“ชัยวุฒิ” ยัน ไม่โกรธ กลุ่มป่วนเวที พปชร. เหตุเขาเข้าใจผิด ยัน มาตรา 112 แก้ไม่ได้ ลั่น “บิ๊กป้อม” เท่านั้นจะพาก้าวข้ามความขัดแย้งได้ ซัด บริษัทของคนบอกเศรษฐกิจไม่ดี กำไรโตขึ้นทุกปี
วันที่ 1 เม.ย. 2566 ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด พรรคพลังประชารัฐเปิดปราศรัยย่อยโซนธนบุรีเหนือ "พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ" โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยว่า ตนดีใจที่มาวันนี้ เพราะที่ผ่านมา มีการให้ข้อมูลที่เป็นเฟกนิวส์จำนวนมาก โดยเฉพาะมีการยุยงปลุกปั่น ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สิ่งที่พรรคพลังประชารัฐทำมาตลอด 4 ปี ที่เป็นแกนนำรัฐบาล ทำหลายอย่างให้ชาวกรุงเทพฯ ซึ่งหลายอย่างในก็กรุงเทพฯ ดีขึ้น เพราะรัฐบาลวางรากฐานไว้ดี โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยดีที่สุดในโลก เราให้โอกาสทุกคนได้ค้าขายจนเศรษฐกิจเดินหน้าไปไกลกว่าที่เราคิดเยอะ
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า แต่นักการเมืองบางฝ่าย บางพรรค พูดซ้ำๆ อยู่ได้ว่า 8 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เศรษฐกิจตกต่ำ ทำมาหากินไม่ได้ ตนก็มาคิดว่า มันจริงไหม ไอ้คนที่พูดเนี่ยที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคนั้น ซึ่งตนได้ไปเปิดดูข้อมูลของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่บอกว่า เศรษฐกิจไม่ดีนั้นจริงไหม ก็ปรากฏว่า ปี 63 บริษัท เอสซี แอสเสทฯ มีกำไร 1,897 ล้าน ปี 64 มีกำไร 2,062 ล้าน และปี 65 มีกำไร 2,500 กว่าล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วแบบนี้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นจริงเหรอ หรือว่า รวยอยู่คนเดียว ส่วนของบริษัทแสนสิริ ก็กำไรเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นตรงไหน ได้แต่พูดว่าเศรษฐกิจไม่ดี ไม่รู้ หรือแกล้งโง่ เพราะฉะนั้นอย่าไปฟังเขาหลอก ยืนยันเศรษฐกิจเข้มแข็งและเติบโตแน่นอน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรคในการก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ใช่การปรองดอง ลุงป้อม ไม่ได้เป็นโซ่ข้อกลางที่จะมาคล้องคนที่ไม่ถูกกัน แต่ถ้าตรงไหนมีขัดแย้งกันเราต้องข้ามมันไปให้ได้
...
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องยุยงปลุกปั่น คนที่มาป่วนเวทีเราตอนนี้ เราต้องข้ามมันไปให้ได้ เราจะไม่ขัดแย้งกับใคร เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขและเดินหน้าไปข้างหน้า และยืนยันว่าวันนี้คนที่ทำหน้าที่นี้ได้ ที่จะก้าวข้ามความขัดแย้งได้มีเพียงคนเดียว คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะฉะนั้นใครที่มากวนเรา อย่าไปโกรธเขา เขาก็มีความเข้าใจผิดๆ ตนไปฟังมาหลายเวทีแล้วบอก 112 เป็นคดีการเมือง มันเป็นการเมืองตรงไหน มันเป็นคดีอาญา แล้วที่เรานั่งกันอยู่ตรงนี้มีใครเดือดร้อนจากมาตรา 112 หรือไม่ ก็ไม่มีเลย สมัยก่อนก็ไม่เคยมี มามียุคนี้นี่แหละ เพราะมีคนไปยุยงปลุกปั่น เอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมือง ก็เลยวุ่นวายทั้งที่ความจริงไม่มีปัญหา
“ผมขอบอกเลยมาตรา 112 แก้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว การแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 ทำไม่ได้แน่นอน เพราะถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฟังแล้วโปรดเข้าใจไว้ด้วย เพราะพวกเราก็ไม่ยอมให้แก้ พรรคการเมืองบางพรรคด่าทั้งวัน พูดให้คนไทยเกลียดชังประเทศตัวเอง บางพรรคบอกว่า ไม่เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว จะปลี่ยนประเทศ ประชาชนรู้ไหมว่า เขาจะทำแบบไหน ประชาชนอย่ายอมให้ลูกหลานเราถูกปลุกปั่น เราต้องรักษาสถาบันหลักของชาติให้คงอยู่ต่อไป” นายชัยวุฒิ กล่าว