หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปล่อย 3 นโยบายเร่งด่วน พร้อมทำทันทีหลังเป็นรัฐบาล หยอด แต่ถ้าได้เป็นนายกฯ จะเร็วกว่านั้น วันนี้ ลุยรับฟังปัญหาชาวประมงระนอง

วันที่ 24 เมษายน 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามถึงนโยบายที่จะเดินหน้าใน 6 เดือน หากได้เป็นรัฐบาล ว่า พรรคภูมิใจไทยมองเรื่องนี้ไว้แล้ว ว่านโยบายไหนควรทำก่อน ทำหลัง เมื่อถามถึงนโยบายที่ต้องทำทันที คือ นโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย นายอนุทิน ระบุว่า ที่ให้ความสำคัญกับนโยบายนี้ เพราะเห็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คุกคามทั่วโลก ช่วงเวลานั้นมีการกู้หนี้ยืมสิน เป็นภาระเหนี่ยวรั้งชีวิต ดอกเบี้ยขยับขึ้นรายวัน จำเป็นต้องไปช่วยให้เขาได้ลืมตาอ้าปาก มีโอกาสได้หายใจ มีแรงได้สู้ต่อไป จึงเป็นที่มาของนโยบาย

ทั้งนี้ คิดว่าเวลา 3 ปี น่าจะทำให้คนไทยสามารถฟื้นตัวได้ และมีความสามารถในการชำระหนี้ได้แล้ว การเดินหน้านโยบาย รัฐต้องออกพันธบัตร ตั้งกองทุน แล้วไปเจรจากับเจ้าหนี้ จัดการหนี้สิน และดูแลเรื่องดอกเบี้ย เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน และเจ้าหนี้ ประชาชนมีเวลาได้คิด ได้ทำ ส่วนเจ้าหนี้ก็เลี่ยงปัญหาหนี้สูญได้

...

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุต่อไปว่า อีกหนึ่งนโยบายที่ต้องเร่งทำอีกเรื่องคือ การให้กู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน จากนั้นค่อยกลับมาใช้คืนพร้อมดอกเบี้ยหลังจากนั้น 30 วัน ทำให้คนไทยมีเงินหมุนเวียนเพื่อไปสร้างรายได้ ต่อมาต้องลดความวิตกกังวล ทุกคนต้องมีมรดกไว้ให้ลูกหลาน หรือนโยบายกองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป เมื่อเสียชีวิตครอบครัวจะได้เงินจากกรมธรรม์ที่รัฐทำให้ จำนวนเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท นอกจากนั้น ผู้สูงวัยยังสามารถกู้เงินตรงนี้มาดูแลตัวเองได้ 20,000 บาท

“หลักคิดของภูมิใจไทย คือเราต้องให้โอกาสคนไทย และเราเชื่อมั่นในศักยภาพของประชาชน ว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยั่งยืน หากได้รับโอกาส เมื่อเป็นรัฐบาล นโยบายพวกนี้เราได้เห็นความคืบหน้าใน 6 เดือนแน่นอน แต่ถ้าเป็นนายกฯ จะเร็วกว่านั้น”

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมง ที่ท่าเทียบเรือสะพานปลาระนอง พร้อมด้วย นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.ระนอง โดยมีผู้ประกอบการประมงให้การต้อนรับและสะท้อนปัญหา โดยผู้ประกอบการประมงรายหนึ่งบอกว่า หลายปีที่ผ่านมา ประมงไทยมีปัญหาอย่างหนัก ผลประกอบการจากร้อยเหลือเพียง 5-10 เท่านั้น ส่งผลกระทบเป็นภาพกว้างในห่วงโซ่ของประมง ทั้งผู้ประกอบการประมง ต่อเนื่อง ประมง อาชีพรับจ้าง และทุกๆ อย่างที่ประกอบรวมกัน อยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ มองเห็นและแก้ไขปัญหาประมงให้กับคนไทยด้วย อย่าเอาใจแต่ต่างชาติ

“วันนี้ผมได้ลงมาพบกับผู้ประกอบการประมงและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าที่ผ่านมา ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ และติดขัดเงื่อนไขบางอย่าง แต่เมื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นเป็นรัฐบาลแล้ว จะได้นำปัญหาที่รับฟังจากพื้นที่ไปดำเนินการแก้ไขให้ด่วนที่สุด”.