เปิดปากกับภาคภูมิ พูดคุยกับ "กรณ์ จาติกวณิช" หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เผย "ยุทธศาสตร์ 7 เฉดสี" เพื่อผลักดันนโยบาย "การพนัน" ให้กลายเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 เมษายน 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับคุณ กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ในประเด็นการเลือกตั้ง 2566

คุณกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ในการรวมพรรคนั้น เกิดจากการที่พรรคใหญ่ไปแก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนเป็นระบบหาร 100 แทนที่จะไปแก้เรื่องสำคัญ ตนในฐานะพรรคใหม่ที่เกิดในยุทธศาสตร์หาร 500 ก็ต้องปรับใหม่ เติมพลังให้กับตัวเอง จึงไปรวมกับชาติพัฒนา ทุกอย่างก็กลมกลืนลงตัว กลายเป็นพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมเลือกตั้ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอุดมการณ์ เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับความหลายหลาย การยอมรับความแตกต่างที่โปร่งใสและเป็นธรรม จึงทำให้ออกนโยบายร่วมกันได้

...

สำหรับนโยบายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนมองว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการมาที่สุด คือการแก้ปัญหาปากท้อง การอยู่ดีกินดี ทุกนโยบายจึงมุ่งเป้าตอบโจทย์ โดยสรุปได้สั้นๆคือ "งานดี มีเงิน ของไม่แพง" เพราะเป็น 3 คำที่คลอบคลุมกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ ซึ่งที่ผ่านมาเราประสบความสบความสำเร็จอย่างมากจากการเปลี่ยนยุทธศาตร์เกษตรกรรม เป็นอุตสาหกรรม และจากอุสหากรรมในปัจจุบัน ก็เห็นได้ว่ามันต้องปรับเปลี่ยนแล้ว จึงเสนอยุทธศาสตร์ 7 เฉดสี สร้างรายได้ให้กับประชาชน เพราะจะแก้ ที่ลด-แลก-แจก-แถม อย่างเดียวไม่ได้ ต้องไปแก้ที่ต้นตอ โดยนโยบยของเราต้องยึดกับความเป็นจริง และทำเรื่องที่ทำได้จริง

"ยุทธศาสตร์ 7 เฉดสี" ยกตัวอย่างเช่น สีเทา ที่หมายถึงเศรษฐกิจของเรากำลังอยู่ในที่มืด ทั้งเรื่องการพนัน หวยใต้ดิน ต้องยอมรับคนไทยชอบเล่นการพนัน บ่อนเถื่อน ควรจะถึงเวลาแล้วไหม ที่ต้องยอมรับว่ามาตรการจัดการบ่อนมันแก้ปัญหาไม้ได้ ควรจะทำให้ถูกกฎหมายเลย เพื่อให้สามารถควบคุมได้ และให้ GDP โตขึ้น คนก็มีรายได้ มีงานทำ แล้วเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น

คุณกรณ์ จาติกวณิช เผยต่อในเรื่องนโบายสีเทาว่า เราไม่ได้ส่งเสริมการพนัน แต่ให้มายอมรับกันเถอะว่าการพนันมันมี และนำมาให้เอามาให้มันอยู่ในที่สว่างดีกว่า ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จ จึงต้องเลือกเรา

ในอันดับแรกพรรคเรา เชื่อเรื่องการกระจายอำนาจ โดยให้ในพื้นที่เป็นคนตัดสินใจ เริ่มทำประชามติดู ถามคนในพื้นที่ว่าต้องการจัดตั้งบ่อนไหม หากข้อสรุปคือเอา ก็ต้องมาดูก่อนว่าจะจำกัดให้ใครเข้า โดยมีกติการกำกับ

ซึ่งวิธีการขั้นตอนมันต้องมาข้างล่าง ตนเชื่อหลักแนวคิดแซนด์บ็อก หรือพื้นที่ทดลอง แค่ลองดูในบางพื้นที่ แล้วคอยประเมินว่าผลเป็นอย่างไร จากนั้นก็ปรับเป็นบทเรียน เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดที่ไหนต่อ มันไม่ใช้บ่อนเสรี หรือคาสิโนเสรี มันเป็นเรื่องของการออกใบอนุญาตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นโอกาสแง่ของการส่งเสริมอาชีพคนไทยในอนาคต เพรคาะปัจจุบันเราจะปล่อยให้คนนำรายได้ไปที่อื่นแล้ว อย่างไรก็ตามคนในพื้นที่ก็ต้องเป็นคนตัดสิน ไม่มีใครมาบังคับ

ส่วนเรื่องหวยใต้ดิน มาตการหนึ่งคือการแก้ปัญหาระบบลอตเตอรี่ เพราะมีปัญหามาก อย่างในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาจำนวนลอตเตอรี่ที่ออกมาขาย มันเยอะมากๆ กว่า 100 ล้านใบ ซึ่งทำให้รายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า โดยเป็นเงินประชาชนเท่านั้น และเป็นเงินขงคนยากคนจนอีกต่างหาก

แต่เราต้องมองว่าเงินเหล่านี้ได้กลับไปช่วยเขาในระดับที่เหมาะสมหรือยัง เป็นโครงสร้างที่เราต้องไปรื้อระบบ แทนที่เข้าคลังทั้งหมด ก็ควรจัดมาพัฒนาระบบการศึกษา การเข้าถึงพื้นที่ยากจน ส่วนหวยใต้ดินวิธีเดียวที่จะสู้กับเรื่องใต้ดิน ก็คือนำมาอยู่บนดินท้ังหมด

นโยบายส่วนใหญ่ คือช่การช่วยประชาชน ในระดับโครงสร้าง เรื่องค่าครองชีพ และราคาพลังงาน อย่างราคาน้ำมัน เพราะวิธีการกำหนดค่าการกลั่นมันบิดเบี้ยว เป็นกำไรบนความทุกข์ร้อนของประชาชน ดังนั้นควรเก็บภาษีลาภลอย เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชน

ส่วนเรื่องค่าไฟ เดี๋ยวก็มีการปรับเพิ่มค่าไฟอีก ให้กับภาคครัวเรือน แต่ลดให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งแปลกมาก ดังนั้นจะต้องทำนโยบายที่เห็นหัวประชาชนฉะนั้นต้องรื้อโครงสร้างหรือรื้อระบบทั้งหมด ขระเดียวกัน ในเรื่องของผู้สูงอายุ เรามองว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และมีศักยภาพ จะผลักเป็นภาระของสังคมไม่ได้ ต้องทำให้เขามีแรงจูงใจ สร้างอาชีพให้เขามีการทำงาน โดยสนับสนุนค่าจ้าง 5,000 บาทต่อเดือน เชื่อว่าการใช้แรงจูงในทางเศรษฐกิจจะนำไปสู่ผลที่ต้องการ

และให้ทุกบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้พิการ มอบนโยบาย 50,000 บาท หรือนโยบายอารยะสถาปัตย์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ไปต่อเติมบ้าน โดยเฉพาะการก่อสร้างห้องน้ำ เพื่อลดการบาดเจ็บ และลดภาระการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเรื่องประชาชนที่มีรายได้ 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี เพื่อลดภาระของมนุษย์เงินเดือน ส่วนถามว่าเงินมาจากไหน 

เรามีแนวทางการหาเงินให้ประเทศอยู่แล้ว อย่างเช่น ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสีเขียวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยลงทุนโครงสร้างระบบพลังงาน การคมนาคม ระบบขนส่ง เครื่องยนต์ไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร เพื่อปฏิรูปเรื่องของคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปสู่การลงทุนและสร้างรายได้มหาศาลให้กับรัฐบาล

หรือธุรกิจสีขาว อย่างการการท่องเที่ยวสายมู เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว โดยเพิ่มจำนวนคน เพิ่มระยะเวลาที่เขาอยู่กับเรา และเพิ่มปริมาณเงินที่เขาใช้เพื่ออยู่กับเรา โดยลงทุนให้ส่งเสริมการกระจายนักท่องเที่ยวตามจังหวัด ซึ่งต้องมีการลงทุนจัดงบประมาณทุกจัดหวัด เพื่อสร้างเส้นทางคมนาคม ถ้าคุณเห็นดีด้วย เรื่องการสร้างเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง พรรคชาติพัฒนากล้า จะเป็นพรรคของทุกคน เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญ

โดยหวังจากเขต และปาร์ตี้ลิสต์ โดยจะต้องชนะ เพราะเราได้กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนเริ่มตกผลึกแล้ว ส่วนเป้าหมายของตน คือ พร้อมเป็นนายกฯ พร้อมทำงานกับทุกคน โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องรวมเสียง ส.ส.ที่เป็นสภาล่างเกินครึ่งหนึ่ง โดยจะอาศัยคะแนน ส.ว.มาช่วย เป็นสิ่งที่เราจะไม่รับ เพราะควรเลือกนายกฯ ที่มาจากประชาชนเลือกมาเป็น ยืนยันไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย.