"เปิดปากกับภาคภูมิ" พูดคุยกับ "นายวราวุธ ศิลปอาชา" หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมแสดง 2 จุดยืนในศึก "เลือกตั้ง 2566" ชูนโยบายมีโอกาสเหมือนกันทุกคน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


วันที่ 10 เมษายน 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ถึงแนวทางการทำงาน นโยบาย และจุดยืนในศึกการเลือกตั้ง 2566

นายวราวุธ เผยว่า พรรคชาติไทยพัฒนาเตรียมส่ง 50 เขต แต่ปาร์ตี้ลิสต์ตอนแรกเตรียมไว้ 110 รายชื่อ แต่ปรากฏว่าไม่เหลือยังขาดอีก เพราะตรวจสอบคุณสมบัติแล้วไม่ผ่านหลายคน ทำให้เหลือ 87 คน ส่วนแคนดิเดตนายกฯ คือ 1 คน วราวุธ ศิลปอาชา

ถ้าถามว่าพร้อมเป็นนายกฯ ไหม หากถึงเวลาจะต้องทำงาน มั่นใจว่าความไว้วางใจที่สมาชิกในพรรคให้เกียรติเลือกตนเข้าไปแคนดิเดตนั้น จะไม่ทำให้พี่น้องชาวชาติไทยพัฒนาผิดหวังแน่นอน ส่วนเรื่องความพร้อมเป็นนายกฯ นั้น ต้องเรียนว่าไม่ได้มีความอยาก เพราะความรู้สึกส่วนตัวตำแหน่งที่ใหญ่กว่านายกฯ ได้เป็นมาแล้วคือ ลูกนายกฯ เป็นตำแหน่งเดียวที่กล้าเถียงกับนายกฯ ได้ การที่ตนมีพ่อเป็นนายกฯ ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว ไม่ได้มีความต้องการไฟต์ไปถึงจุดนั้น แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องทำ ก็มั่นใจว่าจะไม่ทำให้ขายหน้าแน่นอน

ทั้งนี้ ไม่ได้กดดันว่าจะต้องเป็นนายกฯ แต่สิ่งสำคัญที่คุณพ่อบรรหาร ศิลปอาชา ได้สร้างหลายอย่างแล้วทิ้งไว้ให้เป็นมรดกสำคัญ เช่น รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นมรดกสำคัญทางการเมืองที่ทิ้งไว้ให้พี่น้องประชาชนคนไทย ตนรู้สึกว่ามันเป็นความสำคัญที่จะต้องสานต่อองค์กรที่ชื่อว่า ชาติไทยพัฒนา และก็พัฒนาให้เป็นสถาบันการเมืองที่มีความยั่งยืน นั้นคือความท้าทายของตน

ตอนนี้พรรคชาติไทยพัฒนา ยังเป็นพรรคเล็กอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพรรคเล็กตลอดไป ในวัฏจักรของการเมืองทุกอย่างมีขึ้นมีลง ครั้งหนึ่งพรรคชาติไทยเคยมี ส.ส. 90 ที่นั่ง เราเคยเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถึง 2 ครั้ง แต่แน่นอนว่าเมื่อเวลาเปลี่ยน ในวันที่คุณพ่อบรรหารไม่อยู่ บารมีความเชื่อมั่นทางการเมืองมันส่งต่อกันมาเลยไม่ได้ ดังนั้น ความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ต้องสร้างเอง ซึ่งตนเพิ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ถ้าเทียบกับสิ่งที่พ่อบรรหารทำนับ 10 ปี หลังจากนี้ 2-3 ปี จะขอลองดูว่าจะปรับปรุงหรือเดินไปทิศทางใด

ครั้งที่แล้วพรรคชาติไทยพัฒนาเลือกตั้งได้ 12 เสียง ครั้งนี้ตั้งเป้าหมายท้าทายคือไม่ต่ำกว่า 25 เสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าตั้งเป้าง่ายๆ ไป มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ฉะนั้นเราตั้งเป้าหมายที่พรรคการเมืองหนึ่งจะสามารถเสนอกฎหมายหรือทำอะไรได้โดยไม่ต้องไปพึ่งพาลายเซ็นจากสมาชิกสภาท่านอื่น และเป็นผู้ผลักดันให้ทุกเขตทำงานเต็มที่ รวมทั้งการหาบัญชีรายชื่อด้วย

ส่วนพื้นที่ที่แพ้ไม่ได้ ยอมไม่ได้ คือสุพรรณบุรีบ้านเรา เป็นบ้านของชาติไทยพัฒนา มี 5 เขตจะสู้เต็มที่ ไม่ได้ประมาท แต่ก็ได้กำชับผู้สมัครของเราทุกคน ให้ทำงานเต็มที่อย่าประมาท เพราะพ่อบรรหารสอนอยู่เสมอว่า การประมาทคือหนทางแห่งการสอบตก

สำหรับการทำงาน 4 ปีที่ผ่านมา คิดว่าพอใจแค่ระดับหนึ่ง ไม่ได้พอใจมาก เพราะยังเหลืออีกหลายอย่างที่ต้องทำ แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกระทรวงทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนวันนี้ทุกคนกล่าวถึง พี่น้องประชาชนมีความตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สังเกตได้จากการที่มีฝุ่น PM 2.5 ขึ้นมา ทุกคนจะเรียกหากระทรวงทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเรียกหาในทางที่ดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ แสดงให้เห็นว่าทุกคนคิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ขณะที่ พรรคชาติไทยพัฒนา จะเสนอว่าให้ออกกฎหมายคล้ายกับที่สิงคโปร คือ ถ้าบริษัทใดในประเทศไทยไปใช้พื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านทำการเกษตร แล้วเกิดพื้นที่เผาไหม้ท่านจะต้องรับผิดชอบ รวมไปถึงสินค้าการเกษตรที่ผ่านการเผามาในประเทศไทย จะไม่รับซื้อ ซึ่งจะต้องเป็นความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ จะให้ไปสั่งงานข้ามกระทรวงก็คงจะไม่ได้

สำหรับป้ายหาเสียง Wow Thailand นั้นความหมายมาจากภาษาอังกฤษ 3 ตัว WOW เพราะช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ทำงานอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ ได้เห็นความสมบูรณ์และทรัพย์สินที่เรามีในดิน จะต้องแปลความสมบูรณ์มาเป็น Wealth ในกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกรทุกคน และเมื่อมีเงินในกระเป๋าแล้ว จะต้องเอาความมั่งคั่งเหล่านั้นมาแปลงเป็นโอกาสในการเติบโต และต้องเป็นความหวังของคนทุกๆ รุ่น ก็คือ Opportunity และการผลักดันเศรษฐกิจประเทศไทย ให้มีโอกาสเหมือนกันทุกคน จะต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คือ Welfare For All เป็นที่มาของ Wow Thailand

ถ้าท่านสุขภาพดีทั้งปีไม่ใช่สวัสดิการของรัฐเลย จบปีมีเงินคืนให้ ซึ่งเป็นเงินที่จะต้องเอาไว้รักษาท่านยามเจ็บป่วย แต่ถ้าท่านไม่ใช้เลย จะคืนให้ในลักษณะของดิจิทัลวอลเล็ต เราอยากให้พี่น้องประชาชนดูแลร่างกาย มีสุขภาพที่แข็งแรง

ทุกวันนี้โครงการ 30 บาท ที่ใช้กันอยู่ คนนึงใช้เงินประมาณ 3 พันกว่าบาท หักค่าวิชาชีพต่างๆ จะเหลือประมาณ 2 พันปลายๆ ที่ใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลของพี่น้องประชาชน ซึ่งเงินส่วนนี้เราจะกันออกมาคืนให้เป็นดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อเอาไปใช้จ่ายซื้อของต่างๆ แทน คล้ายกับว่าเป็นรางวัลให้คนที่ดูแลสุขภาพดี แทนที่จะเอาเงินไปซื้อยารักษาตัว

ขณะที่ ชาติไทยพัฒนาไม่เชื่อในการ ลด แลก แจก แถม จะเห็นว่าในนโยบายของเราไม่มีการเสนอว่าจะให้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเรามีให้ฟรีเหมือนกัน แต่การให้ไปนั้น ประเทศจะต้องได้กลับคืนมา เช่น นโยบายที่เราจะมอบพันธุ์ข้าวฟรีให้พี่น้องเกษตรกร 60 ล้านไร่ทั่วประเทศ เพราะหนึ่งในนโยบายที่สำคัญที่สุด คือเกษตรรุ่นใหม่ขายคาร์บอนเครดิตได้ การปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาในประเทศไทยจะต้องเปลี่ยน เพราะอีกไม่เกิน 5 ปีจากนี้ ถ้าประเทศไทยไม่เปลี่ยนวิธีทำการเกษตร นานาอริยประเทศจะเริ่มมีกำแพงภาษีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถ้าไม่ปรับตัวเราก็จะโดนภาษีพวกนี้ เราเชื่อว่านโยบายที่ดีจะต้องแก้ปัญหาวันนี้ และปัญหาในอนาคตไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่ไปสร้างปัญหาในอนาคต

สำหรับจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนานั้น มี 2 เรื่องสำคัญ คือ 1. เรื่องมาตรา 112 บางคนอยากให้เปลี่ยน อยากให้ยกเลิกไปเลย ตนคิดว่าถ้าอยากจะให้ทำอะไรควรจะต้องถามประชาชนทั้งประเทศก่อน สิ่งที่สำคัญคือวิธีการใช้ การพิจารณาคดี ขั้นตอนในการดำเนินการ ก็ควรจะต้องได้รับการพิจารณาด้วยเช่นกัน 2. เรื่องคาร์บอนเครดิต การเปลี่ยนแปลงการทำเกษตร ต้องไปอยู่ในแนวทางของรัฐบาลด้วย ถ้าไม่เอานโยบายเราเข้าไปอยู่ในรัฐบาล ก็ไม่รู้จะเข้าไปร่วมทำไม

สุดท้ายนี้ ถ้าถามว่าทำไมประชาชนต้องเลือกพรรคชาติไทยพัฒนา คือพรรคเราไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่นโยบาย Wow Thailand ที่เรานำเสนอให้กับพี่น้องประชาชนนั้น มันเป็นนโยบายที่ตอบปัญหาในวันนี้และอนาคต เราไม่เชื่อในการแก้ปัญหาวันนี้แล้วไปสร้างภาระให้กับคนรุ่นใหม่ มันไม่แฟร์สำหรับพวกเขา ดังนั้นแนวทางที่เรานำเสนอเป็นการทำให้ประเทศไทยมีจุดยืนบนเวทีโลก ทำให้คนทุกกลุ่มในประเทศไทย ตั้งแต่เกษตรกรไปจนนักธุรกิจไปสู่นานาชาติได้

อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ได้ในทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.30 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.