รัฐบาลเตือนประชาชนภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน อาจทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง และอาจมีฟ้าผ่าบางพื้นที่ หลังกรมอุตุฯ ประกาศเฝ้าระวังถึง 26 เม.ย.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในวันนี้ (24 เมษายน 2566) ถึงกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน เป็นฉบับที่ 4 ลงวันที่ 23 เมษายน 2566 แจ้งเตือนสภาพอากาศที่จะทำให้เกิดพายุฤดูร้อนในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2566 ซึ่งก็ปรากฏว่าในวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในหลายจังหวัด

“ดังนั้น ในช่วงวันที่ต้องเฝ้าระวังพายุ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่จะมาจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะ และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ ขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง”

พายุฝนมาพร้อมลูกเห็บที่ จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566
พายุฝนมาพร้อมลูกเห็บที่ จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566

...

สำหรับเกษตรกรให้เตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง ส่วนของพื้นที่ภาคใต้ แม้กรมอุตินิยมวิทยาไม่ได้ระบุให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน แต่อิทธิพลของลมตะวันออก และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งจะทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รองโฆษกรัฐบาล ระบุต่อไปว่า หน่วยงานรัฐมีการเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง กระทรวงมหาดไทย ย้ำไปยังจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยแต่ละภาคให้เตรียมพร้อม จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันที ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศได้ที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือหมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังติดตามการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT ได้ด้วย และหากได้รับความเดือดร้อน แจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือทางไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 (Line ID @1784DDPM) หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานรับการช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติต่างๆ

พายุฝนมาพร้อมลูกเห็บที่ จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566
พายุฝนมาพร้อมลูกเห็บที่ จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 5 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 24-26 เมษายน 2566 ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้ไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง และอาจมีฟ้าผ่าบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะ และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ ขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร และอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง

จังหวัดที่คาดว่าจะมีผลกระทบ

วันที่ 24 เมษายน 2566

  • ภาคเหนือ : น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

วันที่ 25-26 เมษายน 2566

  • ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด