“ลุงป้อม” หาเสียงเนียนๆ นุ่งยีนส์สวมรองเท้าผ้าใบเดินเล่นคิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ แวะให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร แฟนคลับรุมกรี๊ดถ่ายเซลฟี่ โฆษก พปชร.บอก หน.พรรคปลื้มสงกรานต์ปีใหม่สุดคึกคัก ดันเป็นซอฟต์เพาเวอร์ของจริงโกยเงินเข้าประเทศ “จุรินทร์” ย้ำประชาธิปไตยเต็มใบและไม่โกงเท่านั้นพาชาติรอด “บัญญัติ-กัลยา-จิตภัสร์” ขนคาราวาน ปชป.โปรยนโยบายตอบโจทย์ท้องอิ่มซื้อใจคนอีสาน “อนุทิน” จัดหนักเอาใจ อสม. อาสาสมัครฯ กทม. ชงออกกฎหมายตั้งสถาบันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ดูแลแบบฟูลออปชัน “ชูศักดิ์” ส่งหนังสือถึง กกต.แจงข้อกังขาดิจิทัลวอลเล็ต “ประเสริฐ” มั่นใจ “อิ๊ง” พา พท.แลนด์สไลด์ “วิสาร” สะกิดพวกเกาะติดพื้นที่อย่าเหลิง ผลโพล “ก้าวไกล” ปลื้มกระแสติดลมบน “โรม” ท้ารบยึด ส.ส.กทม. 33 เขต “พิธา” ลุยหนองคายปลุกหยุดแช่แข็งภาคอีสาน ลั่นปี 2574 หายเจ็บหายจน
พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต่างเร่งเดินหน้าลงพื้นที่เพื่อรณรงค์หาเสียงกันอย่างเต็มที่ ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปเดินเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจผู้ประกอบการร้านอาหารภายในคิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ
...
“ลุงป้อม” สวมยีนส์เดินห้างคุยผู้ค้า
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร. ใช้เวลาช่วงวันหยุด นุ่งกางเกงยีนส์ สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นปาเต๊ะ สวมเสื้อแจ็กเกตสีฟ้าทับ รองเท้าผ้าใบสีดำ ไปทานอาหารพร้อมถือโอกาสทักทายสอบถามผู้ประกอบการร้านอาหาร ถึงการค้าขายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยความห่วงใยและให้กำลังใจ โดยบรรดาผู้ค้าต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันค้าขายดีขึ้น ขณะที่ พล.อ.ประวิตรหวังว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ไปสภาพเศรษฐกิจการค้าขายจะดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น โดยร้านค้าที่ พล.อ.ประวิตรได้แวะเยี่ยมเยียนพูดคุย อาทิ ร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ร้านกวยจั๊บฮ่องเต้ ร้านเชียงการีร่า ร้านหนองมนTo Table by หญิงชุ ร้านไทยสตรีทฟู๊ด ร้านเผ็ดเผ็ด เฮ่! และร้านหมี่สะปําคุณยายเจียร นอกจากนี้ได้มีแฟนคลับและนักท่องเที่ยวเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก โดย พล.อ.ประวิตรได้ร่วมถ่ายรูปกับบรรดาแฟนคลับอย่างเป็นกันเองด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดี ก่อนเดินทางกลับยังได้อวยพรให้บรรดาแฟนคลับประสบความโชคดีในเทศกาลปีใหม่ของไทยด้วย
พปชร.จ่อเปิดยุทธศาสตร์ลอตใหม่
นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงควันหลงสงกรานต์ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ รู้สึกยินดีที่เทศกาลสงกรานต์ไทยในปีนี้กลับมาคึกคัก กลายเป็นศูนย์รวมพลของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สร้างเม็ดเงินไหลสะพัดเข้ากระเป๋าประชาชนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ หลังจากซบเซาจากพิษโควิด-19 มานาน 3 ปี เทศกาลสงกรานต์จึงถือเป็นซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ขณะที่ปัญหาสำคัญซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ไม่สามารถแพร่หลายไปสู่ระดับสากลได้ เพราะขาดการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง พลังประชารัฐพร้อมประกาศว่า ทันทีที่พรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล จะส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์มีอยู่หลากหลายมิติ ทั้งมวยไทย ผ้าไทย อาหารไทย ภาพยนตร์ไทย และเทศกาลไทย ผ่านกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท จะช่วยผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ของไทยให้เกิดขึ้นจริง และเร็วๆนี้ พรรคพลังประชารัฐเตรียมเปิดยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งอีกชุด
“ธรรมนัส” อ้อนคนพะเยาขอยก จว.
เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 1 เบอร์ 6 พรรค พปชร. ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ ร่วมกับนายธนสาร ธรรมสอน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมทีมงานลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ที่ตลาดเช้าบ้านเหยี่ยน ต.บ้านใหม่ อ.เมือง มีชาวบ้านต้อนรับอบอุ่น จากนั้นพบปะประชาชนที่บ้านใหม่ท่ากลอง ต.ท่าจำปี มีชาวบ้านมอบดอกไม้พวงมาลัยให้กำลังใจจำนวนมากและขึ้นรถแห่หาเสียงรอบ ต.บ้านใหม่ ต.ท่าจำปี โดย ร.อ.ธรรมนัส ชูนโยบายพรรค พปชร.ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ สานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเป็น 700 บาท ดูแลเพิ่มสิทธิผู้สูงอายุและดูแลทุกช่วงวัย เปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนดและ ค.ท.ช.เปลี่ยนเป็น ส.ป.ก.ตามเป้าหมาย “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำ ไม่มีจน” วันที่ 14 พ.ค.เป็นวันเลือกตั้งที่สำคัญมาก ตนขอฝากพ่อแม่พี่น้องประชาชน ต.ท่าจำปี ต.บ้านใหม่ ออกไปใช้สิทธิกาเบอร์ 6 ยกจังหวัด และกาเบอร์ 37 เลือกพรรค พปชร.
“อู๊ดด้า” ย้ำ ปชต.เต็มใบ–ไม่โกงไปรอด
เมื่อเวลา 09.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และคณะ อาทิ นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ธนบุรีเบอร์ 2 ลงพื้นที่หาเสียงให้ น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 11 พรรค ปชป. สักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช แล้วเดินทักทายประชาชนย่านวงเวียนใหญ่และพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคหาเสียงแบ่งเป็น 3 ทัพ สะท้อนให้เห็นว่า ปชป.สู้ศึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพิ่มแรงสนับสนุนจากคนทั้งประเทศ กทม. แม้พรรคไม่มี ส.ส.มา 4 ปีแต่ไม่ทิ้งพื้นที่ ยังลงพื้นที่สม่ำเสมอ ไม่เคยลืมชาว กทม. โดยเฉพาะช่วงโควิดระบาด ปชป.ตั้งศูนย์ ศปฉ.ปชป.ช่วยจัดหาเตียงผู้ป่วยได้ถึง 5-6 พันเตียง มีข้าวกล่องดีลิเวอรีถึงบ้าน ถุงน้ำใจ ปชป. ทั้งนี้จะปราศรัยใหญ่ใน กทม. 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะจัดที่วงเวียนใหญ่วันที่ 23 เม.ย. จุดยืนเราชัดเจนทางรอดของประเทศต้องเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเท่านั้น ถ้าครึ่งใบอย่างนี้จะเจอแรงเสียดทานไม่จบสิ้น ต้องเป็นประชาธิปไตยไม่โกง
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายจุรินทร์พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.และคณะขึ้นรถแห่มาเขตบางกะปิ หาเสียงให้นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย ผู้สมัคร ส.ส.เขตวังทองหลาง บางกะปิ เบอร์ 1 มีพ่อค้าแม่ค้าทักทายอวยพรให้โชคดี ไม่เคยลืม ปชป.
“บัญญัติ–กัลยา–จิตภัสร์” ขอใจคนอีสาน
เมื่อเวลา 1200 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคอีสาน น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรค ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 2 อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานีของนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 2 เบอร์ 4 และศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 3 อ.ม่วงสามสิบ ของนายศุภชัย ศรีหล้า ผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี เขต 3 เบอร์ 2 มีพี่น้องประชาชนร่วมงานคับคั่ง โดยนายบัญญัติปราศรัยตอนหนึ่งว่า 1.จุดแข็งของ ปชป.เราเป็นสถาบันพรรคการเมือง 2.มีอุดมการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงจังต่อการแก้ปัญหาให้ชาติบ้านเมืองและประชาชนและ 3.ผลงานรัฐมนตรีของ ปชป. อาทิ นโยบายประกันรายได้ช่วยประคับประคองเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้ ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำจากวิกฤติโควิด-19 พิสูจน์ได้จากยอดส่งออก มั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งนี้พรรค ปชป.จะไม่ผิดหวัง ขอย้ำว่าแม้จะมีคนออกจากพรรคไป แต่เรายังมีคนไหลกลับเข้ามาอีกจำนวนมาก
ยันนโยบายตอบโจทย์ทำได้จริงท้องอิ่ม
น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนผ่านจากอีสานโพล พบว่านโยบายเศรษฐกิจที่ใช่ของคนอีสาน พรรค ปชป.ได้ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี และโดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกร พรรคได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ไว ทำได้จริง จนเป็นที่ถูกใจของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งตอบโจทย์ประชาธิปไตยท้องอิ่ม โดยมั่นใจว่าพรรค ปชป.จะยังอยู่ในใจของพี่น้องชาวอีสานเสมอมา ในการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมนี้ ขอให้พี่น้องเทคะแนนเสียงเข้าคูหากาให้พรรค ปชป. เบอร์ 26 เลือกทั้งพรรค เลือกทั้งคนของประชาธิปัตย์
“ชวน” บอกผูกพันอ้อนคนบ้านโป่ง
เมื่อเวลา 12.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค ปชป.และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง แกนนำพรรค หาเสียงช่วยนายธนากร เลี้ยงฤทัย ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้นำคณะกราบสักการะรูปเหมือนพระครูโกศลวิหารการ (หลวงพ่อวิเชษฐ์ อติพโล) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอมรินทารามวรวิหาร ที่วัดโพธิ์คู่ ต.ปากแรต ก่อนปราศรัยกับชาวบ้านว่าตอนเรียนอยู่ที่ ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) เคยได้รับความเมตตาจากพระครูโกศลวิหารการ ช่วยเหลือที่อยู่อาศัยอาหารการกิน ส่งเสียให้เรียน รำลึกสำนึกถึงบุญคุณท่านเสมอ ผูกพันกับชาว อ.บ้านโป่งเป็นพิเศษ ก่อนเน้นนโยบายผลงานของ ปชป.ย้ำกรณีพรรค รทสช.ดูดคนพรรค ปชป.ไปหลายคน รวมถึงนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อดีต ส.ส.ราชบุรี เขต 4 ไปอยู่รทสช.ไม่อยู่สู้ไปกับพรรค ปชป.ยามยากลำบาก
ภท.เปิดนโยบายตก “อสม.-อสส.”
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข และหัวหน้าพรรค ภท.เป็นประธานการแถลงนโยบายการพัฒนา และสวัสดิการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) มี อสม. และ อสส.เข้าร่วมรับฟัง โดยนายอนุทินกล่าวว่า จะเสนอกฎหมายจัดตั้งสถาบันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมสุขภาพภาคประชาชน ใช้ งบประมาณจากภาษีบาป ค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกัน มีห้องพิเศษฟรี อาหารฟรี โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ใช้บัตรสมาร์ทการ์ด อสม.และ อสส.ยื่นใช้สิทธิ์เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม.แห่งประเทศไทย เสียชีวิตได้ 5 แสนบาท เงินยืม อสม.-อสส.ปลอดดอกเบี้ยคนละ 1 แสนบาท ผ่านกองทุนเงินออม อสม. และ อสส. และจัดตั้งกองทุนเงินออม อสม.-อสส.ส่งเงินเข้ากองทุน 100 บาทต่อเดือน รัฐบาลสมทบ 100 บาทต่อเดือน เงินที่ใช้เป็นเงินที่หมุนเวียนในระบบกองทุน อสม.ไม่ใช่งบฯประเทศ
เกทับสารพัดโพล “อนุทิน” เป๊ะสุด
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ผลโพลจากสำนักต่างๆ ที่ออกมาในช่วงนี้เราไม่มองข้าม แต่เรามั่นใจในความนิยมของพรรค ไม่มีโพลไหนสู้โพลของหัวหน้าพรรค ภท.ได้ เชื่อไหมว่าตรงเป๊ะที่สุดเลย คราวที่แล้วคาดได้ ส.ส. 52 คน เข้ามาได้ 51 คน สมัยตัวเองยังเด็กๆอยู่คิดว่าได้ ส.ส. 22 คน ก็เข้ามา 22 คน ตนเชื่อตัวเอง เมื่อถามว่าหลายโพลบอกว่าพรรค ภท.มาลำดับ 2 ตรงกับโพลนายอนุทินหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า พูดตัวเลขไม่ได้ เกรงใจประชาชน หากผลออกมาแบบที่บางโพลบอกว่าพรรค ภท. ได้ร้อยละ 3 เท่ากับ 12 คนนั้นจะได้เพียง 12 คนเองหรือ ฝ่ายตรงข้ามดีใจกันใหญ่เลย แต่ถ้าได้ 12 คนจริงถือเป็นเรื่องดีจะได้ไม่ต้องเป็นหัวหน้าพรรคแล้วต้องหยุดทุกอย่างในทางการเมือง เมื่อถามว่า โพลของหัวหน้าพรรค ภท.ได้จำนวน ส.ส.ถึง 3 หลักหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ขอปฏิเสธ ขอทำหน้าที่อย่างดีที่สุด คงต้องรอให้ถึงคืนวันที่ 14 พ.ค.ก่อน
พท.ยื่นหนังสือแจงถึงมือ กกต.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ชี้แจงนโยบายเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่ยังขาดเรื่องข้อมูลการแจ้งที่มาของเงินและวงเงินที่จะใช้ว่า เข้าใจว่าน่าจะไปวันที่ 18 เม.ย. ไม่ได้ไปเองเพราะเป็นเรื่องทางธุรการ ไม่จำเป็นต้องไป ส่งหนังสือไปได้ปกติหรืออาจส่งเจ้าหน้าที่ไป อย่างไรก็ตามได้มีการสรุปข้อมูลการใช้งบประมาณต่างๆไว้หมดแล้ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตแต่มีหลายนโยบาย ส่วนประเด็นที่จะชี้แจงนั้นไม่สามารถพูดได้เนื่องจากเป็นรายละเอียดจำนวนมาก
“ประเสริฐ” ชัวร์ “อิ๊ง” พาแลนด์สไลด์
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสวนดุสิตโพลเผยแพร่ความเหมาะสมของคนจะมาเป็นนายกฯว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯของพรรคเหมาะสมทั้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำสังคมให้ความสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการประชาชน ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและเพื่อขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศ ทำให้เห็นว่า น.ส.แพทองธารได้รับการตอบรับที่ดีในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิต ตรงกับแนวทางพรรคที่ต้องการพาประชาชนพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจและสังคมในรอบ 8 ปี จึงมั่นใจว่าประชาชนอยากให้แคนดิเดตนายกฯพรรคเข้ามาทำหน้าที่ ยิ่งตอกย้ำเป้าหมายแลนด์สไลด์ว่าจะเกิดขึ้นจริง จากนี้จะนำจุดแข็งที่มีอยู่บวกกับนโยบายไปชี้แจงให้ประชาชนยิ่งมั่นใจว่าหาก พท.เป็นรัฐบาลจะพลิกฟื้นประเทศไทย และไม่ใช่แค่ตัว น.ส.แพทองธาร เพราะพรรค พท.ทำงานเป็นทีมจะตอบโจทย์แก้ปัญหาให้ประชาชนได้แน่นอน
ขอถล่มทลายไม่ต้องพึ่งมือใครตั้ง รบ.
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีคะแนนสูงสุดในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง และช่วยประสานงานการจัดตั้งรัฐบาล นายประเสริฐกล่าวว่า ถือเป็นความคิดเห็นของประชาชน แต่การแก้ปัญหาความขัดแย้ง และประสานงานรัฐบาล อยากให้รอผลการเลือกตั้งก่อน ถ้า พท.ชนะถล่มทลายเป็น ความชอบธรรมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วยประสานจัดตั้งรัฐบาล
เทคิวทัวร์อีสาน-กทม.-ใต้ถึงสิ้นเดือน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงตารางการลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ในภูมิภาคต่างๆว่า วันที่ 18 เม.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยและคณะจะเดินทางไปที่ จ.ร้อยเอ็ด จ.กาฬสินธุ์ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ พบปะประชาชนที่ จ.ขอนแก่น และวันที่ 19 เม.ย.ปราศรัยที่ จ.ขอนแก่น และไปหาเสียงต่อ จ.อุดรธานี จากนั้นวันที่ 20 เม.ย. กลับมาจัดเวทีปราศรัยเขตคันนายาว กทม. และกลับไปจัดเวทีปราศรัยใหญ่ จ.หนองคาย และเลยวันที่ 21 เม.ย. จากนั้นวันที่ 22 เม.ย. จะเดินสายไปยังภาคเหนือตอนล่างคือ จ.เพชรบูรณ์และ จ.สุโขทัย วันที่ 23 เม.ย. ปราศรัยใหญ่ จ.ปทุมธานี วันที่ 24 เม.ย. มีเวทีปราศรัยใหญ่ กทม.ย่านสะพานพระราม 8 วันที่ 25-27 เม.ย. จะยกทีมลงพื้นที่ภาคใต้ กลับมาวันที่ 28 เม.ย.มีเวทีปราศรัยใน กทม.อีกครั้ง โซนห้วยขวาง-ดินแดง วันที่ 29 เม.ย. ไป จ.สุรินทร์และ จ.ศรีสะเกษ วันที่ 30 เม.ย. ไป จ.บุรีรัมย์ 1 วันอาจไม่ได้มีแค่เวทีเดียว ส่วนที่นายกฯวิจารณ์นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตคงไปเทียบเคียงกับนโยบายพรรคที่ท่านเคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ ประกาศแล้วทำไม่ได้ เลือกความสงบจบที่ลุงตู่คงไม่มีอีกแล้ว ประชาชนเข็ดแล้ว หากจะมีคำขวัญเช่นนั้นอีก คนคงคิดตรงกันว่า เลือกความเป็นอยู่ลุงตู่พอแล้ว เพราะความสงบก็ไม่มี ความเป็นอยู่ก็วิกฤติ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เอาพรรคอื่นเข้าไปทำหน้าที่
“วิสาร” สะกิดอย่าได้เหลิงติดพื้นที่ไว้
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรค พท.กล่าวถึงภาพรวมการหาเสียงพื้นที่ภาคเหนือตอนบนว่า กระแสพรรคดีมาก ประชาชนตื่นตัวสนใจและตอบรับนโยบายพรรค มั่นใจว่านโยบายทำได้จริงเพราะผลงาน ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน ทีมเศรษฐกิจของพรรคทำตามนโยบายที่หาเสียงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะกระเป๋าเงินดิจิทัล คนตอบรับมั่นใจว่าจะทำได้จริง ทำให้ง่ายต่อการหาเสียงของ ส.ส.ในพื้นที่ แต่ที่ต้องเคี่ยวเข็ญ คือ ส.ส.บางคนอาจประมาท ไม่ลงพื้นที่เพราะมั่นใจในกระแสพรรค วันนี้เวลาที่เหลือถือว่าไม่มาก ขอให้ผู้สมัคร ส.ส.รอถึงเส้นชัยค่อยผ่อน ตอนนี้ขอให้ลงพื้นที่พบปะประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะนโยบายเราคนชอบใจอยู่แล้ว แต่มีบางฝ่ายออกมาบิดเบือนว่าเงินดิจิทัลใช้ไม่ได้ ประชาชนจะถูกยกเลิกบัตรต่างๆที่เคยได้รับ เช่นบัตรประชารัฐ ขอให้เร่งไปทำความเข้าใจตรงนี้ ยืนยันไม่ยกเลิกบัตรเดิม แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เหมือนเติมกระแสไฟฟ้าให้คนแข็งแรงวิ่งได้ ไม่แค่หยอดน้ำข้าวต้ม มั่นใจภาคเหนือเราแลนด์สไลด์แน่นอน
ก.ก.ฮึกเหิมท้ารบยึด ส.ส.กทม. 33 เขต
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงถึงกระแสความนิยมพรรค ก.ก.เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า ในสื่อสังคมออนไลน์ ยอด engagement หรือคนที่เข้ามามีส่วนร่วม และยอดการค้นหา ก.ก.มีจำนวนสูงสุดนำทุกพรรค กระแสผลโพลสอดคล้องกับกระแสออนไลน์ คะแนนนิยมพรรคและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค เพิ่มขึ้นมาก ยืนยันว่าพรรคที่ตั้งใจทำการเมืองให้ดี ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง รณรงค์ด้วยนโยบาย จุดยืนชัดเจนไม่ร่วมมือกับพรรคทหาร เป็นเรื่องเป็นไปได้ในประเทศนี้ วันที่ 22 เม.ย.ขอเชิญร่วมฟัง “ทัพใหญ่ก้าวไกลปราศรัยโค้งสุดท้าย”ที่ลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ 16.00-19.00 น. มีแกนนำเข้าร่วมพร้อมหน้า ก่อนทุกคนจะกระจายไปหาเสียงทุกภาคและกลับมารวมกันอีกครั้ง 12 พ.ค. ทัพใหญ่ปราศรัยครั้งนี้เพื่อส่งสัญญาณเป้าหมายการเปลี่ยนประเทศนี้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจนได้รับชัยชนะท่วมท้นทุกภาค โดยเฉพาะ กทม. ฐานเสียงเดิม หวังท้าชิงทั้ง 33 เขต ไม่ตกหล่นเขตใดแน่นอน
“โรม” ซัดอย่าต่อรองคดี ทุน มิน ลัต
นายรังสิมันต์ แถลงข่าวถึงกรณีตามที่สำนักข่าว The Irrawaddy ของประเทศเมียนมา รายงานข่าวว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา พยายามติดต่อเจรจาทางการไทยให้ถอนชื่อบุตรสาวออกจากคดีทุน มิน ลัต ผู้ถูกจับกุมความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและข้อหาฟอกเงินหรือไม่ว่า รัฐบาลไทยต้องสร้างความเป็นธรรมจะปล่อยให้รัฐบาลอื่นมาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ คดีทุน มิน ลัตมีการตั้งข้อหาทั้งยาเสพติดและการฟอกเงินไปแล้ว ทางการไทยย่อมมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดได้ ไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตัวเองหรือเปล่า หรือปล่อยให้คืนทรัพย์สินไปยัง พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ลาย จะถูกตั้งคำถามจากนานาชาติมากขึ้นว่ารัฐบาลไทยมีส่วนได้เสียกับขบวนการค้ายาเสพติดและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมาหรือไม่
หวั่น ส.ว.ดังซ้ำรอยคดี “บอส อยู่วิทยา”
นายรังสิมันต์แถลงว่า ส่วนกรณีอัยการสูงสุด เปิดเผยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งทางคดีนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว.ในความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เกี่ยวพันกับคดีนายทุน มิน ลัต หรือไม่ ออกไปก่อนว่า เป็นตลกร้าย สิ่งที่กังวลมาตลอดเกิดขึ้นจริงแล้ว ที่อัยการระบุว่าจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายอุปกิตกว่า 80 แห่งนั้น ตนเห็นว่า 2 เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมัดรวมกัน หากจะมัดรวมควรมัดรวมกับคดีทุน มิน ลัต วันนี้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้ว ถ้าอัยการทำหน้าที่แบบนี้สังคมจะตั้งคำถามความโปร่งใส อาจตราหน้าว่ากำลังช่วยเหลือคนที่เกี่ยวข้องคดีค้ายาหรือไม่ ตนไม่อยากให้เรื่องนี้ซ้ำรอยคดีบอส อยู่วิทยา จึงขอให้อัยการทบทวนให้ดี เพราะถึงที่สุดกังวลว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่อาจนำไปสู่การล้มคดีหรือไม่
“ทิม” ชูอีสาน 2574 หายเจ็บหายจน
ที่ จ.หนองคาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มเปิดเวทีที่หน้าวัดหายโศก ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย หาเสียงช่วย น.ส.อภิญญา บุญจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 ช่วงบ่ายเปิดเวทีปราศรัย ที่วัดหนองคอน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี ช่วยนายแสวง ราชพลแสน ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 โดยนายพิธาปราศรัยตอนหนึ่งว่า 2 ปีที่แล้ว ก.ก.เคยนั่งคิดว่าจะแก้คำสาปห้ามพัฒนาหยุดการแช่แข็งภาคอีสานได้อย่างไรจนนำมาสู่วิสัยทัศน์ อีสาน 2574 ของ ก.ก.ที่มีเป้าหมายทำให้ภาคอีสานหายเจ็บหายจนภายใน 10 ปี อนาคตของภาคอีสานในปี 2574 ที่เรียบง่าย เพียงแค่ทำให้ทุกคนตื่นมาตอนเช้ามีน้ำสะอาดใช้ ส่งลูกไปโรงเรียนเรียนฟรีจริง มีการคมนาคมสาธารณะใช้ มีงานดีใกล้บ้านตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไปหางานไกลๆทำ ตอนเย็นกลับบ้านมาได้กินข้าวพร้อมหน้าทั้งครอบครัว ไม่ต้องรอมาเจอกันทุกวันหยุดเทศกาล นี่คือเป้าหมายที่เรียบง่าย ไม่ต้องคิดถึงตัวเลขสวยหรูที่จับต้องไม่ได้
สร.เน้นปราบโกงไม่แข่งประชานิยม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขณะที่พรรคการเมืองแข่งขันเกทับบลัฟแหลกตัวเลขเงินสารพัดที่จะให้ประชาชนเพื่อแลกกับคะแนนเสียงที่ให้ในการเลือกตั้ง พรรคเสรีรวมไทย ขอแสดงจุดยืนในนโยบายปราบทุจริตคอร์รัปชัน ดังนี้ 1.พอกันทีการทุจริตเชิงนโยบาย ยอมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง แล้วไปออกนโยบาย มติ ครม.เอื้อธุรกิจที่เป็นสปอนเซอร์ทั้งหลาย 2.พอกันทีการทุจริตหากินโครงการในกระทรวงที่กำกับ ตั้งพรรคการเมืองเพื่อต่อรองเอากระทรวงสำคัญไว้ทำมาหากิน หาทุนเป็นหมื่นล้านมาซื้อตัว ส.ส.เข้าสังกัด ทำการเมืองเหมือนทำธุรกิจ 3.เปลี่ยนระบบการติดต่อกับราชการให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ติดต่อคนให้น้อย ใช้ระบบคิวและการตัดสินใจโดยคอมพิวเตอร์ ลดการให้สินบน ค่าน้ำร้อนน้ำชา ที่เคยจ่ายให้ข้าราชการ 4.ปราบระบบการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ยึดคุณธรรม ความสามารถ ไม่ลูบหน้าปะจมูก เลิกระบบส่งส่วยให้เจ้านาย
ซัด 2 ล้าน กกต.ดู ลต.นอก ปท. 171 คน
นายสมชัยยังโพสต์เฟซบุ๊กอีกว่า 171 คนคือ จำนวนผู้ลงทะเบียนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในประเทศเคนยาที่ประธาน กกต.ไปตรวจติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สถานทูตไทยในประเทศ เคนยารับผิดชอบการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรประเทศอื่นๆในทวีปแอฟริกา รวม 9 ประเทศ ผลการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรของทั้ง 9 ประเทศ ทั้งที่มาลงคะแนนที่สถานทูต และทางไปรษณีย์มีดังนี้ เคนยา+เซเซลล์+แทนซาเนีย+ยูกันดา+ซูดาน+โซมาเลีย+รวันดา+คองโก+ เอธิโอเปีย=171 คน คุ้มค่ากับการเสียเวลาของประธาน กกต. ไปต่างประเทศ 10 วัน กับงบประมาณ เส้นทางละ 2 ล้านบาทหรือไม่ ใครช่วยตอบหน่อย
“เจ๊” โหมบำนาญ ปชช.บลั๊ฟคู่แข่ง
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เดินสายช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค ทสท. หาเสียงช่วยนายภัชริ นิจสิริภัช ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 24 (คลองสาน ธนบุรี)ที่ย่านกุฎีจีน และช่วย น.ส.สุวดี พันธุ์พานิช ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 (บางรัก พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต) ที่ชุมชนท่าเทียน ก่อนไปปักหลักจัดเวทีปราศรัยที่ชุมชนวัดโสมนัส คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า นโยบายบำนาญประชาชนไม่ใช่การแจกเงินแบบให้เปล่าเพื่อหวังคะแนนแบบบางพรรค แต่เราให้เดือนละ 3,000 บาท หรือปีละ 36,000 บาท ได้วันละ 100 บาท เงินสดโอนเข้าบัญชีผู้สูงอายุทุกเดือนจนเสียชีวิต เพื่อรองรับปัญหาสังคมสูงวัย ไม่ได้ให้เปล่าแต่ผู้รับต้องมีหน้าที่สร้างสุขภาพผ่านศูนย์สุขภาพชุมชนที่รัฐบาลพรรค ทสท.จัดทำขึ้นกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่าแจก 1,000 หรือ 10,000 บาท แบบให้เปล่าเหมือนหวังคะแนนเสียงเท่านั้น และพร้อมดีเบตทุกเวที เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจประโยชน์ที่จะได้รับ ขอให้ช่วยเลือก ส.ส.ของไทยสร้างไทย และพรรคไทยสร้างไทย พรรค “ส” หมายเลข 32 ให้ถล่มทลายทุกเขต ภายใน 6 เดือน ประชาชนได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาทเข้าบัญชีทันที
“ฮาย” ไปคลองเตยลุยศึกษาเท่าเทียม
ที่สตูดิโอ ART101 น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมทีมกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ และ น.ส.ศณิศา จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 4 คลองเตย-วัฒนา พรรคพช.ร่วมกิจกรรม “AbstractArt” หรือศิลปะนามธรรม เพื่อผลักดันนโยบายการศึกษาเด็กไทย มาใช้กับเด็กๆ เขตคลองเตย-วัฒนา โดย น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติหยิบยกนโยบายเกี่ยวกับการศึกษามานำเสนอ เพราะการศึกษาถือเป็นรากฐานของเด็กและเยาวชนที่ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด คนไทยทุกคนต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน วันนี้เด็กๆหลายคนได้เข้าใจคำว่าการศึกษานอกกรอบมากขึ้น นั่นคือไม่มีอะไรตายตัว ศิลปะไม่จำเป็นต้องวัดได้เพียงแค่จากภาพวาดที่เหมือนต้นฉบับที่สุด แต่หากเป็นการที่เราสามารถนำความชอบ ความรู้สึกของเรา ใส่ไปในผลงานของเราต่างหาก พรรคเพื่อชาติมุ่งเน้นเรื่องการศึกษาที่ดี และมีประโยชน์กับชาวไทยเป็นอันดับหนึ่ง เพราะหากการศึกษาของเด็กไทยแข็งแรง มีพื้นฐานที่ดีและมั่นคง เศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว หรือแม้แต่ปัญหาบ้านเมืองก็จะดีขึ้นตามไปอย่างแน่นอน
กกต.โชว์บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 2 แบบ
วันเดียวกัน เฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ภาพเปิดเผยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พร้อมข้อความระบุว่า รู้จักบัตรเลือกตั้ง 2 ใบก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มาทำความเข้าใจเพื่อป้องกันความสับสน ในการลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งครั้งนี้ มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบต่างกันอย่างไร ใบที่ 1 บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (สีม่วง) มีหมายเลขผู้สมัคร และช่องสำหรับกากบาท โดยไม่มีชื่อผู้สมัครและโลโก้พรรคใบที่ 2 บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (สีเขียว) มีสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของพรรคการเมือง และมีชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค.2566 เวลา 08.00-17.00 น. เข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้งเลือกคนที่รัก และเลือกพรรคที่ชอบ
ตัดสิทธิผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเยอะสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีสำนักงาน กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้ง 4,710 คน จากจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 4,781 คน 70 พรรค มีผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 71 คน 31 จังหวัด โดยผู้สมัคร ส.ส.เขตที่ไม่ผ่านเกณฑ์มากที่สุดคือ จ.สงขลา 8 คน รองลงมาเชียงใหม่ 7 คน กาฬสินธุ์ 5 คน กทม. 5 คน อุบลราชธานี 4 คน นครราชสีมา 4 คน นนทบุรี 4 คน สตูล 4 คน เพชรบูรณ์ 3 คน ส่วนลำพูน ระยอง บึงกาฬ สุรินทร์ พะเยา ไม่ผ่านเกณฑ์จังหวัดละ 2 คน ขณะที่สุพรรณบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี พัทลุง นครนายก สระบุรี บุรีรัมย์ สกลนคร พิจิตร ขอนแก่น สมุทรปราการ เชียงราย มุกดาหาร นครสวรรค์ หนองบัวลำภู อุดรธานี และชุมพร มีผู้สมัคร ส.ส.เขต ไม่ผ่านเกณฑ์จังหวัดละ 1 คน
“ปิยบุตร” เจอหมายเรียกโร่มอบตัว
เมื่อเวลา 10.00 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อหาฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116 ที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เมื่อปี 2564 นายปิยบุตรกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน กระทั่งมีหมายเรียกมาที่บ้านนำส่งเมื่อวันที่ 7 มี.ค.66 เป็นคดีที่แจ้งความไว้ 2 ปีแล้ว ไม่ทราบเป็นเรื่องใด แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างช่วยหาเสียงได้ขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวน แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่าผู้หาเสียงแต่ละพรรคมีทีมงานหลายคนแล้ว ไม่อยากมองว่า ที่ออกหมายเรียกหลังผ่านมา 2 ปี มีนัยทางการเมืองหรือไม่ หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวนายปิยบุตรตามกฎหมาย นายปิยบุตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า คดีนายณฐพรแจ้งความคือกรณีตนแสดงความคิดเห็นผ่านทางแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ ยกตัวอย่างกรณีที่ศาลยกฟ้องมาตรา 112 ที่กล่าวหาหมิ่นพระบรมฉายาลักษณ์ ยืนยันว่าเป็นเพียงการยกตัวอย่างตามข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับการสอนวิชากฎหมาย ไม่ใช่ยุยงปลุกปั่น จึงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา