รมว.สาธารณสุข เผย โควิด-19 ระบาดเพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ ส่วนสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.16 อาการไม่รุนแรงกว่าเดิม เร่งจูงใจประชาชนเข้าฉีดวัคซีนโควิดควบคู่วัคซีนไข้หวัดใหญ่

วันที่ 20 เมษายน 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โดย นายอนุทิน กล่าวในช่วงหนึ่งว่า วันนี้ได้รับฟังสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค และไม่ได้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกัน ทั้งจากการติดเชื้อและการได้รับวัคซีน

ส่วนกรณีเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.16 (อาร์คทูรัส) ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและหลายคนวิตกนั้น เป็นธรรมชาติของเชื้อไวรัสที่จะมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา แต่ยังคงเป็นลูกผสมของสายพันธุ์โอมิครอนเดิม และไม่ได้มีความรุนแรงไปกว่าสายพันธุ์เดิม ซึ่งกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการป่วยรุนแรง ยังคงเป็นกลุ่ม 608 ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับเข็มสุดท้ายนานกว่า 6 เดือน

นายอนุทิน ระบุต่อไปว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังมีความจำเป็นในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จะช่วยไม่ให้อาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้สั่งการให้สถานพยาบาลทั่วประเทศ และสถานพยาบาลของกรมในสังกัด จัดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 อำนวยความสะดวกประชาชน โดยวัคซีนที่มีในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นชนิดไบวาเลนท์ (Bivalent) ซึ่งอาจารย์แพทย์ที่เป็นคณะกรรมการวิชาการแจ้งว่า สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ในคราวเดียวกัน พร้อมมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คิดแนวทางสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนมารับวัคซีนทั้งโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่มากขึ้น ขณะที่ข้อกังวลกรณีจะมีการระบาดของโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่พร้อมกันนั้น ยืนยันว่ามีความพร้อมดูแลทั้งยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ

...

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่า “กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอาการรุนแรงต่างๆ เช่น มีเลือดออกในโพรงจมูกและตาแดง ซึ่งเป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้เกิดในทุกคน หรือกรณีคนงานต่างด้าวเสียชีวิตกะทันหัน ตรวจ ATK ผลเป็นบวก แล้วนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นสายพันธุ์ XBB.1.16 เพราะก่อนหน้านี้มีอาการตาแดง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะโควิดไม่ได้ทำให้เสียชีวิตทันที ต้องมีอาการป่วยมาก่อน จึงได้มอบหมายกรมควบคุมโรคสื่อสารข้อมูล สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อลดความตื่นตระหนก”.