พปชร.จัดใหญ่ เปิดตัว 492 ผู้สมัคร ส.ส. คนแน่นฮอลล์ ดารานักแสดงร่วมฟังนโยบาย “บิ๊กป้อม” ประกาศก้าวข้ามความขัดแย้ง ความยากจน ปราบผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมข้ามชาติ ขอ 14 พ.ค. เลือกทั้งคน ทั้งพรรค
วันที่ 30 มี.ค. 2566 ที่บางกอก อารีน่า เขตหนองจอก กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 400 คน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 92 คน รวม 492 คน และเปิดนโยบายพรรค นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่บรรยากาศมีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่หลายพันคน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีกระบองลมเชียร์พรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับแต่งคอสเพลย์อนิเมะ รวมถึงมีศิลปินดารา อาทิ กิก ดนัย จารุจินดา, โก้ บีมิกซ์, ป๊อก โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว, นิรุติ สาวสุชาติ, กลุ่มนางงาม นายแบบ อินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายอาชีพ, กลุ่ม LGBTQ, กลุ่มนักกีฬาอีสปอร์ต ซึ่งทั้งหมดมาร่วมกันรับฟังนโยบายของ พลเอกประวิตร ถือเป็นช่วงของการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงทะเบียนและรับคู่มือชี้แจงขั้นตอนการเตรียมเอกสารสมัคร และข้อห้ามในการหาเสียง ขณะที่บรรยากาศในงานได้มีการเปิดวิดีทัศน์การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร ในการปราศรัยช่วยว่าที่ผู้สมัครของพรรค
...
ต่อมาเวลา 16.10 น. พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึงงาน พร้อมกับกล่าวกับผู้สมัคร ส.ส. และประชาชนว่า ขอบคุณที่ให้การต้อนรับ ขอให้ทุกคนโชคดีจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ก่อนที่เราจะทำอะไรต่อไป ตนอยากให้ดูว่าทีมเศรษฐกิจของ พปชร. ได้ทำอะไรให้กับประชาชน เราเตรียมไว้หากเราเป็นรัฐบาล เราจะทำตามที่เราได้หาเสียงไว้กับประชาชน
จากนั้นได้มีการเปิดวิดีทัศน์นโยบายพรรค พปชร. ด้วย “นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด” โดย 3 นโยบายเร่งด่วน ได้แก่ 1.แก้หนี้ประชาชน ผู้ประกอบการให้เบ็ดเสร็จ เติมทุนด้วยวิธีใหม่ ควบคู่สร้างโอกาสใหม่ โดยทำทันที 2.ดูแลสวัสดิการ เสริมทักษะ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย
“8 นโยบายเร่งรัด” วางรากฐานเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชนเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว 2.ยกเครื่องภาคอุตสาหกรรมเดิม สู่เศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรม S-curve เพื่อขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจ BCG 3.เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ ทั้งอีอีซี และขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ 4. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทุกระบบทั้งถนน ราง น้ำ และอากาศ รวมถึงพัฒนาโครงเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่การต่อยอดพร้อมเพย์ และเป๋าตังค์ ให้คนไทยเข้าสู่ Digital Economy อย่างแท้จริง 5.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งระดับ ปวช. ปวส. ให้เรียนฟรี มีงานทำ พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมแหล่งงาน เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียน ส่วนแรงงานเดิมจะส่งเสริมเข้าโปรแกรมเพิ่มทักษะให้สอดรับกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่
6.ปฏิรูประบบราชการ แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อส่งเสริมให้เกิดเอสเอ็มอีที่มีความเข้มแข็ง 7.ปฏิรูประบบงบประมาณ กระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น สู่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อเข้าสู่งบประมาณสมดุลในระยะยาว เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนพื้นที่ได้อย่างตรงจุด และ 8.ต่อต้านคอร์รัปชันเต็มรูปแบบ สร้างระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มโทษนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชันเป็นสองเท่า รวมถึงใช้เงินดิจิทัล มีเทคโนโลยีบล็อคเชนที่จะนำมาใช้ในโครงการประมูลภาครัฐขนาดใหญ่ มีกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท
จากนั้นได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวม 492 คน
เริ่มจาก ภาคเหนือ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พะเยา และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค รับผิดชอบ
ภาคกลาง ที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรค รับผิดชอบ
ภาคอีสาน ที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบ
ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ที่ นายชัยวุฒิ และ น.ส.ตรีนุช รับผิดชอบ
ภาคใต้ ที่ นายอภิชัย เตชะอุบล กรรมการบริหารพรรค และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรครับผิดชอบ
กทม. ที่ นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค รับผิดชอบ
ภายหลังเปิดตัวเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวบนเวทีว่า พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน สบายดีนะ วันนี้ตนรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศทั้ง 400 เขต และว่าที่ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อทั้ง 92 คนของพรรคพลังประชารัฐที่อยู่บนเวทีนี้ ขอยืนยันกับพี่น้องทุกท่านว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐพร้อมแล้วที่จะเข้ามารับใช้ประชาชนทุกคน ตนอยากจะสื่อสารให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทราบว่าคนไทยทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่น้องร่วมชาติที่มีสายเลือดเดียวกัน ที่ผ่านมาประเทศของเราพัฒนาได้ยากเพราะความขัดแย้งและแตกแยก ตนจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมใจกันก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยความรักความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
“ผมพร้อมที่จะประสานประโยชน์กับทุกฝ่าย พร้อมที่จะนำความรักความสามัคคีมาสู่ประเทศชาติของเราคนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป คนไทยทุกคนต้องรักกันสามัคคีกัน เป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความสงบสุขความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติและประชาชนของเรา เมื่อเราก้าวข้ามความขัดแย้งได้ เราก็จะมีพลังที่จะก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน จะก้าวทั้งความขัดแย้งและความยากจน” พล.อ.ประวิตร กล่าว
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พี่น้องครับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของท่านทั้งหลายที่จะให้พรรคใดมาบริหารประเทศ พรรคพลังประชารัฐได้นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมายดังที่ได้รับชมในวีดิทัศน์ไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว ทีมเศรษฐกิจของเราคิดไว้มากกมาย การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าเราได้คะแนนมาเป็นที่หนึ่งจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที ขับเคลื่อนนโยบายที่ทำไว้ ทั้งนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน การลดราคาน้ำมัน ลดราคาแก๊ส และลดค่าไฟฟ้า การดูแลคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเบี้ยประชาชนผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มารดาที่ตั้งท้องตั้งแต่เดือนที่ 5 จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจนถึงวันคลอดและดูแล ทารกหลังคลอดจนถึง 6 ขวบ นโยบายในเรื่องน้ำ มีเราต้องไม่มีแล้ง โดยจะพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบชลประทานแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรส่งเสริม ตนยืนยันว่ามีเราจะไม่มีแล้งอีกต่อไป ส่งเสริมสิทธิที่ดินทำกิน มีเราต้องมีที่ดินทำกิน ถ้ามีที่ทำกินไม่มีจน จะก้าวข้ามความยากจนได้ เราจะแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับการศึกษา เศรษฐกิจฐานราก ภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม และนโยบายอื่นๆ อีกมากมาย
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติด ทั้งการป้องกันปราบปรามและบำบัดฟื้นฟูอย่างจริงจัง เราจะปราบปรามผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมข้ามชาติ การฉ้อโกงออนไลน์ แชร์ลูกโซ่ และหนี้นอกระบบ เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราคือครอบครัวเดียวกัน เราจะรักสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว
“พี่น้องครับ ขอให้เชื่อมั่นผม เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครฯ ทั้ง 492 คน ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผมขอประกาศกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าพวกเราทำได้ และพร้อมแล้วที่จะรับใช้ประชาชนพี่น้องครับ วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้ โปรดกาบัตรเลือกพลังประชารัฐทั้ง 2 ใบ เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน” พล.อ.ประวิตร กล่าว.