าน แล้วต่อสู้กับกองทัพพม่า ที่จะบุกมารุกรานประเทศไทย
“ใครมาด่าทหาร ทหารไปทําอะไร ทําให้คนเกลียดทหารเพื่อหวังผลทางการเมือง อันนี้ไม่ใช่อุดมการณ์ของพรรคเรา เพราะผมคิดว่ากองทัพต้องเข้มแข็งเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ผมเคยคุยกับนักการเมืองบางคน แล้วติดตามความคิดของเขา เขาบอกว่าเขาอยากเปลี่ยนประเทศ ผมฟังแล้วผมรู้แล้ว เขาหมายถึงอะไร ต้นตอปัญหาของเขา แต่ผมว่ามันไม่ใช่เพราะปัญหาในมุมมองของเขาที่เขามองเป็นต้นตอ ต้นตอของปัญหาคือนักการเมืองขี้โกง ทุจริตคอร์รัปชัน ถ้ามองปัญหาผิด ไปตัดต้นไม้ผิดต้น ประเทศฉิบหายแน่นอน นี่คือความแปลกของอุดมการณ์ ความแตกต่างของอุดมการณ์
ผมเจอมาหลายครอบครัวแล้ว เวลากินข้าวด้วยกัน พ่อใส่เสื้อสีแดง แม่ใส่เสื้อสีเหลือง ตอนนี้ลูกใส่เสื้อสีส้ม นั่งคุยกันแล้วทะเลาะกัน พอมันขัดแย้งกันด้วยความเหนื่อย คนมันก็ไม่มีความสุข คนมันจะมีความสุขได้กินข้าวอร่อย ต้องไม่ทะเลาะกัน วันนี้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนแรกที่พูด เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นอุดมการณ์สําคัญของพรรค ผมเชื่อ ผมอยู่กับลุงป้อมมา ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ท่านจะเป็น คนที่คุยได้ทุกคนแล้วทําให้ทุกคนรักกันสามัคคีกันได้แน่นอน”