เลขาฯ กกต. ยัน ทราบผลเลือกตั้ง 2566 อย่างไม่เป็นทางการเกือบ 100% ไม่เกิน 4 ทุ่ม แจงเหตุไม่ใช้แอปพลิเคชัน เพราะแก้ข้อมูลไม่ได้หากรายงานผิด จี้ เพื่อไทยส่งข้อมูลนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล
ช่วงเช้าวันนี้ (10 เมษายน 2566) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาเสริมสร้างความรู้และความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 โดยกล่าวว่า สำนักงาน กกต. มีภารกิจที่สำคัญในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง ให้เห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง กระบวนการ และขั้นตอนการจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.
ทั้งนี้ ความร่วมมือของสื่อมวลชนและเครือข่ายถือเป็นกลไกสำคัญ เพราะการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ย่อมเกิดจากการที่ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ และมีความเชื่อถือในการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต. จึงหวังว่า สื่อมวลชนและเครือข่าย จะนำความรู้และการพูดคุยวันนี้ไปใช้ประกอบการปฏิบัติงาน และช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดสัมมนาวันนี้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน นายแสวง ยอมรับว่า ยังมีความคาดเคลื่อนสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เกิดจากสื่อ พร้อมฝากคนที่ไปออกรายการต่างๆ ศึกษาข้อกฎหมายก่อน เพราะจะทำให้เกิดความสับสนได้ และทำให้ กกต. เสียเวลาชี้แจงในเรื่องเหล่านี้มากพอสมควร
ทราบผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ ไม่เกิน 4 ทุ่ม
...
ในส่วนของการรายงานผลการเลือกตั้ง จะมีทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ โดยผลแบบไม่ทางการ เป็นการอำนวยความสะดวกสื่อมวลชนให้ทราบว่า พรรคการเมืองใดได้คะแนนเท่าไร แต่ไม่ใช่แบบเรียลไทม์ เพราะต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก จึงเป็นผลแบบใบรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจะแปะที่หน้าหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ คาดว่าไม่เกิน 19.00 น. จะรายผลคะแนนแรก (ปิดหีบ 17.00 น.) จากนั้นจะทยอยป้อนข้อมูลเข้าระบบ คาดว่าจะทราบผลไม่เป็นทางการเกือบ 100% ได้ไม่เกิน 22.00 น. และคะแนนจะมีการอัปเดตทุกๆ 30 นาที หลังการเริ่มนับคะแนน
นายแสวง กล่าวต่อไปว่า การที่ กกต. ไม่ใช้แอปพลิเคชันในการรายงานผลคะแนน เพราะแอปพลิเคชันไม่สามารถแก้ไขความถูกต้องได้ หากมีการใส่ผลคะแนนผิดพลาด แต่ยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผลคะแนนจะทราบเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ขอให้ประชาชนติดตามช่องทางจากสื่อมวลชนเพื่อความรวดเร็ว หลังจากนี้จะมีการซักซ้อมกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่า จะเข้ามาใช้ระบบของ กกต. อย่างไร ขณะนี้จัดทำระบบเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่า โปร่งใส ตรวจสอบได้
ขณะที่ประเด็นเรื่องบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ทำไมไม่เอื้ออำนวยให้มีสัญลักษณ์พรรคนั้น นายแสวง ชี้แจงว่า “ตามกฎหมายกำหนดไว้ทั้งสีของบัตร หมายเลขผู้สมัคร กฎหมายเขียนว่า ต้องแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้ง 2 แบบ แต่ถ้าอยากทำให้มีชื่อสัญลักษณ์พรรค มันก็จะไม่เป็นไปตามกฎหมาย และเกิดความสับสนได้ เป็นเหตุให้คนไปร้องว่า กกต. ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนหมายเลขที่อยากให้เป็นหมายเลขเดียวกัน กกต. สนับสนุนและเสนอให้เป็นหมายเลขเดียวกัน แต่ทางสภาฯ เป็นคนแก้ไข ซึ่งเราก็ต้องทำตามกฎหมาย”
สำหรับการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กกต. จะอำนวยความสะดวกในเรื่องข้อมูลผู้สมัคร ที่ปกติมีอยู่หน้าหน่วย แต่ครั้งนี้จะจัดทำป้ายไวนิลให้ข้อมูลกับผู้ไปใช้สิทธิ์ ที่สามารถเงยหน้าดูจากคูหาและมองเห็นได้ ซึ่งการอำนวยความสะดวกนี้ เชื่อว่าจะสามารถลดจำนวนบัตรเสียให้น้อยลง
นอกจากนี้ นายแสวง ยังกล่าวเพิ่มเติม กรณีกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะให้สำนักงาน กกต. ส่งหนังสือแจ้งให้ทุกพรรคการเมือง ต้องส่งข้อมูลนโยบายและวิธีการดำเนินการมาให้ กกต. ตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้มีส่งมาแล้ว 6 พรรคการเมือง รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย แต่พรรคเพื่อไทยยังส่งข้อมูลไม่ครบ ก็ขอให้ส่งให้ครบ ก่อนจะย้ำว่า นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท สามารถทำได้ แต่ต้องแจ้งรายละเอียดในการดำเนินการ เช่น วิธีการหางบประมาณมาใช้ในนโยบายต้องชัดเจน.