เปิดปากกับภาคภูมิ พูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินหน้าผลักดันนโยบายพักหนี้-ยาบ้า-กัญชา มั่นใจผลงานที่ผ่านมา จะช่วยให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 3 เมษายน 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นการเลือกตั้ง 2566
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ในครั้งนี้อยากมี ส.ส.ในกรุงเทพฯ เพราะมีโอกาสทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลตลอด 4 ปี ได้ทำหน้าที่รับใช้คนทั้งประเทศ อย่างในกรุงเทพฯ ภูมิใจไทยได้กำกับดูแลพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ หวังว่าจะได้รับความเชื่อมั่นจากชาว กทม. เพราะในเที่ยวนี้เปลี่ยนแนวดำเนินงาน มีเชิญ คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ มาร่วมงาน เป็นการนำเสนอแบบองค์รวม ทำให้พี่น้องประชาชนทราบว่า เราคือภูมิใจไทย เป็นพรรคที่พูดแล้วทำจริง
ซึ่งหลังจากที่ คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พ้นจากตำแหน่งแล้ว ก็ไม่ได้กลับไปพรรคเดิม เลยได้มีการพูดคุย แล้วมีความเห็นตรงกัน จึงตัดสินใจดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นโยบาย WFH ทางพรรคภูมิใจไทยก็เป็นคนเสนอ แม้จะมีคนด่าเยอะว่า เป็นการเอาเปรียบนายจ้าง แต่พอเจอช่วงโควิด แล้วนำนโยบายไปใช้ ก็เป็นไปด้วยดี อย่างในเรื่องค่าฝุ่น PM 2.5 เราก็มีการปรับใช้รถไฟฟ้า รถยนต์ EV รวมถึงรถเมล์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาที่ทำให้คุณภาพชีวิตของชาว กทม.ดีขึ้น เป็นสิ่งที่เราแสดงให้เห็นว่า เราตั้งใจทำเพื่อพี่น้อง กทม.แม้จะไม่มี ส.ส.
ส่วนเรื่องการช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด เราประคับประคองสถานการณ์ จนทำให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติมาได้ ตนไม่กล้าบอกว่าทำได้ดี เพราะมีคนสูญเสีย แต่ในฐานะของ รมต.สาธารณสุข ก็ทำงานและสนับสนุนเต็มที่ เพื่อก้าวข้ามความน่ากลัวของโควิด และประเทศไทยก็ได้รับการจัดลำดับว่า สามารถบริหารจัดการโควิดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
หลายหน่วยงานก็เอาประเทศไทยไปเป็นแบบอย่าง ในการจัดการเรื่องโรค ทั้งการเข้าถึงยา วัคซีน คนติดเชื้อโควิด และเข้าถึงแพทย์ ทันตามสถานการณ์ และเข้าถึงการรักษาทุกคน แต่เรื่องการประเมินความสูญเสียมันมีรายละเอียดอีกเยอะ คงไม่สามารถพูดออกมาได้ ซึ่งเราก็มองว่า เราสามารถผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั้งเปิดประเทศ เพื่อให้นักเที่ยวเข้ามาอย่างมากมาย เหมือนการกลับสู่สภาวะปกติ
ในครั้งนี้ ส.ส.กรุงเทพฯ ส่งครบ 33 เขต แต่ขาดไป 5 เขต ที่กำแพงเพชร เพราะขาดคุณสมบัติบางประการ ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ก็ตนคนเดียว ในปีนี้หวังว่าต้องโตขึ้นแน่นอน ประมาณ 120 ที่ เพราะได้เข้ามาทำงานคุม 3 กระทรวงหลัก มั่นใจว่าผลงานที่ผ่านมาจะดึงดูดให้คนมาร่วมงาน และในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ เราก็ทราบว่าคือเป้าที่เราตั้งไว้ หากทำได้ดีก็จะบรรลุ ส่วนจะเป็นนายกฯ หรือไม่นั้น เราก็เป็นแคนดิเดตคนเดียวของพรรคอยู่แล้ว ใครจะได้อย่างไรก็เป็นไปตามกติกาสากล สิ่งที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทย คือ การได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพราะเข้าไปทำงาน และมั่นใจว่าพี่น้องเห็นแล้วว่า เราพูดแล้วทำจริงๆ และโดยนโยบายของเรา ก็ทำได้จริงทุกนโยบาย
นโยบายของพรรคในครั้งนี้ คือ ต้องพักหนี้ก่อน 3 ปี เพราะโควิดทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จึงพักก่อน 3 ปี ให้เขามีเวลาทำมาหากินก่อน แต่ต้องเป็นหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เกิน 1 ล้าน โดยตั้งกองทุนขึ้นมาแล้วออกพันธบัตร แล้วจ่ายดอกเบี้ยไป โดยให้รัฐรับประกัน แล้วใช้เงินก้อนนี้เจรจาหนี้ตามลำดับชั้น แต่เจ้าหนี้ก็ไม่เสียหายอะไร
ส่วนนโยบายเรื่องยาบ้า เป็นสิ่งที่ภูมิใจไทยมองว่า 1 เม็ดก็ผิดแล้ว เพราะคิดว่าต้องไม่มียาบ้าในระบบ ซึ่งตนก็ลงนามไปแล้ว ใครครอบครองมากกว่า 1 เม็ด ต้องถูกพิจารณาว่ามีความผิดหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน เราต้องพยายมากที่สุด
ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เสนอเรื่องนี้ไปแล้ว แต่รัฐมนตรียังต้องรอขอให้ฟังความเห็นจากหน่วยงานอื่นก่อน ตนว่า ทุกวันนี้การยัดยาบ้าเดี๋ยวนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะเทคโนโลยีทันสมัยหมด และไม่ต้องกลัวว่าคุกไม่มีขัง หรือโรงพยาบาลไม่มีที่รักษา อันนี้เป็นเรื่องของรัฐจัดการ ต้องไปเข้มงวดให้มากขึ้น เพื่อจับกุมหรือลดการเสพ รวมถึงการหาที่บำบัดรักษาให้กับประชาชน
สำหรับนโยบายเรื่องของกัญชา ร่างของคณะกรรมาธิการที่ผ่านเสียงข้างมากมา มันยังอยู่อยู่แล้ว หลังจากนี้ ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องจากประชาชน แล้วกลับเข้าไปในสภา เรื่องของกฎหมายกัญชาจะต้องผ่าน โดยนโยบายจะให้กัญชาเป็นกัญชาทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และสุขภาพ และปลดกัญชาจากยาเสพติด โดยคำว่าเสรี คือต้องเป็นเสรีทางการแพทย์ และใช้กัญชาประกอบธุรกิจ แน่นอนว่าคนที่ได้ประโยชน์จากกัญชา เขาก็จะโยนดอกไม้มา ส่วนคนที่จะโยนก้อนอิฐ หากป่วยแล้วได้ใช้ประโยชน์ทางกัญชา มั่นใจว่า เขาจะโยนดอกไม้กลับมา
ส่วนคนที่ต่อต้านกัญชา ส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงการวิจัย มีอคติ และไม่รับฟังความเห็นของผู้ที่ได้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ และผู้ที่สามารถผลิตกัญชา ที่สร้างรายได้กับประเทศมหาศาล ซึ่งเราก็จะเพิ่มความรู้และความเข้าใจกับเขาได้มากขึ้น ว่าเป็นการสร้างผลดีกับทางการแพทย์ ต้องดูที่ผลประโยชน์ ส่วนผลเสียก็มีกฎหมายที่รัดกุมอยู่แล้ว ส่วนที่มีคนออกมาต่อต้าน ไม่มีผลกระทบเลย เพราะมั่นในว่าการเป็นส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มมากขึ้น
สำหรับการจับมือจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยค่อนข้างจะชัดเจนว่า ให้ผลของการเลือกตั้งเป็นการตัดสิน ว่าจะไปในทิศทางไหน มีความปรารถนาดีกับทุกคนทุกพรรค ใครก็ได้ที่หวังดีกับประเทศ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ดึงฟ้าต่ำเข้าได้หมด และเสนออีกข้อหนึ่งคือ ภูมิใจไทยต้องมีนายกฯ ที่เป็น ส.ส.ด้วย หากพรรคที่ได้อันดับ 1 แล้วไม่เป็น ส.ส. ทางภูมิใจไทยก็คงต้องคุยกันอีกทีหนึ่ง.