"นอท" พรรคเปลี่ยน หาเสียงตลาดเช้า เมืองพะเยา ประเมิน ดีเบตสดเวทีแรกให้ 70% เชื่อ เวทีต่อไปทำได้ดี ท้าดีเบต "ชัยวุฒิ" ปมดิจิทัล ชี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

วันที่ 12 เม.ย. 2566 นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน พร้อมด้วยทีมงานลงพื้นที่ตลาดเช้าเมืองพะเยา พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยในระหว่างการเดินทางเสียงก็มีประชาชนสอบถามความคืบหน้า คดีกองสลากพลัส พร้อมอวยพรขอให้โชคดี โดยนายพันธ์ธวัช ตอบว่า คดีความจะสั่งฟ้องในวันที่ 20 และสิ้นเดือนเมษายนนี้ แต่เนื้อคดีไม่มีอะไรมีการแจ้งข้อหาว่า การขายลอตเตอรี่เป็นการพนัน

นายพันธ์ธวัช ยังประเมินคะแนนการขึ้นเวทีดีเบต เวทีที่ถ่ายทอดสดครั้งแรกว่า ให้คะแนนการดีเบต 70% ยังทำได้ไม่เต็มที่ รอบแรกอาจจะดูตื่นเต้นไปบ้าง เพราะพูดหลัง 5 พรรคการเมืองใหญ่ แต่รอบหลังๆ เริ่มคุมสติได้ และเล่นตามเกมของตัวเองก็ดีขึ้น โดยยังมีอีกหลายนโบายที่ยังไม่ได้พูด เชื่อว่าครั้งหน้าจะอธิบายนโยบายของพรรคได้ดีขึ้นกว่านี้ พร้อมขอบคุณการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งผลโหวตและชื่นชอบนโยบายของพรรคเปลี่ยน และบอกถึงความประทับใจในระหว่างการดีเบตประชาชนนำ พวงมาลัย ปลาส้ม มามอบให้ถือเป็นสีสันการเมือง

...

ทั้งนี้ ได้พูดคุยและตอบคำถามประชาชนที่ดูไลฟ์ว่า หากได้เข้าไปในสภาอยากจะไฝว้กับใคร หรือนักการเมืองคนไหน นายพันธ์ธวัช ตอบว่า อยากดีเบทกับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดีอีเอส ในฐานะที่ตนเองเป็นคนดิจิทัล ทำมาหากินกับโลกออนไลน์ และอยากจะถามถึงความรับผิดชอบ และความเข้าใจปัญหา ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DES ว่า ทำไม 8 ปีที่ผ่านมา จึงไม่พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และบอกว่า นายชัยวุฒิ พึ่งจะปิดโอกาสคนไทยให้มีความสุขด้วยการปิดกองสลากพลัส ที่มียอดขาย 19,000 ล้านบาท คนตกงาน 400 คน

นายพันธ์ธวัช ยังกล่าวถึงนโยบายหวยบำนาญของพรรคไทยสร้างไทย ว่า ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรเนื่องจากคิดว่า เกิดความไม่เท่าเทียมและอาจจะเป็นการส่งเสริมให้คนซื้อหวยหรือเข้าไปสู่การพนันเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ เพราะอยากได้รับสิทธิ ซึ่งแนวคิดเป็นการออมเงินในกรณีที่ไม่ถูกรางวัล ซึ่งแตกต่างจากนโยบายหวยโอกาสของพรรคเปลี่ยนเมื่อมีรายได้จากหวยแล้วก็นำไปพัฒนาประเทศนำไปช่วยเหลือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำได้ทันที

นายพันธ์ธวัช ยังกล่าวว่าปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ควรที่จะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชน หากประชาชนเจ็บป่วยก็จะเป็นภาระกับรัฐบาลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยพรรคเปลี่ยนจะบรรจุเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นนโยบายของพรรคเพื่อที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้กำลังพิจารณานโยบายช่วยผู้ประกอบการ SME ที่ประสบปัญหาการเสียภาษี โดยกลุ่ม SME ที่มีรายได้ 30 ล้านบาท จะเสียภาษีเต็มอัตรา 30% ซึ่งมองว่าหากอยากจะช่วย SME ให้สามารถมีศักยภาพในการแข่งขันควรเก็บภาษี ผู้ประกอบการธุรกิจที่รายได้ 100 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงปัญหาแหล่งเงินทุน ที่ต้องแก้ที่หลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

นายพันธ์ธวัช ยังพูดถึงการซื้อเสียงขายเสียงในช่วงเลือกตั้งว่า ขณะนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่รับทุกพรรค ส่วนจะเลือกหมายเลขอะไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ทำให้พรรคการเมืองซื้อเสียงไม่ได้ ซึ่งจะทำให้การลงทุนด้านการเมืองลดน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าลงทุนแล้วไม่ได้ผลก็จะตัดออกไปทีละคนสองคน สุดท้ายก็จะเหลือแต่พรรคการเมืองที่ทุนหนา ซึ่งก็จะทำให้ปัญหาวนกลับไปสู่จุดเดิม ซึ่งพรรคเปลี่ยนหลังจากที่ขออนุญาตจาก กกต.แล้วก็จะเปิดรับบริจาคโดยให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นนายทุนของพรรค