“ชัยธวัช” โวก้าวไกลอาจถึง 100 เสียง 150 เขตมีโอกาสชนะ เชื่อ ได้ส.ส.อันดามัน ด้ามขวาน อ่าวไทย ส่วนเหนือ-อีสาน แต้มพุ่ง และกทม.-ปริมณฑลกวาด 25 เก้าอี้ เซ็งโดนกีดกันไม่ให้หาเสียงในค่ายทหาร
วันที่ 16 เม.ย. 2566 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 ถูกสารวัตรทหาร (สห.) ห้ามหาเสียงในตลาดแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ว่า กรณี รองแม่ทัพภาคที่ 2 ชี้เเจงนั้น ตนมองว่าปัญหา ต้องแก้ไขโดยมาตรฐานเดียวกัน ในตลาดที่โคราช ก่อนหน้านั้น ผู้สมัครก้าวไกลช่วงก่อนได้เบอร์ผู้สมัคร รวมถึงสมัยคณะก้าวหน้าลงท้องถิ่น เราเข้าไปหาเสียงที่ตลาดดังกล่าวได้ ไม่เห็นมีปัญหา และไม่กี่วันก่อน พรรคอื่นก็เคยไปเดิน กองทัพจะยังไงก็ได้แต่ต้องมีมาตรฐานเดียว ไม่ใช่ห้ามอยู่พรรคเดียว พรรคก้าวไกลมีข้อเสนอว่า กองทัพควรจะประกาศพื้นที่อนุโลมให้หาเสียงได้ไปเลยว่า เป็นพื้นที่ไหน เช่น ตลาด หรือสวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่ของกองทัพ ควรจะอนุญาตให้ผู้สมัครทุกพรรคเข้าไปหาเสียงได้ไปเลยดีที่สุด ไร้ปัญหาสองมาตรฐาน โดย 1. ตลาด หรือสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่กองทัพ ทางกองทัพควรจะประกาศเป็นพื้นที่อนุโลมให้ทุกพรรคหาเสียงได้ไปเลย 2. ส่วนในค่าย พรรคไหนขอ ก็ควรจะอนุญาต ไม่จำเป็นต้องอ้างว่าให้รอครบ ขอมาทุกพรรค ถึงจะอนุญาต การอ้างแบบนี้จะเป็นการกีดกันไม่ให้บางพรรค ที่กองทัพไม่ต้องการไม่ให้เข้าไปหาเสียงกับกำลังพล
นายชัยธวัช กล่าวถึงกรณีที่รองแม่ทัพภาค 2 ชี้แจงว่าเข้าได้ แต่ต้องขออนุญาตก่อนว่า ในค่าย เคยขออนุญาตไปแล้วแต่กลับมีปัญหาในทางปฏิบัติทำหนังสือขออนุญาตไปก็ไม่ได้ง่ายเอา แค่ว่าก่อนหน้านี้ เช่น ตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เราเคยทำหนังสือขอเข้าไปหาเสียงกับกำลังพลในค่าย ก็ยุ่งยากมาก บางทีก็ถูกปฏิเสธ หรือทำให้ไม่สะดวก โดยอ้างว่าด้วยความเป็นกลาง ต้องรอทุกพรรคขอมาถึงจะอนุญาตให้เข้า พอเราขออนุญาตไปก็มีปฏิเสธ หรือเตะถ่วงอ้างเหตุผลต่างๆ นานา แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกที่ของทหารที่เราเข้าไม่ได้ มีหลายที่ที่เราได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้
...
นายชัยธวัช กล่าวถึงกรณีผลสำรวจผลโพลต่างๆ ช่วงโค้งแรกของการเลือกตั้ง ใกล้เคียงกับโพลที่พรรคทำอยู่มากแค่ไหน ว่า โพลจะเเม่นหรือใกล้เคียงคือโพลช่วงโค้งเดือนสุดท้าย จะเป็นช่วงเวลาแท้จริงที่ประชาชนสนใจการเลือกตั้งจริงจัง แต่โพลก็แค่ตัวชี้ให้เห็นภาพรวมบางส่วน ไม่สามารถบ่งบอกคะแนนทั้งหมด ย้ำเลยว่า ของจริงจะอยู่หลังช่วงสงกรานต์ ถ้าจะถามว่า ก้าวไกลเองมีการทำโพลหรือไม่ ที่ผ่านมาก่อนสงกรานต์ ก็ต้องบอกว่า เราไม่ได้ดูแต่โพลอย่างเดียวแต่ต้องใช้เครื่องมือหลายอย่าง เช่น โซเชียลมีเดีย รวมถึงต้องวิเคราะห์ ประเมินจากสนามการเมืองที่เป็นจริงด้วย ในรายละเอียดโดยเฉพาะส.ส.เขต ของพรรคตัวเองและคู่แข่ง ถ้าถามว่าจนมาถึงวันนี้โดยรวมจากการประเมินจากหลายตัวชี้วัด โดยภาพรวมต้องบอกว่ายิ่งใกล้เลือกตั้งเท่าไร ยิ่งมั่นใจมากๆ ว่าเราจะประสบความสำเร็จมากกว่าสมัยอนาคตใหม่แน่นอน ตอนอนาคตใหม่เราได้ 81 ที่นั่ง กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาคิดว่ามันจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงโค้งสุดท้าย สิ่งที่ต่างกันก็คือเราจะได้ส.ส.เขตเยอะกว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ
เมื่อถามลงลึกในรายละเอียดว่าการสำรวจโพลของก้าวไกลรวมถึงตัวชี้วัดต่างๆ ของก้าวไกลที่ใช้วัดผล ในช่วงโค้งแรก ก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา ตัวเลขส.ส.ได้กี่เก้าอี้ ทั้งหมดภาพรวมจากตัวชี้วัดเป็นอย่างไรนายชัยธวัชตอบว่า จากตัวชี้วัดทั้งหมดเรามั่นใจแล้วว่าเราเกิน 81 แน่นอน นี่คือขั้นต่ำคือเกิน 81 ยังมั่นใจว่าส.ส.เขต จะครบทุกภาค ส่วนจะไปถึง 100 ที่นั่งหรือไม่คิดว่ามีโอกาส โดยตอนนี้เขตที่เราคิดว่ามีโอกาสชนะทั่วประเทศมีประมาณ 150 เขต ขึ้นอยู่กับโค้งสุดท้ายสามสุวรรณเรา จะทำได้ดีแค่ไหน
เมื่อถามว่าที่ภาคใต้ มีโอกาสชนะจังหวัดไหนบ้าง นายชัยธวัชตอบว่า ความจริงตัวไม่อยากพูดเรื่องตัวจังหวัด เพราะผู้สมัครเราทุกคนเข้มข้นและก็สู้เต็มที่ทั้งหมดทุกเขต เอาเป็นยืนยันว่าก้าวไกล จะได้ส.ส.เขตในภาคใต้ทั้งในเขตฝั่งอันดามัน ฝั่งอ่าวไทย และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างน้อยอย่างละ 1 เก้าอี้ แน่นอน ส่วนภาคเหนือ ตอนบนเราน่าจะชนะอย่างก้าวกระโดดเพราะกระแสเราดีมาก ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ก็มีกระจัดกระจายมีโอกาสในหลายจังหวัด ปัจจัยสำคัญที่สุดจริงๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน คล้ายกันคือผลงานของเรา โดดเด่น แตกต่าง ตรงไปตรงมา คุ้มภาษี ต่างจากนักการเมืองแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ชาวบ้านสนับหนุนก้าวไกลแบบเขต ชนะได้แบบก้าวกระโดดทั้งเหนือ และอีสาน ทั้งนี้ พื้นที่ที่เราจะได้ส.ส.ค่อนข้างเข้มข้น คือ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เหนือ อีสาน และภาคตะวันออก กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ตั้งเป้าไว้ที่เรามีโอกาสได้ถึง 25 เสียง คือ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปทุมธานี เป็นต้น ส่วนในภาคกลางมีอยู่แต่ว่าอาจจะยังไม่แข็งแรงเท่าภาคอื่น แต่เราก็หวังไว้อยู่หลายจังหวัดคิดว่ามีโอกาส