"สุดารัตน์" ปลื้ม มอบบัตรสมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชน คนที่ 3.2 ล้าน ที่เขตดอนเมือง ระบุ เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย เพิ่ม GDP ได้ 5-7 เท่า ใน 5 ปี ยั่งยืนกว่าเก็บภาษี ได้มากกว่านโยบายแจกเงินให้เปล่า
วันที่ 15 เม.ย. 66 ที่ ชุมชนบูรพา 7 เขตดอนเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายการุณ โหสกุล ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 2 เขตดอนเมือง พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่เขตดอนเมือง เพื่อมอบบัตรสมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชน คนที่ 3.2 ล้าน ให้กับ นางพิราภรณ์ ซองศิริ อยู่ชุมชนบูรพา 16 เขตดอนเมือง
โครงการบำนาญประชาชนของพรรคไทยสร้างไทย มีเป้าหมายที่จะแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัย และเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ ที่จะเพิ่ม GDP ได้อย่างยั่งยืน การกระจายเงิน 3,000 บาทลงสู่ชุมชนโดยตรง เป็นการสร้างกำลังซื้อใหม่ทุกเดือนให้กับทุกชุมชนเป็นเงิน 360,000 ล้านบาทต่อปี จะเป็นพลังสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำอย่างถาวร แถมลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุได้ปีละกว่าแสนล้านบาท และผู้สูงอายุที่ร่างกายแข็งแรงจะกลับมาทำงานสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว รวมทั้งจะสร้างรายได้จากภาษีให้ประเทศได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
...
ซึ่งกฎหมายบำนาญประชาชนพรรคไทยสร้างไทยได้เสนอเข้าสู่สภาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเมื่อพี่น้องเลือกพรรคไทยสร้างไทยให้ชนะถล่มทลายทุกเขต รัฐบาลไทยสร้างไทย จะเข้าไปยกมือผ่านกฎหมายได้ทันที
เงินบำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาท ให้ผู้สูงอายุทั้งประเทศ จำนวน 10-11 ล้านคน เป็นเงินปีละ 360,000 ล้านบาท จะทำให้ GDP เพิ่มขึ้นในเวลา 5 ปี สูงถึง 1,800,000 ล้านบาท ถึง 2,520,000 ล้านบาท คือ GDP จะเพิ่มขึ้นถึง 5 ถึง 7 เท่า ในเวลา 5 ปี และที่สำคัญจะเป็นการเพิ่ม GDP อย่างยั่งยืน เพราะเป็นการจ่ายบำนาญประชาชนให้กับประชาชนผู้สูงอายุทุกเดือนไปตลอดชีวิต จะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ฟื้นตัว เพื่อสร้างเศรษฐกิจทั้งประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นการลดความเหลื่อมล้ำอย่างถาวร และไม่ได้เป็นการให้เงินแบบสูญเปล่า เพราะผู้รับบำนาญประชาชนต้องมีหน้าที่สร้างสุขภาพผ่านศูนย์สุขภาพชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง ยืดเวลาการเจ็บป่วยจากอายุ 60-70 ปี เป็น 80-90 ค่อยป่วย
ดังนั้นจึงเป็นการลดรายจ่ายในการรักษาพยาบาลของประชาชนและประเทศชาติปีละกว่าแสนล้าน และประเทศจะได้รายได้จากภาษีเพิ่มประมาณ15% ของ GDP หรือประมาณ 270,000 ล้านบาท ถึง 378,000 ล้านบาท ในเวลา 5 ปี
ดังนั้นโครงการบำนาญประชาชนจึงเป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สุขภาพคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นการรองรับปัญหาสังคมผู้สูงวัย ให้ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
โดยในวันนี้เป็นการมามอบบัตรเครือข่ายบำนาญประชาชนไปที่ 3.2 ล้าน ที่เขตดอนเมืองร่วมกับ นายการุณ โหสกุล
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถึงแม้พรรคไทยสร้างไทยจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ ยังไม่ผ่านการเลือกตั้ง และยังไม่มี ส.ส.ในสภาแม้แต่คนเดียว แต่พรรคไทยสร้างไทย "จะมาสร้างชัยชนะให้ประชาชน" จึงได้เสนอร่างกฎหมายบำนาญประชาชนเข้าสู่สภาเรียบร้อยแล้ว เปรียบเสมือนนำรถไปจอดที่สภา รอเพียงคนขับคือ ส.ส.ของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะเข้าไปขับเคลื่อนให้กฎหมายบำนาญประชาชนผ่านสภาได้สำเร็จภายใน 3 เดือน จึงขอให้พี่น้องช่วยเลือก ส.ส. ซึ่งเขตดอนเมืองก็ คือ นายการุณ โหสกุล หมายเลข 2 และขอให้เลือก พรรคไทยสร้างไทย พรรค “ส” หมายเลข 32 ให้ชนะถล่มทลายเป็นรัฐบาลทุกเขต เพื่อเข้าไปยกมือให้กฎหมายบำนาญประชาชนผ่านสภาให้เร็วที่สุด
ประชาชนก็จะได้รับเงินบำนาญ 3,000 บาท โอนเป็นเงินสดเข้าบัญชีทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต ผู้สูงอายุสามารถเบิกไปใช้ซื้อกินซื้ออยู่ในชุมชนได้สะดวก
ดังนั้นโครงการบำนาญประชาชนจึงช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระลูกหลาน สร้างสุขภาพดี และยังเป็นโครงการที่จะฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน.