“เศรษฐา” สวนกลับ “ชัยวุฒิ” จะรู้ดีกว่าตนได้อย่างไร หลังพาดพิงแรง ต้องเป็นน้องเขย “ทักษิณ” หากไม่ได้เป็นนายกฯ ลั่น ไม่เคยเป็นนอมินีใคร ไม่ขอตอบโต้ เพราะคู่แข่งที่แท้จริงคือความยากจนของประชาชน

วันที่ 10 เม.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวพาดพิงบนเวทีปราศรัยว่า หาก นายเศรษฐา ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องฟังนายใหญ่ที่เป็นตัวจริงของพรรคเพื่อไทย แต่หากไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเป็นน้องเขยของ นายทักษิณ ก่อน ว่า ก็ให้เป็นความคิดของ นายชัยวุฒิ ส่วนตัวไม่ทราบว่า นายชัยวุฒิ มารู้ดีกว่าตนได้อย่างไร แต่อยากจะพูดอะไรก็พูดไป ไม่ขอตอบโต้ เพราะตนเองมีหน้าที่มาเผยแพร่นโยบาย ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น และทำให้ปัญหาปากท้องหายไป

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

...

“เราเดินหน้ามุ่งมั่น เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศ ซึ่งเราต้องให้เกียรติ หน้าที่ของผมไม่ใช่ไปตอบโต้พรรคการเมืองที่คิดว่าเป็นคู่แข่ง พรรคการเมืองเหล่านี้ไม่ใช่คู่แข่งผม แต่คู่แข่งของผมคือความยากจน ความไม่เสมอภาค ความไม่เท่าเทียม”

ในช่วงท้าย นายเศรษฐา ยังย้ำด้วยว่า ตนเองไม่เคยเป็นนอมินีให้ใคร และจะไม่มีใครมาครอบงำได้นอกจากประชาชน ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน และเราก็หวังว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.จำนวนมาก เพื่อมาช่วยผลักดันนโยบายต่างๆ ช่วยกันกำกับดูแลการทำงานของฝ่ายบริหารให้ดี.

เศรษฐา ทวีสิน
เศรษฐา ทวีสิน