“ธรรมนัส - ชัยวุฒิ” ย้ำก้าวข้ามความขัดแย้ง เปลี่ยนปทุมธานีไร้สีเสื้อ ไร้ขั้วอำนาจ ยัน “ลุงป้อม” ไม่ได้สืบทอดอำนาจ เพราะไม่ใช่คนปฏิวัติ “วิรัช” มั่นใจ พปชร. ยังไงก็ต้องเกิน 50 ที่นั่ง
วันที่ 9 เมษายน 2566 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดเวทีปราศรัย ณ ลานกลางแจ้ง ใกล้ตลาดกลางลาดสวาย และสามแยกสวนเกษตร คลอง 3 จังหวัดปทุมธานี นำโดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ ร่วมขึ้นปราศรัยนโยบายพรรค ร่วมด้วยผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดปทุมธานีทั้ง 7 เขต ประกอบด้วย นายเสวก ประเสริฐสุข ผู้สมัคร เขต 1 เบอร์ 2 นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล ผู้สมัคร เขต 3 เบอร์ 4 นายนพดล ลัดดาแย้ม ผู้สมัคร เขต 2 เบอร์ 3 นายยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า ผู้สมัคร เขต 4 เบอร์ 7 นายวิรัช พยุงวงษ์ ผู้สมัคร เขต 5 เบอร์ 7 ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ผู้สมัคร เขต 6 เบอร์ 5 น.ส.กฤษณา วงศ์คำ ผู้สมัคร เขต 7 เบอร์ 8 ขึ้นแนะนำตัว โดยมีประชาชน ร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนขอยืนยันกับประชาชนว่า พปชร.จะปักธง ส.ส.ที่ จ.ปทุมธานี ได้อย่างแน่นอน ซึ่งนโยบายการเมืองต้องนิ่ง ให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ให้ประเทศชาติมั่นคง พรรคเรามีนโยบายให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เสนอนโยบายที่ประชาชนชอบ บางนโยบายถูกใจคน แต่อาจไม่ถูกต้องเราก็ไม่ทำ ตนเสียใจที่การเมืองวันนี้ มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร บางพรรคไม่คิดถึงความมั่นคงของชาติ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ซึ่งประเทศชาติ จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบขนยาเสพติด แรงงานผิดกฎหมาย โดย พปชร. ยังยืนยันว่ายึดอุดมการณ์ในสถาบันหลัก ขอยืนยันกับประชาชนว่า ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 7 เขต เป็นคนดีมีคุณภาพที่สุด พร้อมรับใช้พี่น้องประชาชน วันนี้การเลือกตั้งแต่ละเขต ก็คนละเบอร์ ขออย่าสับสน จำเบอร์ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐให้ดีแต่ถ้าบัตรสีฟ้า กาได้เบอร์เดียวคือเบอร์ 37 เลือกพรรคพลังประชารัฐ
ดังนั้นวันนี้เราจึงต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐยกทีม 7 คนเพื่อทำงานให้กับพี่น้องประชาชน พรรคพลังประชารัฐจะทำให้ชาวปทุมธานีมีความสุขทุกคน
“พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่ดำเนินงานตามระบบประชาธิปไตย ลุงป้อม ไม่ใช่คนปฏิวัติลุงป้อมไม่ได้สืบทอดอำนาจ ลุงป้อมไม่ใช่เผด็จการ ลุงป้อมตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนเป็นหัวหน้าพรรค มาทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน ขอโอกาสให้พวกเรา ประสานงาน เราจะทำงานกับทุกคนและทุกฝ่ายจะต้องไม่มีความขัดแย้งอีก 14 พฤษภาคม เข้าคูหากาพรรคพลังประชารัฐเบอร์ 37” นายชัยวุฒิ กล่าว
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้ได้รับหนังสือจากแกนนำเสื้อแดง เพื่อประกาศเจตนารมณ์เห็นด้วยกับ นโยบายสำคัญของพปชร.ในเรื่องการก้าวข้ามความขัดแย้งและเห็นว่าการทำงานของ พล.อ.ประวิตร ในการทำงานร่วมกับรัฐบาล สามารถทำงานได้ด้วยดี เพราะหัวหน้าเป็นผู้เปิดกว้างรับฟังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นส.ส.พรรคใด ก็พร้อมช่วยเหลือ เห็นด้วยร่วมเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีการแบ่งแยกสี เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน พูดภาษาเดียวกัน แม้จะนับถือศาสนาที่แตกต่างกันแต่เราจะเลิกทะเลาะ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง หลังเลือกตั้งแล้ว ได้เป็นรัฐบาล เชื่อว่าหัวหน้าพรรค จะนำเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้งมานำเป็น วาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยพปชร. เป็นพรรคขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว เพื่อรวมพลังของคนไทยทั้งแผ่นดิน และต้องนำองค์กรประชารัฐ ที่มีประชาชน เป็นเจ้าของประเทศ จากความหลากหลายของอาชีพ ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบางต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว
นายวิรัช กล่าวว่า ขอฝากพี่น้องประชาชนชาวปทุมฯ เลือกผู้แทนทุกเขตทำหน้าที่ แต่ที่สำคัญเลือกเบอร์ ลุงป้อม เบอร์ 37 เพราะนโยบายบัตรประชารัฐ ที่ประชาชนชอบ และลุงป้อม พร้อมทำทันทีในเดือนมิถุนายนนี้ ถ้าได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เรามาแล้ว ที่ 300 บาท ต่อไปเราจะได้ใช้ 700 บาท ช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่มี ส.ส.ของพรรค เลยตลอด 4 ปีเต็ม แต่ลุงป้อม ไม่เคยทิ้งชาวปทุมฯ
สำหรับความพร้อมในการเลือกตั้งในพื้นที่ปทุมฯ มีความมั่นใจว่าจะปักธงได้ แม้ว่าการเลือกตั้งปี 62 ผู้สมัครส่วนใหญ่อยู่อันดับสอง แต่การเลือกตั้งปีนี้ ตนเชื่อมั่นว่าจะสามารถคว้าโอกาสได้ไม่ยาก พร้อมยืนยันว่า จ.ปทุมธานี เราจะประสบความสำเร็จ ส่วนที่หลายพรรคการเมืองตั้งเป้า จ.ปทุมธานี นั้น เราเองก็มั่นใจในผู้สมัครของเราทุกคน เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็มั่นใจว่าจะสามารถปักหมุดพื้นที่นี้ได้ เพราะเป็นพื้นที่ 1 ใน 5 จังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ในส่วนของโพลต่างๆ ที่ไม่มีชื่อของ พล.อ.ประวิตร อยู่ในลำดับต้นๆ จะมีผลต่อการเรียกคะแนนนิยมหรือไม่นั้น เชื่อว่าระยะเวลาที่เหลืออีก 30 กว่าวันในการเลือกตั้ง ตนในฐานะผู้สมัครดูแลพื้นที่ มีความมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะชนะ ยังไงก็ต้องเกิน 50 ที่นั่ง